
กต.เตรียมประท้วง รายงาน ทอม แอนดรูวส์ บิดเบือนชายแดนไทย-กัมพูชา ตอก!พฤติกรรมไม่ให้เกียรติตำแหน่ง
วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 15.44 น.
กต.เตรียมประท้วง รายงาน”ทอม แอนดรูวส์” บิดเบือนชายแดนไทย-กัมพูชา หากเสนอเข้าสู่เวทียูเอ็น มั่นใจ”ไทย”ไม่เสียเปรียบ ตอก!พฤติกรรมไม่ให้เกียรติตำแหน่ง ควรเป็นที่พึ่งประชาคมระหว่างประเทศ ด้าน”พล.อ.อ.ประภาส”ซัด”กัมพูชา”ขยายผลโจมตีไทยหลายประเด็น
10 สิงหาคม 2569 นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กล่าวภายหลังร่วมคณะลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยมกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรี-ตราด (กปช.จต.) บ้านท่าเส้น-บ้านหนองรี ร่วมกับ พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา JIC และผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ว่า กระทรวงต่างประเทศลงพื้นที่ต่อเนื่องเก็บข้อมูลสะท้อนให้ประชาคมระหว่างประเทศรับทราบข้อเท็จจริง ตอนนี้มีข่าวปั่นกัมพูชาออกมาเป็นจำนวนมาก แต่ยืนยันว่า ข่าวปั่นสู้ข้อเท็จจริงไม่ได้ และกระทรวงต่างประเทศจะทำหน้าที่ชี้แจงไปเรื่อยๆ ทุกเวทีที่มีความจำเป็น
“กต.จะเก็บทุกเม็ดทุกรายละเอียดที่จะใช้ชี้แจงสื่อต่างประเทศ เวทีระหว่างประเทศ รวมถึงการพบปะประเทศพันธมิตรแบบทวิภาคี เราจะมีการท่ายทอดเล่าให้เขาฟังเรื่องราวที่เป็นข้อเท็จจริง” นางมาระตี กล่าว
เมื่อถามว่า กรณีมีเจ้าหน้าที่สหประชาชาติ (UN) นายทอม แอนดรูวส์ (Tom Andrews) ทำรายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติ (UN) ว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชา บิดเบือนข้อมูลเรื่องชายแดนไทย-กัมพูชา จะทำให้ฝ่ายไทยเสียเปรียบหรือไม่ นางมาระตี กล่าวว่า ไม่ คนดังกล่าวเป็นเพียงผู้แทนพิเศษ เป็นกลไกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน เป็น 1 ใน 40 กว่าคน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญออกรายงานตามความคิดของตัวเอง ไม่ได้เป็นรายงานของสหประชาชาติแต่อย่างใด และยังไม่มีการนำเสนอเข้าเวทีคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน แต่หากมีการเสนอ ประเทศไทยซึ่งอยู่ในเวทีนั้นจะทักท้วงชี้แจงชัดเจน
พร้อมย้ำว่า เป็นสิ่งไม่ควรจะเกิดเพราะเขาทำนอกขอบเขต หน้าที่ที่แท้จริงของเขาติดตามสถานการณ์ด้านมนุษยชนในกัมพูชาไม่ควรพาดพิงประเทศที่สาม และเป็นข้อมูลที่ผิด ทั้งๆที่ประเทศไทยได้ส่งข้อมูลเป็นเอกสารประมาณ40 หน้า และเป็นที่บันทึกไว้ของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนไว้ด้วย เขาสามารถเข้าถึงข้อมูลนี้ได้แต่เลือกที่จะไม่เข้าถึง ส่วนกรณีที่อ้างว่าส่งให้ไทยแล้ว 2 วัน แบบอีเมลล์และแบบร่าง โดยไม่ชี้แจงอะไรทั้งสิ้นว่าจะออกรายงาน เผยแพร่เมื่อไหร่ เมื่อฝ่ายไทยสอบถามไป ก็ไม่ได้รับการชี้แจงใด
“เป็นการทำงานที่ไม่ให้เกียรติกับตำแหน่งสำคัญที่ควรเป็นที่พึ่งของประชาคมระหว่างประเทศ ซึ่งเขาควรติดตามสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชาว่า ปัญหาการปราบปรามกำจัดเสรีภาพในการแสดงออกมีวิธีแก้ไขอย่างไร ไม่ใช่มาพาดพิงประเทศที่สาม ไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิง” นางมาระตี กล่าว
ด้าน พล.อ.อ.ประภาส กล่าวเสริม สิ่งเหล่านี้กัมพูชาหยิบไปขยายผลโฆษณาชวนเชื่อว่าประเทศไทยต่อต้านไม่เชื่อยูเอ็น ซึ่งความจริงแล้วเป็นเพียงบทวิเคราะห์ไม่ใช่เอกสารความเห็นยูเอ็น แต่กัมพูชาเอาไปขยายผลโจมตีประเทศไทยหลายประเด็น อยากบอกคนไทยให้ฟังผ่านๆ เหมือนเราฟังเรื่องตลก เพราะเรายึดข้อเท็จจริง สิ่งที่ถูกต้องคืออะไร
พล.อ.อ.ประภาส ระบุอีกว่า กองทัพจะสนับสนุนข้อมูล หลักฐานให้กระทรวงต่างประเทศ เช่น คลิป ภาพ การดำเนินการเป้าหมายทหาร ไม่มีเป้าหมายพลเรือน แต่ในขณะเดียวกันฝ่ายกัมพูชาใช้ระเบิดดักรถถังที่ใหญ่มากและโชคดีที่การปะทะที่ผ่านมาเราได้ควบคุมพื้นที่ไว้ ไม่ได้รุกเข้าไปซึ่งอันตรายมาก มีระเบิดแสวงเครื่อง เป็นความโหดร้าย เพราะหากประชาชนหรือทหารมาโดนจะเสียชีวิต
พร้อมย้ำว่า ยึดถ้อยแถลงร่วม 27 ธ.ค.68 ซึ่งในนั้นระบุไว้ชัดเจน ไม่มียั่วยุ ทำทุกอย่างให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจกัน กำลังอยู่ตรงไหน ก็อยู่ตรงนั้น การกวาดล้างสแกมเมอร์ เก็บกู้ทุ่นระเบิด หากทุกอย่างเรียบร้อยจะไปดูว่าจะเจรจาอย่างไร
“แต่ขณะนี้ยังไม่ผ่านขั้นตอนแรก เขายังพูดในสิ่งไม่จริง โกหกไปทั่วเข้าข้างตัวเอง ขอย้ำว่า ประเทศไทยไม่ได้เริ่มก่อน แต่กัมพูชายิงเข้ามาในพื้นที่พลเรือนทำคนไทยเสียชีวิต ส่วนฝ่ายไทยยึดการใช้กำลังป้องกันตนเองและการใช้กำลังยึดตามกฎหมานระหว่างประเทศ” พล.อ.อ.ประภาส กล่าว