ครม. ไฟเขียว ยกเว้นภาษีเงินชดเชย โครงการนำเรือประมงออกนอกระบบ ปี 68-69 ช่วยชาวประมงรับเงินเต็มจำนวน

ครม. ไฟเขียว ยกเว้นภาษีเงินชดเชย โครงการนำเรือประมงออกนอกระบบ ปี 68-69 ช่วยชาวประมงรับเงินเต็มจำนวน

ครม. ไฟเขียว ยกเว้นภาษีเงินชดเชย โครงการนำเรือประมงออกนอกระบบ ปี 68-69 ช่วยชาวประมงรับเงินเต็มจำนวน

วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.26 น.

ครม.เห็นชอบยกเว้นภาษีเงินได้เงินชดเชยโครงการนำเรือประมงออกนอกระบบ ช่วยชาวประมงนำเงินเยียวยาไปประกอบอาชีพใหม่ได้เต็มจำนวน

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร เพื่อยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับเงินชดเชยเยียวยาที่กรมประมงจ่ายให้แก่เจ้าของเรือประมงที่เข้าร่วม โครงการนำเรือประมงออกนอกระบบเพื่อการจัดการทรัพยากรประมงทะเลที่ยั่งยืน ในปี พ.ศ. 2568 และปี พ.ศ.2569 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อบรรเทาภาระภาษี เปิดโอกาสให้ผู้ได้รับผลกระทบนำเงินชดเชยไปใช้เป็นทุนในการประกอบอาชีพใหม่และฟื้นฟูคุณภาพชีวิตได้อย่างเต็มที่

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนโครงการนำเรือประมงออกนอกระบบ ซึ่งรัฐบาลดำเนินการเพื่อบริหารจัดการจำนวนเรือประมงให้สอดคล้องกับปริมาณทรัพยากรสัตว์น้ำ ฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรประมงทะเล ลดความขัดแย้งในการใช้ทรัพยากร และส่งเสริมการทำประมงอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพประมงที่ประสงค์เลิกประกอบกิจการให้สามารถปรับเปลี่ยนอาชีพได้

นางสาวลลิดา กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติโครงการนำเรือประมงออกนอกระบบระยะล่าสุด เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2568 โดยกำหนดกรอบงบประมาณสำหรับการจ่ายเงินชดเชยแก่เรือประมงจำนวน 923 ลำ วงเงินรวม 1,622.6053 ล้านบาท แบ่งเป็น

* กลุ่มที่แยกชิ้นส่วนหรือทำลายเรือ 877 ลำ
* กลุ่มที่นำเรือไปใช้ประโยชน์อื่น เช่น ร้านกาแฟ โรงแรม หรือห้องสมุด 1 ลำ
* กลุ่มที่เปลี่ยนประเภทเรือเพื่อใช้ในกิจการอื่น 45 ลำ

กรมประมงจะทยอยจ่ายเงินชดเชยเป็น 2 งวด ภายในปี 2568–2569

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ร่างพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้กำหนดให้ บุคคลธรรมดาและบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นเจ้าของเรือประมง ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินชดเชยเยียวยาที่ได้รับจากกรมประมง โดยไม่ต้องนำเงินดังกล่าวมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้เมื่อสิ้นปีภาษี ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์เดียวกับมาตรการที่รัฐบาลเคยดำเนินการในโครงการนำเรือประมงออกนอกระบบระยะก่อนหน้า

“มาตรการนี้จะช่วยให้เจ้าของเรือประมงได้รับเงินชดเชยเต็มจำนวน สามารถนำเงินไปใช้เป็นทุนประกอบอาชีพใหม่ ดูแลครอบครัว บรรเทาภาระหนี้สิน และลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาเรือที่ไม่สามารถประกอบกิจการประมงต่อได้ ถือเป็นการดูแลผู้ได้รับผลกระทบควบคู่กับการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรประมงทะเลของประเทศอย่างสมดุล” นางสาวลลิดา กล่าว

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงการคลังคาดว่ามาตรการดังกล่าวจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ภาษีประมาณ 167 ล้านบาท แบ่งเป็นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประมาณ 160 ล้านบาท และภาษีเงินได้นิติบุคคลประมาณ 7 ล้านบาท แต่จะช่วยลดภาระภาษีให้ผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการของรัฐโดยตรง และสนับสนุนให้สามารถปรับเปลี่ยนอาชีพและดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคง ขณะเดียวกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นชอบในหลักการ พร้อมเสนอให้ติดตามและประเมินผลทั้งด้านการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและผลกระทบต่อชุมชนประมงอย่างต่อเนื่อง

Leave a comment