
บอดี้การ์ดตระกูลชินผงาด ผู้กำกับหนุ่ย นั่งผอ.ปยป.เทียบซี11 หนู-หนิมกอดชื่นมื่น
วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
บอดี้การ์ดตระกูลชินผงาด ผู้กำกับหนุ่ย นั่งผอ.ปยป.เทียบซี11 หนู-หนิมกอดชื่นมื่น
“หนู-หนิม”โชว์กอดหวาน สยบดราม่ารบ.ข้ามขั้ว“แดง-เขียว-ส้ม”บอกใส่น้ำแข็งราดนมอย่างนี้เลย แจ้งครม.มุ่งมั่นทำงาน-อย่าหวั่นไหว พวกยุยง ด้าน“สุชาติ”ชี้แค่สีสันการเมือง ไม่รู้หวังดีหรือเจตนาอะไร การันตีพรรคร่วมยังปึ้ก ขณะที่“ครม.”มีมติแต่งตั้ง พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย นั่งผู้อำนวยการป.ย.ป. ด้านกระทรวงการ.คลัง สรุปยอดคนยากจนจริง5.38ล้าน ตัดเกณฑ์รถเก่า-คาดได้สิทธิ์เพิ่ม2-3ล้านคน
เมื่อวันที่ 5สิงหาคม2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง ครม.อนุมัติตามที่สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (สำนักงาน ป.ย.ป.) เสนอแต่งตั้ง พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย รองผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ย.ป.ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ย.ป.(นักบริหารระดับสูง) ตั้งแต่วันที่ 1ตุลาคม2569 เป็นต้นไปและรองนายกรัฐมนตรี (นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์) ได้ให้ความเห็นชอบด้วยแล้ว ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย เตยเสนอให้ยุบหน่วยงาน ป.ย.ป.ต่อจากยุบธนาคารที่ดิน เพื่อประหยักงบประมาณและลดซ้ำซ้อนการบริหารงาน รวมถึงเสนอให้ยุบ 4-5องค์การมหาชน
ครม.มีมติแต่งตั้งโยกย้ายหลายตำแหน่ง
นอกจากนี้ ครม.ยังมีมติอนุมัติตามที่ รมว.แรงงานเสนอแต่งตั้ง ดังนี้ 1.นางสาวบุปผา เรืองสุด รองปลัดกระทรวง เป็นอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน 2.นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง 3.นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมการจัดหางาน ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป และรองนายกรัฐมนตรี (นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์) ได้ให้ความเห็นชอบด้วยแล้ว
ครม.ยังอนุมัติตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอแต่งตั้งข้าราชการประเภทบริหารระดับสูง เพื่อทดแทนผู้เกษียณอายุราชการ จำนวน 2ราย ดังนี้ 1.นายยงยุทธ นาควิโรจน์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช (ทดแทนผู้เกษียณอายุราชการ) 2.นายชิดชนก สุขมงคล ผู้ตรวจราชการกระทรวง แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง (ทดแทนผู้เกษียณอายุราชการ) ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป
‘หนู-หนิม’กอดกันกลมไม่แตกแยก
ที่ทําเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีได้ฟัง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ให้ข่าวเมื่อวาน (4 ส.ค.) แล้วหรือยังว่า“ยัง เมื่อคืนกลับดึก”เมื่อถามว่า จะมีการผสมสี”แดง เขียว ส้ม”นายกฯ หยุดคิดก่อนบอกว่า “แดง เขียว เอาน้ำแข็งใสใส่แล้วเอานมคาเนชั่นราด อย่างนี้เลย” พร้อมชูนิ้วโป้งแสดงสัญลักษณ์ว่าเยี่ยม
