
นายกฯ ประชุมหัวหน้าส่วนราชการนัดแรก ยัน รัฐบาลมีเสถียรภาพ สั่ง ขรก.ห้ามเกียร์ว่าง
วันศุกร์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.02 น.
นายกฯ ประชุมหัวหน้าส่วนราชการนัดแรก ยันรัฐบาลมีเสถียรภาพ อยู่ได้ด้วยผลงาน ไม่ดำรงอยู่ด้วยอำนาจรัฐ ลั่นเป็นครม.ของทุกคน ชม ขรก.วางตัวดี ไม่เอียงข้างช่วงเลือกตั้ง กำชับใกล้เกษียณอย่าปล่อยเกียร์ว่าง ทดเวลาไปถึงเกียร์ 10 เที่ยงคืน 1 ต.ค.69 ชี้ ฟื้นสัมพันธ์กัมพูชาอยู่บนเงื่อนไขไทยกำหนด ขอเชื่อมั่นรบ.-มั่นคง
เมื่อวันที่ 24 ก.ค.2569 ที่สำนักข่าวกรองแห่งชาติ วังปารุสกวัน ถนนราชดำเนินนอก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 1/2569 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
เมื่อมาถึงนายกฯเยี่ยมชมพระตำหนักวังปารุสกวัน ก่อนถ่ายภาพร่วมกับคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า และผู้บริหารสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ที่บริเวณหน้าพระตำหนักฯ
จากนั้นนายกฯกล่าวมอบนโยบายคณะหัวหน้าส่วนราชการฯ ว่า วันนี้ต้องถือว่าเป็นโอกาสดีอันหนึ่งที่ตนได้มีโอกาสมาพบกับทุกท่าน ภายหลังจากการเข้ามาปฎิบัติหน้าที่ในการบริหารประเทศอีกวาระหนึ่ง ซึ่งเป็นห้วงเวลาที่มีการดำเนินการข้อตกลงและมีการดำเนินนโยบายต่างๆมากมายในช่วงนี้ และเท่าที่ตนจำได้ เราเพิ่งพบกันครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2568 หลังจากนั้น 3 วันก็ยุบสภา พบกันก็คงไม่น่าจะมีอะไรเช่นนั้น เพราะสภาก็ปิดไปแล้วอย่างที่เรียนว่ารัฐบาลของตนได้เข้ามาทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่คราวที่แล้วตราบจนมาถึงปัจจุบันนี้ ตนต้องขอขอบคุณในความร่วมมือของปลัดกระทรวงและหัวหน้าส่วนราชการทุกท่านตลอดจน ผู้บัญชาการเหล่าทัพต้องกราบเรียนด้วยความซาบซึ้งและจริงใจว่าตนได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกท่าน ไม่ว่าจะสภาพของการบริหารงานของรัฐบาลเป็นอย่างไรก็ตาม
ในวาระอนุทิน 1 ทุกท่านคงทราบว่า ตอนนั้นรัฐบาลมีสถานะเป็นเสียงข้างน้อย หลายคนปรามาสว่าจะเข้ามาทำอะไรได้ นอกจากมารอวันยุบสภาตามข้อตกลงเอ็มโอยูกับฝ่ายนิติบัญญัติ แต่ตั้งแต่เข้ามาเมื่อปลาย ส.ค.2568 ก็มีเหตุการณ์ต่างๆ มากมายที่ทำให้ความเป็นรัฐบาลไม่ว่าจะอยู่ในสภาพใดก็ตามก็ต้องทำการบริหารประเทศในภาวะสงคราม ภาวะความขัดแย้ง ภาวะอุทกภัยตั้งแต่เข้ามามีเรื่องเยอะแยะมากมาย เราต้องประสบกับความสูญเสียครั้งใหญ่ของประเทศคือการสูญเสียสมเด็จพระพันปีหลวงทั้งหลายทั้งปวงที่เกิดขึ้นนั้น ถ้ารัฐบาลไม่ได้รับความร่วมมือร่วมใจจากท่าน เราก็คงไม่สามารถที่จะบริหารสถานการณ์ให้ผ่านพ้นไปได้ รวมถึงมีวิกฤตการณ์น้ำท่วม มีวิกฤตการณ์ถนนถล่ม และยังมีเรื่องอื่นๆอีกมากมาย
