ตรวจโกงสอบจบแล้ว ฟัน5,925คน สั่งถอนบรรจุทั้งหมด

ตรวจโกงสอบจบแล้ว  ฟัน5,925คน  สั่งถอนบรรจุทั้งหมด

ตรวจโกงสอบจบแล้ว ฟัน5,925คน สั่งถอนบรรจุทั้งหมด

วันพุธ ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ตรวจโกงสอบจบแล้ว ฟัน5,925คน สั่งถอนบรรจุทั้งหมด อีก11,030รายเฮไปต่อ เล็งขึ้นแบล็กลิสต์มศว นายกฯลุยกู้ศรัทธามท.

“อนุทิน”เรียกประชุมผู้บริหารมหาดไทย ปลุกวิญญาณใช้วิกฤตสร้างศรัทธาประชาชน หลังเจอมรสุมโกงสอบท้องถิ่นจนน่วมและเน่าไปทั้งคลองหลอด ชี้ต้องเอาหญ้ากาฝากออกก่อนกลืนหญ้าดีหมด เดินหน้าแอ๊กชั่น 8 อุ่นเครื่องเพิกถอน 3 พันราย ด้าน“เซมเบ้”เผยคืบแก้ปัญหาทุจริตสอบท้องถิ่น แอ๊กชั่น 8-9-10 มีการจัดแรงกิ้งคะแนนใหม่ พบ 5,925 ราย แก้คะแนน ส่วนคนที่สุจริตบรรจุไปแล้ว11,030 คน ไร้ปัญหา สัปดาห์หน้าถก“กสถ.”สรุปวิธีปฏิบัติผู้สอบ 3 กลุ่ม รับมีหารือ“กฤษฎีกา-กรมบัญชีกลาง-อสส.”ขึ้นแบล็คลิสต์”มศว”

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เดินทางเข้ากระทรวงมหาดไทย เพื่อพบปะ หารือกับคณะผู้บริหารกระทรวงฯ โดยได้ออกตัวก่อนที่จะสัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ขอให้ถามเรื่องดีๆ ถามเรื่องที่เป็นมงคล มีข่าวดีๆ ให้คนไทย ก่อนกล่าวต่อว่า วันนี้ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยได้รวมตัวกัน ลงนามถวายพระพรในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งอยู่ใกล้กับกระทรวงมหาดไทย จึงได้มีการเชิญหารือแบบไม่เป็นทางการ ไม่ได้มีวาระอะไร ซึ่งตนต้องจัดเวลา ในการเข้ามากระทรวงมหาดไทย อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 วัน ถึงแม้ว่าจะทำงานที่ทำเนียบรัฐบาล หรือข้างนอก ก็ต้องหาเวลามาพบปะกับผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย เพื่อทำให้ทุกอย่างดีขึ้น ในการให้บริการประชาชน

ยืนยันไม่ได้หย่อนยาน

เมื่อถามว่า เป็นเพราะที่ผ่านมามีการหย่อนยาน หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ได้หย่อนยาน แต่เราต้องการให้ทุกอย่างเดินตามกลไกของตัวเอง ยืนยันว่าตัวระบบไม่ได้หย่อนยานแน่นอน และตัวระเบียบก็ไม่ได้หย่อนยานเช่นกัน แต่คนใช้ระเบียบและระบบมีความไม่สุจริต เพราะฉะนั้นมันอยู่ที่คน เพราะตอนที่เราตั้งคนเหล่านั้นขึ้นมา เค้าดูแล้วว่าเขาเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ มีความซื่อสัตย์สุจริต ต้องดูว่าทำไมถึงเกิดเหตุเหล่านี้ขึ้นได้ ซึ่งต้องมาแก้ไข

