ไทยโต้เดือด! ผอ.JIC ซัดกัมพูชา เล่นละครผ่านโซเชียล กล่าวหาไทยถล่มกาสิโน

ไทยโต้เดือด! ผอ.JIC ซัดกัมพูชา เล่นละครผ่านโซเชียล กล่าวหาไทยถล่มกาสิโน

ไทยโต้เดือด! ผอ.JIC ซัดกัมพูชา เล่นละครผ่านโซเชียล กล่าวหาไทยถล่มกาสิโน

วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.10 น.

ไทยโต้เดือด! ผอ.JIC ซัดกัมพูชา “เล่นละครผ่านโซเชียล” ปมกล่าวหาไทยถล่มกาสิโน ย้ำกองทัพไม่ยิงเป้าพลเรือน แนะเลิกสร้างภาพหลอกโลก

วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา (JIC) ระบุถึงกรณีที่ฝ่ายกัมพูชา ได้เผยแพร่ข้อมูลกล่าวหาว่าประเทศไทย โจมตีกาสิโนของกัมพูชา โดยยืนยันว่า ประเทศไทยขอปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวโดยสิ้นเชิง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ความพยายามสร้างภาพว่าไทยโจมตี “กาสิโนของพลเรือน” และยึดครองดินแดนกัมพูชานั้น เป็นการนำเสนอข้อมูลเพียงด้านเดียว ขาดบริบทด้านความมั่นคง และอาจมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเข้าใจผิดต่อประชาคมระหว่างประเทศ มากกว่าจะสะท้อนข้อเท็จจริงทั้งหมด

ผู้อำนวยการ JIC กล่าวว่า กองทัพไทยไม่มีนโยบาย โจมตีเป้าหมายพลเรือนหรือทรัพย์สินของพลเรือนโดยปราศจากเหตุผลทางทหาร อันนี้ชัดเจน และการปฏิบัติการทุกครั้งอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ หลักความจำเป็นทางทหาร และหลักการแยกแยะระหว่างเป้าหมายทางทหารกับพลเรือนอย่างเคร่งครัด ไม่ใช่การปฏิบัติการแบบ “ยิงก่อน ค่อยอธิบายทีหลัง” อย่างที่ถูกกล่าวหา

ผู้อำนวยการ JIC ระบุอีกว่า ประเทศไทยยังตั้งข้อสังเกตว่า หากสถานที่ใดถูกนำมาใช้เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการทางทหาร ไม่ว่าจะเป็นฐานกำลัง จุดสังเกตการณ์ จุดควบคุม หรือใช้เพื่อสนับสนุนการใช้อาวุธ สถานที่นั้นย่อมสูญเสียการคุ้มครองในฐานะวัตถุพลเรือนตามหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ดังนั้น การจะชี้ขาดว่าสถานที่ใดเป็นเป้าหมายที่ชอบด้วยกฎหมาย จำเป็นต้องอาศัยข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่อาศัยเพียงการกล่าวอ้างผ่านสื่อสังคมออนไลน์แล้วคาดหวังให้ทั้งโลกเชื่อตาม

“การนำแผนที่ฝ่ายเดียวหรือเอกสารที่ยังเป็นข้อโต้แย้งมาอ้างว่าเป็นข้อยุติว่าพื้นที่ดังกล่าวคือ “ดินแดนกัมพูชา” ไม่อาจใช้ยืนยันอำนาจอธิปไตยได้ เพราะประเด็นเขตแดนบางส่วนยังอยู่ภายใต้กลไกที่ทั้งสองประเทศตกลงใช้ร่วมกัน และต้องดำเนินการบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ใช่ตัดสินกันด้วยการหยิบแผนที่ฝ่ายเดียวขึ้นมาอ้างแล้วประกาศว่า “จบข่าว” 

ประเทศไทยยังเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือน หรือเลือกนำเสนอเพียงบางส่วนเพื่อสร้างแรงกดดันทางการเมืองหรือกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมย้ำว่าแนวทางเช่นนี้ไม่ได้ช่วยสร้างสันติภาพ หากแต่ยิ่งเพิ่มความหวาดระแวงและความตึงเครียดตามแนวชายแดน เปรียบเสมือนการเติมเชื้อไฟลงในกองไฟมากกว่าจะช่วยดับปัญหา

”ประเทศไทยยืนยันว่าจะดำเนินการทุกประการด้วยความโปร่งใส ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ และพร้อมให้ข้อเท็จจริงได้รับการตรวจสอบผ่านกระบวนการที่เป็นกลางและน่าเชื่อถือ โดยย้ำว่าข้อเท็จจริงควรเป็นผู้ตัดสิน ไม่ใช่กระแสในโลกออนไลน์หรือการสร้างภาพผ่านการสื่อสารเพียงด้านเดียว“ ผู้อำนวยการ JIC กล่าว

Leave a comment