เมื่อถามว่า ได้คุยเรื่องนี้กับทางพรรคเพื่อไทย แล้วใช่หรือไม่ ซึ่งจังหวะนี้ นายกฯ เดินออกจากวงสัมภาษณ์ ก่อนจะหันไปด้านหลัง ที่มี นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ยืนอยู่ พร้อมระบุว่า”นี่ไง”และเดินไปจับแขน นายจุลพันธ์ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ยังผสมกันลงตัวอยู่ใช่หรือไม่ น้ำเงินกับแดง ไม่ต้องมีสีอื่นเพิ่ม ซึ่งนายกฯและนายจุลพันธ์ ฟังคําถามและยืนยิ้ม โดยนายจุลพันธ์ กล่าวสั้นๆว่า”ลงตัวครับ กลมกล่อม”จากนั้นระหว่างเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า ผู้สื่อข่าวถามนายกฯ ว่า ยังจับมือกันดีอยู่ใช่หรือไม่ นายกฯ จึงเข้าไปกอด นายจุลพันธ์ ท่ามกลางผู้สื่อข่าวที่เฝ้าดูอยู่ตรงนั้น
ลุยทำงาน-อย่าหวั่นไหวพวกยุยง
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุม ครม.ว่า นายอนุทิน กล่าวในที่ประชุมครม.ถึงเสถียรภาพการทำงานของรัฐบาลว่า ที่ผ่านมีความพยายามปล่อยข่าวว่า มีความขัดแย้ง หรือมีการแย่งกันทำงานไม่เป็นหนึ่งเดียว เรื่องนี้ไม่หนักใจและเห็นผลงานเป็นที่ประจักษ์และรับรู้ว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่ใช่รัฐบาลของฝ่ายใด แต่เป็นรัฐบาลของประชาชน ทำงานตามนโยบายที่ได้แถลงต่อรัฐสภา มีเป้าหมายชัดเจน มั่นใจว่ารัฐมนตรีทุกคนทำงานเต็มที่ จึงไม่มีความกังวลใดๆ ขอให้รัฐมนตรีทุกคนทำงานด้วยความสบายใจ อย่าหวั่นไหวกับคำถามที่มีความพยายามยุยงให้เกิดขึ้น
‘สุชาติ’ชี้แคข่าวลือรัฐบาลข้ามขั้ว
ด้าน นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะแกนนําพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกระแสข่าวการตั้งรัฐบาลข้ามขั้ว เขียว แดง ส้ม ว่า เป็นสีสันทางการเมือง และเป็นอย่างนี้ทุกครั้ง การเมืองเวลาที่ภัยพิบัติหรือปัญหาของประเทศเริ่มหมด ถูกแก้ปัญหาโดยรัฐบาลหมดก็จะมีปัญหาการเมืองเข้ามาเป็นสีสัน แต่ในความจริงหรือการสร้างข่าวของแหล่งข่าวไม่สามารถบ่งบอกได้ว่าแหล่งข่าวนั้นมาจากไหน ความจริงยังเห็นอยู่ว่าเราทํางานกันด้วยความสามัคคี เดินหน้าให้ประเทศชาติบ้านเมืองจนถึงทุกวันนี้ ไม่น่าจะเป็นแบบที่แหล่งข่าวพูด เราไม่รู้ว่าแหล่งข่าวที่พูดมีความหวังดีต่อรัฐบาลหรือไม่ เราไม่สามารถทราบได้ แต่เป็นสีสันทางการเมือง ซึ่งสื่อมวลชนทราบดีว่า ในแต่ละปีมีข่าวอย่างนี้แทบทุกวัน แต่สุดท้ายเป็นเรื่องสีสันทางการเมือง
‘ปชป.’รอ’ปชน.’ยื่นซักฟอกรัฐบาล
ด้าน นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านว่า ต้องให้พรรคประชาชนเป็นผู้ยื่น เมื่อไหร่ที่ฝ่ายค้านมีมติว่ายื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ พรรคร่วมฝ่ายค้านก็จะนำเรื่องกลับหารือแต่ละพรรค ยืนยันว่า มีความพร้อมอยู่แล้ว ต้องดูไทม์ไลน์ว่า พรรคประชาชนกำหนดช่วงไหน
