สุชาติ ชูวัดพระมหาธาตุฯ มรดกโลก เป็นความยิ่งใหญ่ทางวัฒนธรรม ซัดคนวิจารณ์ อย่ามองเป็นการเมือง

สุชาติ ชูวัดพระมหาธาตุฯ มรดกโลก เป็นความยิ่งใหญ่ทางวัฒนธรรม ซัดคนวิจารณ์ อย่ามองเป็นการเมือง

สุชาติ ชูวัดพระมหาธาตุฯ มรดกโลก เป็นความยิ่งใหญ่ทางวัฒนธรรม ซัดคนวิจารณ์ อย่ามองเป็นการเมือง

วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.51 น.

“สุชาติ”ยก”วัดพระมหาธาตุฯ”  ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เป็นความยิ่งใหญ่ทางวัฒนธรรม จ่อดัน 7 วัด – คูเมือง – กำแพงเมืองเชียงใหม่ ขึ้นทะเบียนอีก ซัด พวกเห็นต่างเอาความดีใจของคนไทยทั้งประเทศมาเป็นเรื่องการเมือง สอน ต้องมีใจเป็นกลาง 

เมื่อเวลา 09.55 น. วันที่ 27 กรกฎาคม 2569  ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวถึงกรณียูเนสโกประกาศวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมว่า เรื่องนี้เป็นข่าวดีของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ โดยเฉพาะชาว จ.นครศรีธรรมราช ถือเป็นความยิ่งใหญ่ของมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศชาติ โดยการยื่นขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกนั้น มีคณะกรรมการจากหลายประเทศร่วมพิจารณา ซึ่งประเทศไทยมีตนเอง และ น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม และผู้ที่เกี่ยวข้อง เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการประชุมด้วย โดยการที่ขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารนั้นดำเนินการมา 5 รัฐบาลแล้ว ตั้งแต่ปี 62 

นายสุชาติ กล่าวว่า ความสำเร็จในครั้งนี้ไม่ได้มาบอกว่า มาสำเร็จในยุคเรามาเป็นรัฐบาล แต่ต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมา ที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เพราะต้องชี้แจงหาเหตุและผลมาประกอบ ซึ่งวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารมีอายุมาประมาณ 1,500 ปี มีโบราณวัตถุรวม 32,000 ชิ้น เราจะต้องถ่ายภาพทั้ง 32,000 ชิ้น ส่งการบ้านให้กับองค์กรยูเนสโกด้วย รวมถึงให้ข้อมูลเจ้าหน้าที่ขององค์การยูเนสโกที่เดินทางมาตรวจสอบที่ประเทศไทย ดังนั้น การเอาอารยธรรมเก่าแก่ต่าง ๆ ของประเทศไทยขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกนั้นทำได้ยากมาก ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญ ส่งตนเองเป็นคณะผู้แทนเดินทางไปร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม 

นายสุชาติ กล่าวว่า หลังจากนี้เตรียมผลักดัน 7 วัดสำคัญ ร่วมกับคูเมืองและกำแพงเมืองเชียงใหม่ รวมเป็น 8 แหล่งวัฒนธรรม ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ซึ่งตนเองได้ไปศึกษาว่า ประเทศที่มีการขอขึ้นทะเบียนมีลักษณะคล้ายแบบนี้คือ ที่หลวงพระบาง สปป.ลาว แต่ทั้งนี้ ต้องเกิดจากความร่วมมือของประชาชนในท้องถิ่น ไม่ใช่เพียงแค่ทางกระทรวง หรือ รัฐบาลทำให้ฝ่ายเดียว เหมือนเช่นที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร มีชาวบ้านและผู้นำท้องที่เป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งที่ จ.เชียงใหม่อยู่ในขั้นตอนที่เจ้าหน้าที่จะเดินทางมาตรวจสถานที่ในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งเราต้องเตรียมข้อมูลและประสานกับชาวบ้าน 

นายสุชาติ กล่าวอีกว่า เรื่องนี้อาจจะมีบางคนอาจจะไม่ยินดีด้วน ซึ่งมองว่า ไม่ควรเกิดขึ้นในบรรยากาศแบบนี้ เราต้องมีวุฒิภาวะ อย่าเอาเรื่องความดีใจของคนไทยทั้งประเทศมาเป็นเรื่องการเมือง เราไม่ได้บอกว่า ทำในยุคนี้แล้วจบยุคนี้ แต่ทำมา 5 รัฐบาลแล้ว ถ้าวันนี้ทำเรื่องสำคัญ ยื่นขึ้นทะเบียนมรดกโลก แล้วอีก 5 – 6 ปี คุณเป็นรัฐบาลจะปฏิเสธหรือไม่ เพราะเดินกันมาขนาดนี้ ต้องมีใจเป็นกลางและมีหัวใจของความเป็นคนไทยด้วย อยากจะเตือนความคิดความอ่านของคนที่ไม่เห็นด้วย เพราะถ้าหากได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ต่างประเทศก็อยากมาตามสถานที่ที่ขึ้นมรดกโลกมีที่ไหนบ้าง ซึ่งจะสามารถเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะวันสำคัญทางศาสนาได้

Leave a comment