นายกฯ กล่าวว่า ตนได้เห็นการสนับสนุนของทุกฝ่าย ตนไม่ได้รู้สึกว่าเราได้แต่เพียงแต่ประคับประคองสถานการณ์แต่เราได้เข้าไปดำเนินการแก้ไขเรื่องกลไกของภาครัฐที่มีอยู่ และเมื่อเราบูรณาการงานร่วมกันสิ่งที่มีความเป็นความกังวล และสิ่งที่เป็นภัยก็ได้รับการบริหารและคลี่คลายลงไปด้วยความรวดเร็ว สิ่งเหล่านี้ตนต้องขอกราบเรียนทุกท่านว่าในใจของตนทั้งหมด ตนทำงานกับทุกท่าน คงทราบว่าเรียกว่าศรีษะชนศีรษะกันเลย เวลาเราลงพื้นที่สภาพความเป็นนายกฯ เป็นรัฐมนตรีเป็นปลัดกระทรวง เรามีความเป็นข้าราชการที่ต้องลงไปดูแลสารทุกข์สุกดิบของประชาชน ตราบจนผ่านพ้นการเลือกตั้ง ตนก็ต้องขอชื่นชมและชมเชยหัวหน้าส่วนราชการทุกท่าน ที่ได้วางตัวได้อย่างเหมาะสม การที่วางตัวได้อย่างเหมาะสม ก็หมายความว่าในการเลือกตั้งไม่ได้ทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรู้สึกถึงความได้เปรียบเสียเปรียบ ไม่มีคำติฉินทาหรือวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลถึงแม้ว่าจะยุบสภาไปแล้ว ก็ได้ใช้กลไกหรือต่างๆเพื่อก่อให้เกิดความได้เปรียบ ทุกคนวางตัวเป็นอย่างดี การวางตัวของท่านทำให้เกิดความเข้าใจ ในความเกรงอกเกรงใจ สังเกตได้ว่าตนไม่เคยกล้าไปหา ไปกวนพวกท่านให้ไปร่วมงานใดๆที่มีความคาบเกี่ยว เราต้องจัดวาระงานราชการลงไป แต่หลังเวลาราชการเราต้องลงพื้นที่หาเสียงลงพื้นที่ปราศรัย ตนเชื่อว่าท่านเข้าใจรัฐบาลและรัฐบาลจะไม่บอกให้ท่านมายืนแอบข้างหลัง ลองสังเกตดูว่าใครจะมา ใครจะไปไม่มี ถึงจุดนั้นเราต่างคนต่างไปปฏิบัติหน้าที่ของเรา ทำให้การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาผ่านพ้นไปได้ด้วยดี และตัวของตนสามารถกลับมาจัดตั้งรัฐบาล เพื่อมาบริหารราชการแผ่นดินและมาร่วมงานกับทุกท่านอีกครั้ง
นายกฯ กล่าวอีกว่า ในฐานะนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลการบริหารราชการแผ่นดินและรับผิดชอบเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายในประเทศนี้ ขอให้คำยืนยันกับท่านว่ารัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลที่มีความเข้มแข็ง มีความแข็งแรง มีเสถียรภาพ มีความเข้าใจกัน แม้กระทั่งในรัฐมนตรีที่มาจากพรรครวมรัฐบาล ในสภาผู้แทนราษฎร ในหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เราเน้นในเรื่องของภารกิจหน้าที่เป็นหลักไม่ได้เน้นเรื่องของการดำรงไว้ หรือดำรงอยู่ของการควบคุมอำนาจของรัฐ ทั้งนี้ สำหรับตัวของตนท่านที่ได้สัมผัสและทำงานร่วมกับตนคงทราบว่าตนเป็นผู้ที่มีความเชื่อว่ารัฐบาลจะมีเสถียรภาพอยู่ได้หรืออยู่ไม่ได้อยู่ที่ผลงานของรัฐบาลเท่านั้น ซึ่งผลงานของรัฐบาลหลายๆอย่าง หลายส่วนต้องมาจากความร่วมมือ ของหัวหน้าส่วนราชการ ตนเชื่อว่าการรับนโยบายไปปฏิบัตินั้นสำหรับตน ตนมอบหมายให้กับพวกท่าน ตนไม่เคยมอบหมายข้ามสายงาน ข้ามศรีษะ ตนลงไปสั่งการด้วยตัวเอง เพราะว่าตนถือว่าการที่พวกท่านเป็นระดับหัวหน้าส่วนราชการแล้ว ตนมอบนโยบาย และแนวปฏิบัติไปกับท่าน ตนก็ติดตามและให้การสนับสนุนในการทำนโยบายของรัฐบาลให้ประสบความสำเร็จ อย่างที่เรียนที่ผ่านมาถึงแม้ว่าเราจะมีสิ่งที่ต้องบริหารจัดการมากมาย แต่เมื่อใดก็ตามที่ท่านได้รับนโยบายไปแล้ว ท่านก็ได้ให้ความร่วมมือ จนทุกอย่างประสบความสำเร็จผ่านพ้นวิกฤตการณ์ทั้งด้านเศรษฐกิจ ในเรื่องที่เรามีส่วนเกี่ยวข้องและเรื่องที่เราไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เราก็สามารถที่จะแก้ไขสถานการณ์ทุกอย่างไปได้ เพราะฉะนั้นเลยทำให้ตนมีความเชื่อมั่นในตัวท่านมากๆ
นายกฯ กล่าวด้วยว่า ส่วนเรื่องความมั่นคงทางตำรวจทางฝ่ายเจ้าพนักงานทางการทหารและเรื่องของการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมต่างๆตนได้เรียนไปยังหัวหน้าศูนย์ฝ่ายความมั่นคงว่าตนไม่เข้าใจว่า ตนไม่เข้าใจทำไมท่านมีคนที่เก่งมาก เก่งจนพอท่านบอกว่าเรื่องนี้มอบหมายให้คนนี้ให้นายพลคนนี้รับผิดชอบดูแลดำเนินการ ตนไม่เคยต้องกังวลว่าเรื่องนั้นจะไม่ประสบผลสำเร็ว เรื่องของการจัดการปราบสแกมเมอร์ทหารจัดการได้อย่างดี เรื่องของการดำเนินคดีต่อเนื่องขยายผลตำรวจจัดการได้อย่างดีเรื่องยาเสพติดทุกฝ่ายก็บูรณาการดำเนินได้เป็นอย่างดีทุกอย่าง รวมถึงมีกลไกต่างๆที่เราสามารถไปขับเคลื่อน แทนที่จะทำให้มันเป็นเรื่องการตรวจสอบระหว่างองค์กรอิสระกับหน่วยงานของรัฐบาลเราแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของความตั้งใจและความเป็นมืออาชีพ จนเดี๋ยวนี้ถ้ามีคดีใหญ่ๆองค์กรอิสระต่างๆยังทำเรื่องมาขอความร่วมมือว่าเรื่องการสนับสนุนด้านบุคลากร ด้านข้อมูลข่าวสารต่างๆจากหน่วยงานที่สำคัญกับรัฐบาล ก็แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจและความไว้เนื้อเชื่อใจในรัฐบาลของตนได้แสดงให้เห็นอย่างเป็นที่ประจักษ์ชัดว่าถ้ามันคือเรื่องประโยชน์ของพี่น้องประชาชน เรื่องประโยชน์ของชาติ ขอให้ท่านได้มั่นใจรัฐบาลไม่มีสิทธิ์ที่จะมองเห็นประโยชน์ส่วนตนหรือประโยชน์ในทางการเมืองหรือประโยชน์ในการถือครองอำนาจรัฐเอาไว้เหนือกว่าประโยชน์ของประเทศและประชาชน
