‘ถนนไปสู่แหลมทอง’ นิทรรศการภาพถ่ายในรอบ 20 ปี ของ ‘ไชยยศ ปิ่นประดับ’ บันทึกการเดินทางผ่านภูมิทัศน์ พหุวัฒนธรรมแห่งภาคใต้ ผ่านกล้องฟิล์มระดับตำนาน

‘ถนนไปสู่แหลมทอง’ นิทรรศการภาพถ่ายในรอบ 20 ปี ของ ‘ไชยยศ ปิ่นประดับ’ บันทึกการเดินทางผ่านภูมิทัศน์ พหุวัฒนธรรมแห่งภาคใต้ ผ่านกล้องฟิล์มระดับตำนาน

‘ถนนไปสู่แหลมทอง’ นิทรรศการภาพถ่ายในรอบ 20 ปี ของ ‘ไชยยศ ปิ่นประดับ’ บันทึกการเดินทางผ่านภูมิทัศน์ พหุวัฒนธรรมแห่งภาคใต้ ผ่านกล้องฟิล์มระดับตำนาน

วันจันทร์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 14.49 น.

ดังคำกล่าวของ มาร์แซล พรุสต์ (Marcel Proust) นักเขียนชื่อดังชาวฝรั่งเศสที่ว่า “การเดินทางที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่ใช่การไปยังสถานที่ที่ไม่เคยรู้จัก แต่คือการมองโลกใบเดิมด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป” อดีตช่างภาพและหนึ่งในผู้ก่อตั้งนิตยสาร Phuket Bulletin ผู้กลับมาจับกล้องถ่ายภาพอีกครั้งในรอบเกือบ 20 ปี สมาคมศิลป์ภูเก็จ (Phuket Art Association) ขอเชิญชวนทุกท่านออกเดินทางสู่ดินแดนแห่งประวัติศาสตร์และพหุวัฒนธรรมใน “ถนนไปสู่แหลมทอง” (The Road to the Golden Peninsula) นิทรรศการภาพถ่ายโดย ไชยยศ ปิ่นประดับ

นิทรรศการครั้งนี้ชวนผู้ชมร่วมเดินทางผ่านผลงานภาพถ่ายคราฟต์ฟิล์มจำนวน 114 ภาพ จึงทำหน้าที่เสมือน “สมุดบันทึก” การเดินทางข้ามคาบสมุทรเพียงลำพังร่วมกับรถคู่ใจนานกว่า 150 วัน (ตั้งแต่เดือนกันยายน 2567 ถึงมกราคม 2568) จากปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ประตูสู่ภาคใต้ ไล่เรียงลงไปจนถึงเทือกเขาสันกาลาคีรีและอำเภอตากใบ จ.นราธิวาส เพื่อสัมผัสวิถีชีวิต สถาปัตยกรรม และจิตวิญญาณแห่งแหลมทอง (Golden Chersonese) ซึ่งเป็นชื่อที่นักเดินเรือชาวตะวันตกยุคโบราณใช้เรียกคาบสมุทรมลายูและภาคใต้ของไทยมาตั้งแต่ยุคกรีก-โรมัน

เรื่องเล่าผ่านเลนส์ในวัย 74 ปีของศิลปิน นำเสนอความงามของภาคใต้ผ่านความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ สถาปัตยกรรม และเสน่ห์ของดินแดนพหุวัฒนธรรมในมิติที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง โดยช่างภาพเลือกหันเลนส์ไปยังมุมธรรมดา ๆ ที่ชาวบ้านพบเห็นในชีวิตประจำวัน แต่ซ่อนรายละเอียด แสง เงา และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจเอาไว้ เช่น ภาพ “กุฏิเจ้าอาวาส” วัดชลธาราสิงเห ศิลปะพื้นถิ่นสกุลช่างสงขลา หรือ “ศาลาพระวิหารแดง” บนเขาตังกวน สถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปสีแดงอันงดงาม

จากถนนข้ามผ่านคาบสมุทร สู่จุดเริ่มต้นของ “ถนนไปสู่แหลมทอง”

ไชยยศ ปิ่นประดับ

ไชยยศ ปิ่นประดับ เป็นชาวภูเก็ตโดยกำเนิด เขาหลงใหลในการถ่ายภาพและกล้องฟิล์ม มากพอ ๆ กับความรักที่มีต่อปักษ์ใต้-บ้านเกิดของเขา หลังห่างหายจากการถ่ายรูปไปนานเกือบสองทศวรรษ กล้องฟิล์มสุดหวงที่เคยสะสมไว้ก็จำหน่ายจ่ายแจกไปจนหมด ก่อนที่สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงก็พัดผ่านเข้ามาในชีวิต ไชยยศหวนนึกถึงการถ่ายภาพที่ร้างลามานานปี เขาตัดสินใจโทร. หาเพื่อนเก่าในกรุงเทพฯ เพื่อจัดหากล้อง Hasselblad Xpan (กล้องฟิล์ม Rangefinder) แล้วเรื่องราวก็ลื่นไหลจากฟิล์ม 50 ม้วน สู่หนังสือและนิทรรศการภาพถ่ายในวัย 74 ปี