เมื่อถามว่า การเข้ากระทรวง สัปดาห์ละ 2 วัน จะเป็นการเข้ามาขันน็อตเรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่นหรือเรื่องมาเฟียในพื้นที่ต่างๆ หรือไม่ นายอนุทิน ถามกลับว่า เรื่องมาเฟียแปลว่าอะไร ผู้สื่อข่าวจึงได้ยกตัวอย่างเรื่องการปราบมาเฟียในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต นายอนุทิน จึงกล่าวว่า เรื่องมาเฟียเป็นเรื่องชาวบ้านทั่วไปที่ทำตัวเป็นผู้มีบารมี มีอิทธิพล เราจึงลงไปแก้ไข มันคนละเรื่องกัน ซึ่งเรื่องดังกล่าวต้องร่วมกับทางจังหวัด ตำรวจ ทหาร หน่วยงานความมั่นคง

เปิดยุทธการแอคชั่นที่ 8

เมื่อถามว่า ปัญหาต่างๆ จะกระทบต่อความศรัทธา และความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนเชื่อว่าหากมีปัญหา คนที่คิดทุจริตซึ่งเราไปห้ามจิตใจเขาไม่ได้ เมื่อมันเกิดเหตุขึ้นมาเพียงแค่ 2 สัปดาห์กว่าๆ ก็จับโกงได้เกือบหมดแล้ว และคณะกรรมการที่ได้รับมอบอำนาจให้ไปดำเนินการ ก็ประกาศเพิกถอนรายชื่อ คนที่ทุจริตแล้ว ด้วยกลไกของรัฐบาลที่เรามีทั้งหมด ทำให้เราสามารถหาจุดที่ทำผิดได้ แล้วเรื่องนี้ไม่มีประสิทธิภาพตรงไหน หาได้ครบหมดเลย เดี๋ยวจะมีมาต่อเรื่อยๆ โดยเมื่อวานนี้ (27 ก.ค.) มี 7 แอคชั่นแล้ว โดยวันนี้นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาอาการอธิบดีกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่น หรือสถ. ก็บอกว่าวันนี้แอคชั่นที่ 8 มาแล้ว ส่วนรายละเอียดเป็นอย่างไรให้ถามเจ้าตัว รวมไปถึงจะมีแอ็คชั่นที่ 9 – 10 ด้วย ซึ่งทุกอย่างจะถูกตีแผ่ออกมา

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนได้พบกับ นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธาน ป.ป.ช.โดยท่านได้บอกว่าในส่วนของ ป.ป.ช.ท่านมาเป็นประธานในคณะอนุกรรมการ ป.ป.ช.ในการสืบสวนสอบสวน ซึ่งนานๆ เราจะได้เห็นปรากฏการณ์แบบนี้สักที ตนยิ่งมีความสบายใจและดีใจไปใหญ่ ว่าเรื่องนี้จะไม่มีทางเป็นมวยล้มต้มคนดู ขนาดประธาน ป.ป.ช.ยังใส่ใจลงมาดูคดีด้วยตัวเอง ตนในฐานะรัฐบาล ก็มี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี โดยจะได้ทำหนังสือรายงานมายังตนภายใน 2 – 3 วันนี้ ซึ่งทุกอย่างจะมาบรรจบกัน และจะเห็นกระบวนการอันชั่วร้ายนี้ทั้งหมด

โกงสอบอยู่ในคุกแล้ว3คน

เมื่อถามว่า เห็นรายงานของนายปกรณ์ พบว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้อง จะต้องถูกดำเนินคดีใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้อยู่ในคุก 3 คนแล้วนะ ประกันตัวก็ไม่ได้ ออกหมายเรียกแล้วไม่รู้ตั้งกี่คน และยังไม่นับไปถึงผู้ที่ร่วมกระทำผิด เจ้าของกระดาษคำตอบที่คะแนนในกระดาษกับในประกาศไม่ตรงกัน รวมถึงตัวคนประกาศผล คนที่ดำเนินการ ตนว่าทุกอย่างต้องใช้เวลา แต่เชื่อว่าใช้เวลาไม่นาน และหากถามตนก็คิดว่าการทำงานมีประสิทธิภาพสูงมาก สามารถรวบรวมวงจรนี้มาได้ในระยะเวลาที่รวดเร็ว และยังขยายผลไปถึงเส้นเงิน การใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ มีหลายหน่วยงานที่ร่วมกันดูและสุดท้ายแม่น้ำเหล่านี้ก็จะมาบรรจบกัน หวังว่าผลทุกอย่างจะตรงกัน ซึ่งเป็นการถ่วงดุลทำให้ทุกสายต้องทำงานด้วยความแม่นยำ มีความจริงจัง ไม่เห็นแก่หน้าอินทร์ หน้าพรหมที่ไหน และเมื่อทุกอย่างมาบรรจบกันก็เป็นสิ่งที่น่าเชื่อถือได้

เรียกประชุมฝ่ายบริหารมท.