“ผมคิดว่าท่านทั้งหลายที่ทำงานร่วมกับผมคงได้เห็นแนวทางการทำงานของผมอย่างชัดเจน พวกเรา ทุกคนในห้องนี้ ถ้าไม่อยู่ในสถานะทางการเราก็เรียกพี่ เรียกน้องกันทุกคน ผมไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ในวาระแต่งตั้งผบ.ตร.คนใหม่ ผมบอกให้เชื่อมั่นในดุลพินิจของผม ผมยึดมั่นในเรื่องของคุณสมบัติที่ท่านทั้งหลายได้ปฏิบัติมาโดยตลอดรวมไปถึงหัวหน้าส่วนราชการทุกคน สิ่งที่ผมจะขอความร่วมมือจากทุกท่านคือ ณ ขณะนี้ ถ้าท่านติดตามข่าวสารหรือมีโอกาสร่วมคณะกับผมในการเดินทางไปเยือนนานาประเทศท่านคงได้เห็นถึงสถานะ (positions ) ของประเทศไทยในสายตานานา ประเทศเราไม่ได้ต้องการไปแค่ไปเช็คแฮนด์ ยืนยิ้มแต่ประเทศไทยได้กลับสู่จอร์เรด้า ซึ่งหมายถึงเมื่อไปที่ไหนจะต้องมีหัวข้อมีความร่วมมือ มีการทำบันทึกข้อตกลง และการลงทุนต่างๆ ทุกท่านจะเห็นว่าประเทศไทยเปิดตัวกับนานาประเทศมากขึ้น เพราะเรามีความพร้อม ซึ่งรัฐบาลในอดีตวางรากฐานที่ดี แม้กระทั่งรัฐบาล คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่วางรากฐานในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆมา แต่กว่าจะพร้อมใช้เวลา 7-10 ปี ถือว่ารัฐบาลนี้โชคดีที่ได้มาบริหารประเทศในขณะที่โครงสร้างพื้นฐานต่างๆเกิดความพร้อมมีความชัดเจนจับต้องได้ ทำให้การตัดสินใจต่างๆของมิตรประเทศเกิดขึ้น
นายกฯ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกัน เราก็ยังมีความเข้าไม่เข้าใจกับประเทศเพื่อนบ้านของเรา เป็นสิ่งที่เราไม่ได้อยากให้เกิดขึ้น แต่เรามีเกียรติภูมิ มีอธิปไตยของประเทศที่ต้องนำมาเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณา ยืนยันว่าทุกครั้งที่ได้พบกับผู้นำประเทศเพื่อนบ้าน มีการพูดคุยกันในแนวโน้มที่ดี ทราบถึงความรู้สึกได้ว่าผู้นำของประเทศเพื่อนบ้านก็ไม่ได้ต้องการให้มีสภาพเช่นนี้ แต่ด้วยความที่ประเทศไทยยืนหยัดในนโยบายว่าเราไม่เคยรุกรานใครก่อน เราก็เคารพอธิปไตยของผู้อื่น และไม่ต้องการให้มีความขัดแย้ง แต่ถ้าโดนคุกคามถูกเอาเปรียบ ถูกทำร้าย ประเทศไทยก็ต้องตอบโต้ด้วยความเฉียบขาดเด็ดขาด ดังนั้นในขณะนี้ที่เราได้ควบคุมสถานการณ์ทั้งหมด การที่จะฟื้นฟูความสัมพันธ์ ตนได้แจ้งผู้นำกัมพูชาไปว่าขึ้นอยู่กับท่านแล้ว ประเทศไทยพร้อมที่จะเจรจา แต่เจรจาบนพื้นฐานที่ประเทศไทยได้วางเอาไว้ ส่วนไหนที่เรายอมได้แล้วไม่เกิดผลเสียต่อประเทศก็มาคุยกัน แต่ส่วนไหนที่เป็นการต่อรองกัน เพื่อให้มาพบกันตรงจุดใดจุดหนึ่งแล้วเกิดผลเสียกับประเทศไทย ตรงนี้ก็ต้องขอสงวนสิทธิ์ว่าอย่าเอาเข้ามาในวาระ สิ่งเหล่านี้มีความชัดเจน