พุ่งเป้า’ศุภจี-เอกนิติ’บริหารล้มเหลว
เมื่อถามว่าพรรคปชป.เตรียมประเด็นไหนเป็นพิเศษและรัฐบาลมีแผลอะไรบ้าง นายชัยชนะ กล่าวว่า ตนคิดว่าแผลของรัฐบาลวันนี้ ตนไม่ต้องบอก ประชาชนทั่วไปก็ตอบได้ เช่น ประเด็นรวยไม่ไหวแล้ว ปากท้องเศรษฐกิจที่รับผิดชอบโดยกระทรวงพาณิชย์ของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ วันนี้น้ำมันลดลง แต่ราคาสินค้าไม่ลด ท่านออกมาพูด แต่ทำไม่ได้สักเรื่อง เป็นจุดอ่อนอยู่แล้ว วันนี้ คุณศุภจี ในฐานะรมว.พาณิชย์ รับผิดชอบอย่างไร เงินของพี่น้องประชาชนชาวนา ที่รัฐบาลออกมาบอกว่า เงินหมด ชดเชยไม่ได้ ต้องชี้แจงให้ได้ว่า เงินเหล่านี้ถูกเอาไปใช้ตรงไหน รวมถึง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลังด้วย ต้องชี้แจงให้ได้ สิ่งที่รัฐบาลต้องเตรียมตัวหลังจากนี้คือฤดูผลไม้ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในภาคใต้ ทั้งมังคุด ทุเรียน ปัญหาทุกวันนี้นำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ทั้งหมด แต่จะอภิปรายประเด็นไหนบ้าง แต่ละพรรคร่วมฝ่ายค้านก็ต้องหารือกัน
แนะก.ย.-ต.ค.เหมาะสมอภิปรายรบ.
เมื่อถามว่า จะสามารถล้มรัฐบาลได้หรือไม่ นายชัยชนะ กล่าวว่า ตอบไม่ได้ การล้มรัฐบาลมี 2 ประเด็น คือกรณีร่าง พรบ.งบประมาณไม่ผ่านและกรณีรัฐบาลได้รับเสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่งของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต้องดูว่าหลังจากฝ่ายค้านให้ข้อมูลและอภิปรายในสภาฯแล้ว ข้อมูลที่ประชาชนได้รับ ต้องดูว่าพรรครวมรัฐบาลฝ่ายไหนที่เห็นตรงกับเราและคิดว่าเป็นปัญหาจริงๆ
“ผมคิดว่าข้อมูลอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ หากมีการไม่ไว้วางใจจริง เดือนกันยายนหรือเดือนตุลาคม ผมว่าสนุกแน่ และไม่ใช่เป็นละครในสภาแน่ นี่เป็นการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านอย่างเข้มแข็งและเป็นการเปิดโปงข้อมูลในบางเรื่องที่ไม่ได้รับการเปิดโปงมาในสังคม” นายชัยชนะ กล่าว
กินน้ำมันตับปลาช่วยสมองดีขึ้น
“เอกนิติ ศุภจีเอ๋ย เจ้าจงทำงานเพื่อประเทศชาติ เจ้าอย่าจงทำงานเพื่อเสริมสร้างบารมีตนเอง นอกจากแก้ปัญหาให้ประชาชนไม่ได้แล้ว เจ้าจงกลับไปดูการบริหารในกระทรวงของเจ้า ทั้งสองท่าน ทราบข่าวว่าท่านมีปัญหาทั้ง 2 กระทรวง กับข้าราชการประจำ มีปัญหาด้านนโยบาย สุดท้ายแล้ว กินน้ำมันตับปลาเยอะๆ สมองจะได้ดี จะได้มีสมองในการบริหารประเทศชาติต่อไป” นายชัยชนะ กล่าว
นายกฯสั่งหน่วยงานเช็คหลุดได้ไง
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)โดยก่อนการประชุมผู้สื่อข่าวสอบถามกรณีที่มีข้อมูลส่วนตัวหลุดเป็นภาพถ่ายบัตรประชาชนของนายอนุทินใส่เสื้อสีส้มเป็นข้อมูลจริงหรือไม่นายอนุทินพยักหน้ายอมรับพร้อมกล่าวว่า“ตั้งนานแล้วนิ”เมื่อถามว่าได้สั่งการเรื่องนี้อย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า หน่วยงานคงต้องไปดูว่ามันหลุดอย่างไร หลุดจริงหรือไม่ มันมีระบบป้องกันอะไรหรือไม่