เวลา 11.00 น. ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทินเรียกประชุมผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย เพื่อขับเคลื่อนงานของกระทรวงมหาดไทย โดยมีนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูง อาทิ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมต่างๆ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า

นายอนุทิน กล่าวว่า ขอมอบนโยบาย และให้ทุกท่านปฏิบัติมาด้วยความเรียบร้อย ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ทั้งนโยบายปราบปรามอาชญากรรม ยาเสพติด สถานบันเทิง สถานบริการ เรื่องการค้ามนุษย์ เรื่องนอมินี ที่ดินต่างๆ มากมาย ซึ่งทุกท่านก็ทำได้เป็นอย่างดี และขอฝากผู้ว่าราชการจังหวัดให้ดูแลความเรียบร้อยในจังหวัดของตนให้ดี

“ผมเข้ามากระทรวงนี้ ต้องเรียนว่าผมไม่เคยเกลียดใครสักคน ผมชอบทุกคน มีความสุขที่ได้พบกับทุกคน เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องขอจริง ๆ สิ่งที่ผมมีโอกาสโชคดีมากๆ คือต้องไปพักร้อนอยู่ 3 เดือน ยิ่งเห็นอะไรที่ผมว่าท่านคิดได้ สไตล์การทำงานเป็นอย่างไร ผมรู้หมด ต้องใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ พอจะเข้าเดือน ส.ค. ตนจะกดปุ่มรีเซต และขอให้ทุกท่านได้ทำงาน ปั้นผลงานอย่างเต็มที่ เพื่อแสดงผลงานต่าง ๆ ออกมา”

ต้องเอางานเป็นที่ตั้ง

นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้ได้กลับมาเราไม่ได้ติดค้างใคร ต้องเอางานเป็นหลัก วันนี้มีตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพิ่มขึ้นมา ควบ รมว.มหาดไทย ขอให้ทุกท่านใช้โอกาสนี้ทำความเจริญมาให้ประชาชน อยู่ดีกินดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และหากอยากทำอะไรเพื่อให้บริการประชาชนมีศักยภาพสูงสุด บอกมาเลย

อีกทั้ง รมช.มหาดไทย ก็เป็นทีมเดียวกัน จึงไม่มีโอกาสไหนที่จะดีกว่านี้ และพวกนี้ไม่ใช่ลูกเทพ คนที่ผ่านการเลือกตั้งในเขต เป็น สส.เขต ทุกคนผ่านตรงนี้มาหมด ผ่านร้อนผ่านหนาวมา ไม่ใช่ว่าเป็นสมัยแรก ทุกคนมีพื้นที่ของตัวเองชัดเจน มีความแข็งแรงในพื้นที่ของตัวเอง คนเหล่านี้ต่างหากคือคนที่ตนเห็นว่าเข้าใจชีวิตชาวบ้าน และเหมาะสมกับกระทรวงมหาดไทย

นายอนุทิน กล่าวว่า ตนจะขับเคลื่อนองค์กรนี้ไปให้ได้ดี และให้เกิดความเนื้อเชื่อใจต่อกัน จะประคับประคองกระทรวงนี้ให้ผ่านพ้น แม้ปัญหาจะเยอะแยะไปหมด โดยเฉพาะเรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่น 2 สัปดาห์นี้ ตนต้องใช้วิญญาณนักปลุกระดมเก่า ปลุกวิญญาณคนกระทรวงนี้เข้ามาจัดการ เพราะเรื่องนี้ร้ายแรงเสียจนมีหน่วยงานอื่นรับเป็นเจ้าภาพอีกเพียบ รวมถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นี่เรียกว่าสามัคคีกฐิน ความสามัคคีของทุกคน และสุดท้ายแม่น้ำทั้ง 5-6 สายมารวมกันจัดการ