นายกฯ กล่าวอีกว่า ตนได้แจ้งกับที่ประชุมทุกครั้งกับทั้งภาครัฐ และเอกชน หรือหน่วยงานไหนก็ตาม ว่าตนมั่นใจในหน่วยงานความมั่นคงของประเทศไทยที่ได้ปกป้องพิทักษ์ความเป็นเอกราชของประเทศด้วยความเรียบร้อย ไม่มีสิ่งที่น่ากังวลใดๆ การวางแผนสิ่งต่างๆทางการลงทุนขยายกิจการต่างๆ ก็ขอให้ถือว่าเหตุการณ์ในประเทศนี้มีความเป็นปกติมีความปลอดภัย ตนได้เน้นย้ำกับความมั่นคงว่าให้ประชาชนรู้ว่าอธิปไตยของเขามีความปลอดภัย ประเทศของเขาปลอดภัย ซึ่งหน่วยงานความมั่นคงก็ให้คำยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งตนในหัวหน้ารัฐบาลก็มีความมั่นใจ ทั้งนี้ ในส่วนของภาคพลเรือนการให้บริการประชาชน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สาธารณสุข ความมั่นคงภายในประเทศ ขอให้ฝ่ายปกครองดำเนินการอย่างเต็มที่ ในการอำนวยความสะดวกกับพี่น้องประชาชน ให้มีการบูรณาการร่วมกัน หัวหน้าส่วนราชการราชต้องเคลียร์ทุกประเด็นให้หมด อย่าไปมองแบบแยกกระทรวงหรือรักษาผลประโยชน์เฉพาะกระทรวง เพราะปัจจุบันเป็นไปไม่ได้แล้ว เหมือนที่ตนเคยบอกว่าคณะรัฐมนตรี(ครม.) ของตนไม่ใช่ครม. รัฐบาลผสมภูมิใจไทย เพื่อไทย แต่เป็นครม.ของประเทศไทย ครม.ของทุกคนในการแสวงหาความร่วมมือ เพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งวันนี้เรามีความพร้อมในทุกๆด้าน
นายกฯ กล่าวด้วย ส่วนการเดินหน้าเรื่องการเจรจากับต่างประเทศ ต้องใช้ความร่วมมือจากทุกกระทรวง และทุกหน่วยงาน เพราะเกี่ยวพันกันหมด จึงหนีไม่พ้นที่หัวหน้าคณะเจรจาของเรา ก่อนที่จะเดินทางไปเจรจา หัวหน้าส่วนราชการทุกท่านต้องติดอาวุธการเจรจาเข้าไปให้พร้อม เมื่อไปถึงถ้าท่านบอกว่าขอกลับไปปรึกษาก่อน ความเสียหายความเสียเปรียบจะเกิดขึ้นอย่างมหาศาล ดังนั้น เมื่อท่านได้รับความเห็นชอบจากครม.แล้วในการเจรจา ถือว่าได้รับความเห็นชอบ และไปในนามรัฐบาล แทนที่เราจะได้เปรียบจะทำให้บทสรุปหายไป คู่เจรจาจะจับไต๋เราได้หมด ซึ่งจะทำให้เราเสียเปรียบ เราจึงต้องบริหารราชการด้วยศักยภาพ ด้วยความร่วมมือบูรณาการอย่างเต็มที่ตราบใดที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ ตนจะประชุมจนท่านเบื่อ ตนมีความสุขมากในการพูดคุยเรื่องต่างๆ จะไม่ใช่แค่มาเปิดแล้วมาปิดการประชุม ตนยินดีให้เวลาอย่างเต็มที่เพื่อที่ประเทศจะก้าวหน้าไปได้ เราควรจะประชุมกันสองเดือนครั้งเป็นอย่างต่ำ เพราะถ้าเจอกันทุกเดือนคงไม่ได้มีโอกาสที่จะอำนวยมากขนาดนั้น แต่
“ผมพูดเสมออายุราชการของท่านคือเที่ยงคืนวันที่ 1 ต.ค.69 ไม่ใช่ตอนนี้ไม่ใช่เดือนก.ค. ที่บอกว่าเริ่มทดเกียร์ห้า เกียร์สี่ เกียร์สามหรือบางคนปล่อยเกียร์ว่างไม่ได้ อยู่เกียร์ห้าแล้วยังคงต้องทดไปถึงเกียร์สิบ เผลอๆผมอาจจะต้องขอท่านมาช่วยงานต่อด้วยซ้ำ ก็ขอให้พวกท่านตระหนักถึงประเด็นนี้ด้วยว่าหน้าที่ของท่านคือ 24 ชั่วโมง” นายกฯ กล่าว