ลั่นต้องป้องกันสูงสุด-รั่วไหลไม่ได้
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงกรณีข้อมูลส่วนตัวหลุดว่ายังไม่ได้รับรายงานในรายละเอียด แต่ได้แจ้งไปแล้วว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎระเบียบ เรื่องการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งตามระเบียบหรือทีโออาร์ผู้ที่จะมาทำระบบนี้ได้มีการกำหนดไว้ชัดเจนอยู่แล้ว
ส่วนข้อสังเกตว่ามีการล็อกเป้าหมายที่บรรดารัฐมนตรี นายกฯย้ำว่าตนก็ไม่ได้มองว่ามีเป้าประสงค์แต่อย่างใดก็ต้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเต็มที่ เนื่องจากผิดกฎหมาย เพราะคนที่รับผิดชอบปล่อยให้ข้อมูลรั่วไหลซึ่งเขาคงมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนในระดับกรมหรือระดับหน่วยงาน โดยเราก็บอกแล้วว่าจะรั่วไหลไม่ได้ เพราะเวลาเขามาขอทำระบบ เมื่อคณะรัฐมนตรีอนุมัติก็ต้องอนุมัติบนพื้นฐานว่ามีการป้องกันอย่างสูงสุดอยู่แล้ว
‘ไชยชนก’รู้ที่มามือปล่อยข้อมูลหลุด
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)กล่าวถึงกรณีข้อมูลส่วนบุคคลของแกนนำรัฐบาลถูกเผยแพร่บนโลกอินเทอร์เน็ตว่า ขณะนี้การตรวจสอบมีความคืบหน้าไปมากขอให้รอทีมงานเป็นผู้ดำเนินการและแถลงรายละเอียด โดยสิ่งที่เกิดขึ้นมีพฤติกรรมที่น่าสนใจ
เมื่อถามว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบอะไรบ้าง นายไชยชนกกล่าวว่าเบื้องต้นไม่ใช่การแฮ็กข้อมูลโดยพบว่าเป็นIPเดียวมาจากสถานที่เดียวและมีการใช้แอ็กเคานต์ในการล็อกอิน 2 ครั้ง ยืนยันว่าเป็นจุดเดียว ซึ่งมีรายละเอียดที่น่าสนใจแต่ขอให้รอทีมงานตรวจสอบรายละเอียดให้ครบถ้วนก่อนเพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน ขณะนี้ได้มีการปิดระบบไปแล้ว จึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีข้อมูลหลุดเพิ่มเติมจากช่องทางนี้
เชื่อฝีมือฝ่ายการเมืองแต่ไม่ฟันธง
เมื่อถามว่ากรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ข้อมูลที่หลุดเกี่ยวข้องกับฝ่ายการเมือง นายไชยชนก กล่าวว่า ตนเชื่อว่าจากพฤติกรรมที่พบมีความเป็นไปได้สูง แต่ยังไม่สามารถฟันธงได้ ขอรอผลการตรวจสอบก่อน และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียด ส่วนภาพที่ปรากฏออกมาเป็นภาพของนายไชยชนกจริงหรือไม่ นายไชยชนกกล่าวว่า เป็นภาพเก่าจากบัตรประชาชนใบเดิม
‘สิริพงศ์’เผยพบ3IPต้องสงสัย 3แหล่ง
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม กล่าวถึงกรณีการรั่วไหลของข้อมูลจากกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคมว่าเราได้ตรวจพบ IP ต้องสงสัยจาก 3 แหล่งแอคเคานท์ ซึ่งใช้ข้อมูลอย่างผิดปกติในการสืบหา และพฤติกรรมในการสืบหาก็มีความผิดปกติด้วย กระทรวงคมนาคมจึงแจ้งไปยังสำนักงานตำรวจไซเบอร์ให้ดำเนินการในขั้นตอนต่อไป โดย IP ที่ผิดปกติมาจาก 3 แหล่ง