อนุทิน ชูวิสัยทัศน์ เศรษฐกิจต้องเดินหน้า เล็งอัดฉีดความร่วมมือการค้าการลงทุนเต็มสูบ ตั้งเป้าแตะ 1.2 หมื่นล.ดอลลาร์

อนุทิน ชูวิสัยทัศน์ เศรษฐกิจต้องเดินหน้า เล็งอัดฉีดความร่วมมือการค้าการลงทุนเต็มสูบ ตั้งเป้าแตะ 1.2 หมื่นล.ดอลลาร์

อนุทิน ชูวิสัยทัศน์ เศรษฐกิจต้องเดินหน้า เล็งอัดฉีดความร่วมมือการค้าการลงทุนเต็มสูบ ตั้งเป้าแตะ 1.2 หมื่นล.ดอลลาร์

วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 16.43 น.

นายกฯอนุทิน ชูวิสัยทัศน์ “เศรษฐกิจต้องเดินหน้า” เวที Thailand – Myanmar Business Forum 2026 เล็งอัดฉีดความร่วมมือการค้าการลงทุนเต็มสูบ ตั้งเป้าดันมูลค่าแตะ 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ 

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 6 ส.ค. 69 ที่ห้อง Plenary Hall ชั้น 1 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายมิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เข้าร่วมและกล่าวสุนทรพจน์ในงาน Thailand – Myanmar Business Forum 2026 หัวข้อ “New Chapter and Future of Enhancing the Thailand – Myanmar Business Partnership” ซึ่งจัดโดยสมาคมไทย-พม่าเพื่อมิตรมิตรภาพ และสหพันธ์สภาหอการค้าและอุตสาหกรรมของเมียนมา โดยมีภาครัฐ ภาคเอกชนและนักธุรกิจจากสองประเทศเข้าร่วมกว่า 700 คน 

นายอนุทิน กล่าวว่า มิงกะลาบา (สวัสดี) 
ตนรู้สึกยินดีเป็นเกียรติที่ได้ร่วมกับประธานาธิบดีเมียนมาในการเปิดงานThailand – Myanmar Business Forum 2026 และได้พบกับผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการจากทั้งสองประเทศในวันนี้ ไทยและเมียนมาพร้อมก้าวไปสู่บทใหม่ของความร่วมมือทางเศรษฐกิจตั้งอยู่บนความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ และผลประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศ ในฐานะผู้นำรัฐบาลตนมีความเชื่ออยู่เสมอว่าไม่ว่าสถานการณ์ทางการเมืองทั้งภายในหรือภายนอกประเทศจะเป็นเช่นไร หน้าที่ของรัฐบาลคือทำให้ประชาชนยังอยู่ดีกินดี สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย มั่นคง มีงานทำ มีรายได้ และมีความหวัง ในอนาคตเศรษฐกิจต้องไม่สะดุด ธุรกิจต้องเดินหน้า และนั่นคือสิ่งที่เรามุ่งหวังและทำร่วมกัน

นายอนุทิน กล่าวว่า ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมาภาคเอกชนของไทยและเมียนมาเป็นกำลังสำคัญในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ สร้างการลงทุน สร้างการจ้างงานและสร้างโอกาสให้กับผู้คนจำนวนมาก ปัจจุบันเมียนมาเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่สำคัญของไทยโดยมีมูลค่าทางการค้าระหว่างกันกว่า 7,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจำนวนนี้เรามีช่องมีโอกาส และยังมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกมาก ขณะเดียวกันการลงทุนของไทยในเมียนมาก็ครอบคลุมทั้งภาคพลังงาน อุตสาหกรรม การผลิต คมนาคม โลจิสติกส์ การสื่อสาร อสังหาริมทรัพย์ และการท่องเที่ยว ซึ่งล้วนเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาว

นายอนุทิน กล่าวว่า ตนขอถือโอกาสเรียนให้ทุกท่านทราบว่าในการหารือระหว่างตนกับประธานาธิบดีเมียนมาในวันนี้เราได้เห็นพ้องที่จะเดินหน้าความร่วมมือในหลายเรื่องอย่างเป็นรูปธรรม ในด้านการค้าเรามีความยินดีที่สะพานมิตรภาพไทยเมียนมาแห่งที่หนึ่งที่แม่สอด-เมียวดีได้กลับมาเปิดใช้งานอีกครั้งและจะร่วมกันแก้ไขอุปสรรคด้านกฎระเบียบต่างๆ เพื่อให้การค้าผ่านเส้นทางสำคัญแห่งนี้กลับมาดำเนินได้อย่างเต็มศักยภาพโดยเร็วที่สุด ทั้งสองประเทศเราจะพิจารณาการเปิดจุดผ่านแดนเพิ่มเติมในพื้นที่ที่สถานการณ์เอื้ออำนวยเพื่ออำนวยความสะดวกในการค้าชายแดนให้กับประชาชนของทั้งสองฝั่ง
ตนและประธานาธิบดีเมียนมามีความตั้งใจร่วมกันที่จะทำให้บรรยากาศการค้าของสองประเทศ กลับมาคึกคักอีกครั้งภายในปีนี้ ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมด้านการค้าระหว่างรัฐมนตรีพาณิชย์ของทั้งสองประเทศเพื่อผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างกันสู่เป้าหมาย 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้ได้โดยเร็ว

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ด้านการลงทุนตนได้ยืนยันกับประธานาธิบดีเมียนมาว่าภาคเอกชนไทยยังคงมีความเชื่อมั่นในศักยภาพระยะยาวของเมียนมาและพร้อมขยายการลงทุนในสาขาที่ทั้งสองประเทศมีศักยภาพร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นพลังงานเกษตรและอุตสาหกรรม โครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต รัฐบาลเราจะทำหน้าที่สนับสนุนภาคธุรกิจอย่างเต็มที่โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันลดอุปสรรคลดขั้นตอนและปรับปรุงกฎระเบียบที่ไม่จำเป็นเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถลงทุนขยายกิจการและสร้างงานได้อย่างเต็มศักยภาพ

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ด้านพลังงานเราจะเดินหน้าสานต่อโครงการความร่วมมือที่มีอยู่และเร่งรัดกระบวนการต่างๆที่จำเป็นเพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับทั้งสองประเทศ นอกจากนี้เราจะจัดตั้งคณะทำงานร่วมกันด้านการส่งเสริมความเชื่อมโยงเพื่อผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและโลจิสติกส์ รวมถึงการปรับกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกันมากยิ่งขึ้นต่อไป 

นายอนุทิน กล่าวว่า โลกในวันนี้กำลังปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานใหม่ ประเทศที่สามารถเชื่อมโยงผู้คน การค้า และการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นประเทศที่ได้รับโอกาส ไทยและเมียนมามีศักยภาพสูงสุดในภูมิภาคถ้าเราร่วมมือกันได้ในการใช้ระบบขนส่งสินค้าของทั้งสองประเทศ และภาคเอกชนจะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสู่โอกาส เหล่านี้รัฐบาลของเราทั้งสองฝ่ายพร้อมสนับสนุนให้ภาคธุรกิจหอการค้าและผู้ประกอบการของทั้งสองประเทศทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อเปลี่ยนโอกาสให้เป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ การจัดงาน Thailand – Myanmar Business Forum 2026 ในวันนี้ จึงเป็นมากกว่าเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแต่เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือและความเปลี่ยนแปลงที่ภาครัฐและภาคเอกชนจะร่วมกันสร้างเพื่ออนาคตทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ ตนขอขอบคุณสมาคมไทยพม่าเพื่อมิตรภาพ ตลอดจนทุกหน่วยงานของทั้งสองประเทศที่ร่วมกันจัดงานในวันนี้และขออวยพรให้การจัดงานประสบความสำเร็จส่งผลถึงเศรษฐกิจที่มั่นคงและยั่งยืน เจซูเตตินบาแด (ขอบคุณครับ) 

///

Leave a comment