
คปท.ยื่นหนังสือ ป.ป.ช. จี้เร่งรัดคดีโกงสอบท้องถิ่น ฟันผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ เน้นโปร่งใส-ไม่เลือกปฏิบัติ
วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.12 น.
คปท.ยื่นหนังสือถึง ป.ป.ช. จี้เร่งรัดคดีทุจริตสอบบรรจุรับราชการส่วนท้องถิ่น ฟันผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ เน้นโปร่งใส-ไม่เลือกปฏิบัติ ประสาน ป.ป.ง.สอบเส้นทางการเงิน
27 กรกฎาคม 2569 เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) โดย นายพิชิต ไชยมงคล และ นายนัสเซอร์ ยีหมะ ได้ยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อเรียกร้องให้ ป.ป.ช.เร่งดำเนินการในคดีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น
โดย คปท.ระบุว่า เรื่องดังกล่าวไม่ใช่เพียงคดีทุจริตการสอบทั่วไป แต่เป็นบททดสอบสำคัญของกระบวนการยุติธรรมไทย เนื่องจากผู้ที่ผ่านการสอบเข้าไป จะกลายเป็นผู้ใช้อำนาจรัฐ บริหารงบประมาณ และทำงานใกล้ชิดกับประชาชน หากเริ่มต้นด้วยการทุจริต ย่อมส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายต่อระบบราชการและประโยชน์ของประชาชนอย่างร้ายแรง
ในการนี้ คปท.ได้เสนอข้อเรียกร้องต่อ ป.ป.ช.โดยมีรายละเอียดสำคัญใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.เร่งรัดการดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาและโปร่งใส ประชาชนมีสิทธิได้รับคำตอบว่า การตรวจสอบคดีนี้ได้ดำเนินไปถึงขั้นตอนใด และจะไม่มีการปล่อยให้คดีล่าช้าจนกระทบต่อความเชื่อมั่นของสังคม ซึ่งความยุติธรรมที่ล่าช้า ย่อมส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากรู้สึกว่า ความยุติธรรมไม่ได้เกิดขึ้นจริง
2.ดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องทุกระดับโดยไม่เลือกปฏิบัติ หากพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงบุคคลใด ไม่ว่าจะเป็นผู้ปฏิบัติ ผู้บงการ ผู้สนับสนุน หรือผู้ได้รับผลประโยชน์ ก็ต้องได้รับการตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเสมอภาค กฎหมายจะได้รับความเคารพ ก็ต่อเมื่อ กฎหมายใช้กับทุกคนอย่างเท่าเทียม และ 3.ประสานความร่วมมือระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) อย่างเต็มที่
อย่างไรก็ตาม เมื่อการทุจริตมีลักษณะเป็นขบวนการ การตรวจสอบก็ต้องบูรณาการระหว่างหน่วยงาน โดยเฉพาะการติดตามเส้นทางการเงินและทรัพย์สินที่อาจเกี่ยว ข้อง การประสานข้อมูลอย่างรวดเร็ว จะช่วยให้ข้อเท็จจริงปรากฏ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนมากยิ่งขึ้น ที่ผ่านมากรรมการปปช.เอง ก็มีข้อน่าสงสัยต่อการปฏิบัติหน้าที่ทั้งองค์คณะและกรรมการ ป.ป.ช.บางคน
“สถานการณ์ครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ ป.ป.ช.จะพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นว่า องค์กรยังสามารถยืนหยัดเคียงข้างหลักนิติธรรม และไม่มีผู้ใดอยู่เหนือกฎหมาย ศรัทธาของประชาชนไม่อาจเกิดขึ้นจากคำกล่าวอ้าง หากเกิดขึ้นจากผลของการปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงจัง กล้าหาญ และเป็นธรรม เพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นและศรัทธาจากประชาชน ตลอดจนปกป้องหลักนิติธรรมของประเทศ”
– 006