คือ เทศกิจเขตบางกอกน้อย การทางพิเศษแห่งประเทศไทย และกองกำลังสิงหนาถ ซึ่งเราได้ระงับยูสเซอร์ของทั้ง 3 หน่วยงานเป็นการชั่วคราวแล้วสำหรับหน่วยงานต่างๆ ที่มาขอต่อข้อมูลกับกระทรวงคมนาคม และกรมการขนส่งทางบก ได้ให้รีเซตข้อมูลขอพาสเวิร์ดใหม่ เพื่อเป็นการล้างข้อมูลที่รั่วไหลออกไปก่อน เพราะขณะนี้ยังตอบไม่ได้ว่าคนที่เข้ามาเอาข้อมูลเป็นเจ้าของยูสเซอร์หรือเจ้าของพาสเวิร์ดตัวจริง หรือถูกแฮกไปแล้วถูกแอบอ้าง ส่วนชื่อขณะนี้มีครบหมดแล้ว ซึ่งส่งให้ตำรวจดำเนินการแล้ว
อย่ากังวลชี้นำไปทำธุรกรรมไม่ได้
นายสิริพงศ์กล่าวอีกว่าขอให้ความมั่นใจกับประชาชนว่า แม้ข้อมูลที่ถูกนำมาเผยแพร่เป็นข้อมูลส่วนบุคคล แต่เป็นข้อมูลพื้นฐานไม่สามารถนำไปทำธุรกรรมใดๆ ได้ การดำเนินการที่กรมการขนส่งทางบกเปิดโอกาสให้หน่วยงานต่างๆ เชื่อมต่อได้ ก็เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนเกี่ยวกับการดำเนินการในส่วนของกระทรวงคมนาคม แต่เมื่อถูกกลุ่มมิจฉาชีพลักลอบนำข้อมูลไปขายใน Dark Web เราบล็อกทุกช่องทางแล้ว ไม่สามารถเข้าไปดูได้ในช่องทางธรรมดา แต่สำหรับกลุ่มที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ Dark Web อาจจะยังเข้าดูได้อยู่ ซึ่งเรากำลังหาวิธีการในการป้องกันต่อไป
“ขอประชาชนไม่ต้องกังวล เพราะข้อมูลเหล่านี้ไม่สามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลในการโอนกรรมสิทธิ์ใดๆ ได้ ถ้าท่านไม่ได้มีการยืนยันตัวตน ย้ำว่า กระทรวงคมนาคมจะไม่มีการติดต่อท่าน ไม่มีการส่งลิงก์ใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นทางใดก็ตาม” รมช.คมนาคม กล่าว
ตัดเกณฑ์รถเก่า-คาดได้สิทธิ์เพิ่ม2-3ล้าน
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคมเปิดเผยถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องเกณฑ์การพิจารณาบัตรสวัสดิการแห่งรัฐว่ากรมการขนส่งทางบกได้ดำเนินการเตรียมระบบเพื่อแก้ปัญหาและอำนวยความสะดวกเรื่องเกณฑ์การพิจารณาบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเรียบร้อยแล้วโดยจะใช้มาตรการยกเว้นหรือ”เวฟให้อัตโนมัติ”สำหรับผู้ที่มีชื่อครอบครองรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานเกิน 20ปี และรถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานเกิน 15ปี ซึ่งจากฐานข้อมูลคาดว่าจะมีประชาชนที่เข้าข่ายได้รับการเวฟข้อมูลในส่วนนี้มากถึงประมาณ 1ล้านกว่าราย ทั้งนี้ กลางเดือนสิงหาคมนี้ กรมการขนส่งทางบกจะมีการบูรณาการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเพื่อส่งมอบให้กระทรวงการคลังนำไปพิจารณาสิทธิ์ก่อนในรอบแรกจากการลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาพบว่านับตั้งแต่มีการประชุมคณะรัฐมนตรี ได้มีประชาชนเดินทางมายื่นอุทธรณ์สิทธิ์ที่สำนักงานขนส่งเพิ่มเติมแล้วกว่า 200,000ราย โดยหน่วยงานได้รับเรื่องร้องทุกข์จากทุกช่องทางและเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาให้ทันทีในทุกเคสซึ่งคาดการณ์ว่าจากการดำเนินการในครั้งนี้ จะส่งผลให้มีผู้ผ่านเกณฑ์และได้รับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 2-3 ล้านคน