เอาหญ้ากาฝากออกไปให้หมด

“ขอความร่วมมือทุกท่าน ถ้าทำได้เร็วความศรัทธาของประชาชนจะคืนมา อย่าให้หญ้ากาฝากเกิดขึ้น เพราะจะกลืนหญ้าดีหมด หากปล่อยพวกนี้เข้ามาเรื่อยๆ คนดีๆ จะอยู่ไม่ได้ อย่าทำให้กระทรวงมหาดไทยเป็น “กระทรวงมหาไถ” ไม่มีการปกป้องใครที่ทำผิด และผมจะรีเซตกระทรวงมหาดไทยใหม่ ยืนยันว่าผมไม่พกความแค้น และการทำงานสามารถชี้แจงอธิบายได้หมด ไม่มีเรื่องส่วนตัว” นายอนุทิน กล่าว

แอคชั่น 8-9-10กำลังตามมา

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และรักษาการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เปิดเผยความคืบหน้า เกี่ยวกับการจัดการปัญหาการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ในแอ็คชั่นที่ 8 ตามที่นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงว่า จากสิ่งที่ทุกคนรอคอยโดยเฉพาะผู้สอบและญาติในการสอบ 279,949 คน ตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคม 2568 และในภาคใต้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 จากผู้สมัครทั้งประเทศ 400,000 คน และมาสอบจริงเกือบ 280,000 คน ซึ่งจาก ประกาศและบรรจุไป 55,193 คน

นายนิรัตน์ กล่าวว่า ในบัญชีดังภายหลังพบว่ามีความผิดปกติ ไม่ได้เป็นไปตามกระบวนการสอบที่ควรเป็น นำไปสู่การยกเลิกผลสอบบัญชีดังกล่าวและนำบัญชีการสอบที่ถูกต้องมาใช้ ซึ่งครั้งนี้ไม่ได้มีการตรวจกระดาษคำตอบใหม่ ซึ่งหลังจากที่ตำรวจและ ป.ป.ช.เข้าไปจับกุมและตรวจสอบ บริษัทคู่สัญญากับ มศว ยืนยันตรงกันว่าตรวจกระดาษคำตอบตั้งแต่วันนั้น คะแนนขึ้นมาวันเดียวกัน ซึ่งมีตัวเลขดิจิตอลซิกเนเจอร์ ระบุเอาไว้ แต่การประชุม กสถ.ที่รับรอง มีการนำบัญชีอื่นมาใช้ในการรับรอง จำนวน 55,193 คน ส่งไปบรรจุตามที่ต่างๆ แต่หลังจากเหตุการณ์ทุจริตปรากฏนำบัญชีที่ถูกต้องที่มีแล้วนำมาใช้เลย หลังตรวจสอบแล้วมีอยู่ 50,064 คน มีผู้สอบด้วยสุจริต 49,268 คน การแก้ไขคะแนน 5,925 คน และในจำนวนนี้มีจำนวนสอบไม่ผ่านเลยเพื่อแก้ให้ผ่าน 5,129 คน และมีคนที่สอบผ่าน แต่ไม่รู้จะแก้คะแนนด้วยเหตุใดอัพแรงกิ้ง 790 คน บัญชีทั้งหมดจะถูกประกาศโดยบัญชีใหม่ที่ไม่ได้มีการตรวจใหม่ เป็นบัญชีเดิมแต่ยังไม่ได้นำมาใช้ ขณะนี้ประธาน กสถ.ได้ลงนามแล้ว ใช้เวลาตั้งแต่วันที่ 17 – 27 กรกฎาคม เป็นเวลา 10 วัน เพราะ สถ.ใช้คนตรวจสอบควบคู่กับเครื่องอีกรอบนึง เพื่อลดความผิดพลาดให้ถูกต้องมากที่สุด อาจจะช้าแต่ทำให้ไม่หยุด

สัปดาห์หน้าประชุมกสถ.

