ออสเตรียเปิด “สถานีตำรวจ” แห่งใหม่ ดัดแปลงจากบ้านเกิด “ฮิตเลอร์” หวังสกัดนีโอนาซีแสวงบุญ

ออสเตรียเปิด "สถานีตำรวจ" แห่งใหม่ ดัดแปลงจากบ้านเกิด "ฮิตเลอร์" หวังสกัดนีโอนาซีแสวงบุญ

22 ก.ค. 2569 12:09 น.

ออสเตรียเปิด “สถานีตำรวจ” แห่งใหม่ ดัดแปลงจากบ้านเกิด “ฮิตเลอร์” หวังสกัดนีโอนาซีแสวงบุญ

ทางการออสเตรียเปิดใช้งาน “สถานีตำรวจ” แห่งใหม่อย่างเป็นทางการที่อดีตบ้านเกิดของ “อดอล์ฟ ฮิตเลอร์” ในเมืองเบราเนา อัม อินน์ หลังทุ่มงบกว่า 20 ล้านยูโรปรับปรุงทัศนียภาพใหม่ทั้งหมด หวังแก้ปัญหาข้อถกเถียงยืดเยื้อ และยับยั้งกลุ่มขวาจัด-นีโอนาซีที่มักเดินทางมาแสวงบุญ

ออสเตรียเตรียมเปิดใช้งานสถานีตำรวจแห่งใหม่อย่างเป็นทางการในวันนี้ (22 ก.ค.)  โดยการดัดแปลงบ้านพักหลังเดิมอันเป็นสถานที่เกิดของ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำเผด็จการนาซีเยอรมนี เพื่อยุติข้อถกเถียงอันยาวนานเกี่ยวกับอนาคตของสิ่งปลูกสร้างแห่งนี้ รวมถึงเพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มแนวคิดขวาจัดในยุคปัจจุบันใช้สถานที่ดังกล่าวเป็นจุดนัดพบหรือแสวงบุญ

อาคารเก่าแก่ทรงเสน่ห์ยุคศตวรรษที่ 17 ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองเบราเนา อัม อินน์ (Braunau-am-Inn) ติดพรมแดนเยอรมนี แห่งนี้ คือสถานที่ซึ่งฮิตเลอร์เกิดเมื่อวันที่ 20 เมษายน  1889 โดยโครงการปรับปรุงอาคารมูลค่า 20 ล้านยูโร (ประมาณ 770 ล้านบาท) ซึ่งล่าช้ากว่ากำหนดเดิมถึง 3 ปี ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว โดยบริษัทสถาปนิก Marte ของออสเตรีย ได้ทำการทาสีทับผนังปูนสีเหลืองเดิมให้กลายเป็นสีขาวสะอาดตาเพื่อลบภาพจำเดิม ขณะที่ด้านหน้าอาคารมีการติดตั้งป้ายสถานีตำรวจอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ดี บริเวณทางเท้าด้านหน้าอาคารยังคงไว้ซึ่ง “หินรำลึก” ที่สลักข้อความเตือนใจว่า “เพื่อสันติภาพ เสรีภาพ และประชาธิปไตย ฟาสซิสต์จะต้องไม่เกิดขึ้นอีก ศพนับล้านชีวิตคืออุทาหรณ์”

อาคารพื้นที่ขนาด 800 ตารางเมตรแห่งนี้ เคยตกเป็นของตระกูลโพมเมอร์ (Pommer) มาตั้งแต่ปี 1912 และต่อมาในปี 1972 รัฐบาลออสเตรียได้เช่าอาคารเพื่อใช้เป็นศูนย์ช่วยเหลือผู้พิการ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มเหยื่อที่เคยถูกสังหารในยุคจักรวรรดิไรช์ที่สาม 

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการเดินทางมาเยือนของกลุ่มนีโอนาซีอย่างต่อเนื่อง “เกอร์ลินเด โพมเมอร์” เจ้าของเดิมคนสุดท้าย ได้คัดค้านการดัดแปลงอาคารและต่อสู้คดีชั้นศาลเพื่อคัดค้านการยึดคืนของรัฐมาโดยตลอด จนกระทั่งในปี 2016 ออสเตรียได้ผ่านกฎหมายเข้าควบคุมอาคาร และในปี 2019 ศาลฎีกาออสเตรียจึงมีคำตัดสินอนุมัติให้รัฐเข้าซื้ออสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวในราคา 810,000 ยูโร

นักประวัติศาสตร์ต่างคัดค้านการทุบทำลายอาคารทิ้ง โดยเตือนว่าออสเตรียต้องเผชิญหน้ากับความจริงในประวัติศาสตร์ ซึ่งออสเตรียเคยถูกเยอรมนีผนวกรวมดินแดนในปี 1938 ส่งผลให้ชาวยิวชาวออสเตรียถูกสังหารไปกว่า 65,000 คน และอีกกว่า 130,000 คนต้องลี้ภัย แต่ในขณะเดียวกัน หากทำเป็นพิพิธภัณฑ์หรืออนุสรณ์สถาน ก็สุ่มเสี่ยงที่จะกลายเป็นจุดดึงดูดกลุ่มขวาจัดอยู่ดี

คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญจึงมีมติแปลงสภาพอาคารให้เป็น “สถานีตำรวจ” โดยรัฐบาลออสเตรียเชื่อมั่นว่า การมีเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำการอยู่ตลอดเวลาจะช่วย “ฟื้นฟูความเป็นกลาง”  ให้แก่พื้นที่ และแสดงเจตจำนงชัดเจนว่าจะไม่มีการรำลึกถึงลัทธินาซี ณ สถานที่แห่งนี้อีกต่อไป

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่การเมืองออสเตรียกำลังเผชิญการเติบโตของฝ่ายขวาจัด โดยพรรคเสรีภาพออสเตรีย (FPÖ) ซึ่งก่อตั้งโดยอดีตสมาชิกนาซี กำลังได้รับความนิยมสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งในประเทศ ด้วยคะแนนสนับสนุนราว 37% จากผลสำรวจของ Europe Elects

ขณะเดียวกัน ฝ่ายคัดค้านมองว่าการเปลี่ยนเป็นสถานีตำรวจไม่อาจลบเลือนประวัติศาสตร์ได้ โดยนายโรเบิร์ต ไอเทอร์ โฆษกคณะกรรมการเมาท์เฮาเซน ออสเตรีย (Mauthausen Committee Austria) ซึ่งเป็นสมาคมของผู้รอดชีวิตจากค่ายกักกันนาซี ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า “มันเป็นเรื่องตลกสิ้นดี มนุษยชาติไม่มีทางลืมหรอกว่าฆาตกรล้างเผ่าพันธุ์ที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์เกิดที่ไหน และการรีโนเวทครั้งนี้ก็ไม่อาจหยุดยั้งกลุ่มนีโอนาซีแม้แต่คนเดียวจากการเดินทางมาแสวงบุญที่เมืองเบราเนาได้”.

ที่มา AFP 

Leave a comment