“ผมก็เหมือนมือสมัครเล่นทั่วไปที่ถ่ายรูปเพราะใจรัก ความที่บ้านเกิดอยู่ภาคใต้ก็เลยเลือกความสะดวกในการทำงานและความเข้าใจในพื้นที่ แต่ผมขายกล้องฟิล์มไปหมดแล้ว เลยต้องไหว้วานให้เพื่อนเก่าอย่างคุณบิ๊ก (ศรีสุภัจจ์ เสถียรศรี ผู้เชี่ยวชาญด้านห้องมืด ผู้ก่อตั้ง Min Black and White Darkroom) ที่อยู่กรุงเทพฯ จัดหาอุปกรณ์ถ่ายรูปมาให้ ทุกวันหยุดผมจะขับรถตระเวนถ่ายรูปไปเรื่อยๆ โดยไม่สนใจสภาพดินฟ้าอากาศ เริ่มต้นการทำงานจากปราณบุรี จ. ประจวบคีรีขันธ์ ที่หลายคนเรียกว่า “ประตูสู่ภาคใต้” ขับรถสำรวจบ้านเมืองไปเรื่อย ๆ แต่ผมรู้สึกว่ามันมีอะไรน่าสนใจมากกว่าที่คิด ทั้งธรรมชาติ บ้านเรือน สถาปัตยกรรมทางประวัติศาสตร์ และวัดวาอาราม ทุกครั้งที่ผมออกไปทำงานก็จะส่งม้วนฟิล์มกลับไปให้คุณบิ๊กล้างขยายและตรวจดูความเรียบร้อยที่กรุงเทพฯ ทำอยู่อย่างนั้นเกือบ 5 เดือน”

 “ถนนไปสู่แหลมทอง” จึงมีจุดเริ่มต้นจากการเดินทางข้ามคาบสมุทรจากฝั่งอันดามันสู่อ่าวไทย ผ่านมุมมองของชายที่เห็นโลกมาแล้วหลายยุคสมัย ตึกเก่าที่คุ้นเคยแต่อาจไม่คุ้นตาสำหรับนักเดินทาง ตลอดหลายเดือนของการเดินทางเพียงลำพังไปกับรถคู่ใจ ทำให้เขาค้นพบความสวยงามของเทือกเขาที่ทอดตัวยาว เรื่องราวระหว่างการเดินทาง และความหลากหลายของพหุวัฒนธรรมที่หลอมรวมอยู่ในดินแดนภาคใต้ จนกลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญของนิทรรศการภาพถ่ายในครั้งนี้

ไฮไลต์สำคัญของนิทรรศการนี้ คือการใช้ Hasselblad Xpan กล้องฟิล์มพาโนรามา Rangefinder ระดับตำนานที่บันทึกภาพในสัดส่วน 24×65 มิลลิเมตร เพื่อให้มิติภาพที่กว้างขวางตระการตาและมีความลึกทางศิลปะที่ระบบดิจิทัลยากจะเลียนแบบ โดยฟิล์มทุกม้วนในนิทรรศการได้รับการล้างและอัดขยายด้วยเทคนิคห้องมืด (Darkroom) มาตรฐานสากลของ บิ๊ก-ศรีสุภัจจ์ เสถียรศรี ผู้เชี่ยวชาญด้านห้องมืด ผู้ก่อตั้ง Min Black and White Darkroom และเพื่อนสนิทที่ร่วมเดินทางสายช่างภาพด้วยกันมากว่า 30 ปี ทำให้ผลงานทุกชิ้นไม่ได้สะท้อนแค่ความงามของสถานที่ แต่ยังเปี่ยมด้วยคุณค่าของงานคราฟต์และมิตรภาพที่อยู่เบื้องหลังภาพถ่าย

นิทรรศการ “ถนนไปสู่แหลมทอง” เปิดให้เข้าชมระหว่างนี้ – 9 สิงหาคม 2569  บริเวณผนังโค้งชั้น 5 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) เวลา 10.00 – 20.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์) ผู้สนใจในศิลปวัฒนธรรมและความสวยงามของธรรมชาติในภาคใต้ สามารถเข้าร่วมชมงานฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย

ติดตามรายละเอียดได้ที่       https://www.facebook.com/cpinpradab

Leave a comment