นายนิรัตน์ กล่าวว่า หลังจากนี้แอ็คชั่นที่ 9 จะเรียกประชุม กสถ.อีกครั้ง ในสัปดาห์หน้า เพื่อกำหนดวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับผู้สอบแต่ละกลุ่ม หรือกลุ่มที่สอบได้อยู่แล้วแล้วบัญชีที่ประกาศใหม่ไม่ได้กระทบกระเทือนจะทำอย่างไร กลุ่มที่สองกลุ่มที่ต้องเปลี่ยนแปลงจากคะแนนต่ำ ซึ่งไม่ควรได้บรรจุบรรจุไปแล้ว 5,000 กว่ากว่าคน จะมีวิธีแจ้งไปยัง ก. แต่ละจังหวัด และกลุ่มที่สาม ที่สอบผ่านอยู่แล้วแต่ที่มีการแก้คะแนนทั้งทั้งที่ไม่จำเป็น ซึ่งอาจจะล่าช้าแต่ได้ดำเนินมาถึงจุดที่ถูกต้องแล้ว

นายนิรัตน์ ยังกล่าวเกี่ยวกับแนวคิดจากประธานคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ในการขึ้นแบล็คลิสต์ มศว เหตุทำงานไม่เสร็จว่า มีการคุยเรื่องนี้อยู่ เนื่องจากเกิดความเสียหายในวงกว้าง และกระทบกับคนหมู่มาก โดยกำลังหารือสำนักงานกฤษฎีกา กรมบัญชีกลาง สำนักงานอัยการสูงสุด ว่าดำเนินการอย่างไรให้ถูกกฎหมายและเป็นไปตามเป้าหมายพร้อมทั้งป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งกลุ่มที่หนึ่งที่มีคะแนนสอบผ่าน หลังประกาศใหม่ คะแนนไม่ได้เปลี่ยนแปลงรับราชการตามปกติ เพราะเป็นกลุ่มที่มีคะแนนมากอยู่แล้วจำนวนกว่า 10,000 คน ต้องยอมรับว่ามีการจัดแล้งกิ้งใหม่ทำให้ลำดับผลการสอบอาจเปลี่ยนแปลง 11,030 คน ซึ่งมาด้วยความสามารถล้วนๆ สถานะไม่เปลี่ยนรับราชการต่อได้ เพราะไม่ได้มีข้อบกพร่องอะไร

นายนิรัตน์ กล่าวว่า ส่วนที่บรรจุไปแล้วก่อนหน้านี้ 14,988 คน รวมทั้งหมดที่บรรจุไป รวมจำนวนผู้สอบเองและมีการตกแต่งบัญชี แต่จากจำนวนกว่า 5,000 คน ที่คะแนนไม่ถึงตามมาตรฐาน ก็จะหลุดจากการบรรจุข้าราชการเลย หรือหมายถึงการเลือกจ้าง ซึ่งมีผู้สอบไม่ผ่านเลยจำนวน 5,129 คน บรรจุไปแล้วกวาด 3,000 คน ที่จะต้องถูกเพิกถอน

ยืนยันเพิกถอนพวกคะแนนไม่ถึง

นายนิรัตน์ กล่าวถึงความคืบหน้าในแอ็คชั่นที่ 10 หลัง กสถ.กำหนดวิธีปฏิบัติต่อกลุ่มบุคคลที่สอบทั้ง 3 กลุ่ม จะนำเข้าสู่ ก.กลาง เพื่อรับทราบบัญชีเก่าบัญชีใหม่ และเห็นชอบกับวิธีปฏิบัติหลังจากหลังจากที่นำบัญชีใหม่มาใช้แล้ว ต่อไปจะแจ้งไปยัง ก. จังหวัดต่างๆ พร้อมบัญชีรายชื่อจังหวัดนั้นๆ เท่านั้น ว่าคนที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการต่ออย่างไรบ้าง โดยแจ้งไปยัง อปท.-เทศบาล-อบต.แต่ละแห่ง ว่าจะดำเนินการแต่ละคนด้วยเหตุผลในข้อกฎหมายแตกต่างกันไป

Leave a comment