คลังสรุปยอดคนยากจนจริง5.38ล้าน
ด้าน นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่าขณะนี้ไม่มีการเปิดให้สมัครรับสิทธิบัตรสวัสดิการปี 2569เพิ่มเติม เพราะมั่นใจว่ากระทรวงมหาดไทยและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้สำรวจกลุ่มตกหล่นที่มีความยากจนจริงๆครบหมดแล้วในจำนวน 5.38 ล้านรายจากข้อมูลล่าสุด เมื่อวันที่ 4 ส.ค.69 ผู้ที่ยื่นขอทบทวนสิทธิ จำนวน 4.11 ล้านราย จากจำนวนผู้ที่ไม่ผ่านคุณสมบัติ 9.3 ล้านราย ยืนยันว่าการลงทะเบียนรอบนี้ถือเป็นการดำเนินการที่ครบถ้วนและสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปดูแลและอำนวยความสะดวกให้แม้กระทั่งกลุ่มผู้ป่วยติดเตียงและผู้ที่ไม่สามารถเดินทางมาลงทะเบียนด้วยตนเองได้ ทำให้มั่นใจได้ว่านโยบายนี้เข้าถึงประชาชนในทุกพื้นที่หมู่บ้านอย่างแท้จริงมั่นใจว่าไม่มีประชาชนกลุ่มใดที่ตกหล่นจากการลงทะเบียนในครั้งนี้ กระบวนการดำเนินงานที่ผ่านมาได้มีการลงพื้นที่เพื่อสำรวจและทำประชาคมในทุกหมู่บ้านอย่างทั่วถึง
สรุปข้อมูลรั่วต้นตอรหัสผ่านหลุด
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เชิญสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) หน่วยงานด้านการสืบสวนสอบสวน หน่วยงานเจ้าของฐานข้อมูล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาหารือและรับฟังรายงานความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีการเผยแพร่ข้อมูลทะเบียนรถและข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนบนสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อประมวลข้อเท็จจริงและกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำผลตรวจสอบพบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการเจาะระบบหรือดึงฐานข้อมูลของหน่วยงานรัฐออกไปทั้งระบบ แต่เกิดจากการนำชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านที่รั่วไหลอยู่ก่อนแล้วมาเข้าสู่ระบบตามสิทธิการใช้งานปกติ ก่อนสืบค้นข้อมูลเป็นรายกรณี โดยขณะนี้พบผู้ถูกสืบค้นข้อมูลประมาณ 800 ราย และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้จากข้อมูลการใช้งานในระบบ ทั้งนี้ นายภราดร ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งยกระดับมาตรการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ โดยกำหนดให้ระบบที่จัดเก็บข้อมูลประชาชนใช้การยืนยันตัวตนแบบหลายชั้น(Multi-Factor Authentication) ครอบคลุมทั้งระบบใหม่และระบบเดิมพร้อมเร่งดำเนินการให้เห็นผลเป็นรูปธรรมภายใน 30 วัน รวมทั้งให้จัดทำระบบติดตามการใช้งาน (Audit Log) และติดตามหน่วยงานที่ได้รับการแจ้งเตือนเรื่องบัญชีผู้ใช้และรหัสผ่านรั่วไหลให้เร่งดำเนินการแก้ไข