
10 ส.ค. 2569 12:25 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
เมียนมาปฏิเสธอาเซียน เรียกร้องปล่อย “อองซาน ซูจี” โดยไม่มีเงื่อนไข “
รัฐบาลทหารเมียนมาปฏิเสธข้อเรียกร้องของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่ขอให้ปล่อยตัว “อองซาน ซูจี” โดยไม่มีเงื่อนไข พร้อมประกาศชัดเจนว่าตำแหน่ง “ผู้แทนพิเศษอาเซียนด้านเมียนมา” จะไม่มีความจำเป็นอีกต่อไปเมื่อสิงคโปร์ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในปี 2027 ย้ำการดำเนินการทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายของเมียนมาเท่านั้น
กระทรวงการต่างประเทศเมียนมาออกแถลงการณ์โต้ตอบข้อเรียกร้องล่าสุดของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่ต้องการให้ปล่อยตัว อองซาน ซูจี อดีตผู้นำวัย 81 ปี โดยไม่มีเงื่อนไข และร้องขอให้ผู้แทนพิเศษอาเซียนเข้าพบเธอในภารกิจครั้งถัดไป โดยเมียนมาระบุอย่างชัดเจนว่า แม้รัฐบาลจะเคยลดโทษให้เธอด้วยเหตุผลทางมนุษยธรรมมาแล้ว แต่การปล่อยตัวโดยสมบูรณ์และไม่มีเงื่อนไขนั้น “ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายเท่านั้น”
อองซาน ซูจี ถูกยึดอำนาจในการรัฐประหารเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2021 และถูกตัดสินจำคุกในหลายข้อหา เช่น การทุจริต การโกงการเลือกตั้ง และการละเมิดกฎหมายความลับราชการ ซึ่งฝ่ายสนับสนุนและองค์กรสิทธิมนุษยชนมองว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง แม้จะได้รับการลดโทษหลายครั้ง แต่ปัจจุบันเธอยังคงต้องรับโทษคุมขังรวมเวลากว่า 18 ปี โดยล่าสุดได้รับการย้ายตัวมาคุมขังในบ้านพักที่กรุงเนปิดอว์
ประเด็นสำคัญในแถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศเมียนมาคือ การส่งสัญญาณปฏิเสธบทบาทของอาเซียนในอนาคต โดยระบุว่า เมียนมาจะยังคงทำงานร่วมกับ มาเรีย เทเรซา ลาซาโร รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ ในฐานะผู้แทนพิเศษอาเซียนคนปัจจุบันจนหมดวาระ แต่เห็นว่า “ไม่มีความจำเป็น” ที่จะต้องแต่งตั้งหรือคงบทบาทตำแหน่งผู้แทนพิเศษอาเซียนด้านเมียนมาอีกต่อไป เมื่อสิงคโปร์รับไม้ต่อเป็นประธานอาเซียนในวันที่ 1 มกราคม 2027
เมียนมาอ้างเหตุผลว่า ขณะนี้ประเทศมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยหลายพรรค ซึ่งสะท้อนถึงเจตนารมณ์ที่แท้จริงของประชาชน และได้เข้ามาบริหารประเทศอย่างสมบูรณ์แล้ว พร้อมเตือนด้วยว่า เมียนมาจะใช้ “มาตรการตอบโต้อย่างเหมาะสมเป็นรายกรณี” หากถูกอาเซียนหรือประเทศสมาชิกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมหรือมีการเลือกปฏิบัติ
ที่ผ่านมาอาเซียนได้ระงับการเชิญผู้นำทหารเมียนมาเข้าร่วมการประชุมสุดยอดระดับสูงตั้งแต่ปลายปี 2021 เนื่องจากเมียนมาไม่ปฏิบัติตาม “ฉันทามติ 5 ข้อ” ที่มุ่งยุติความรุนแรง และเปิดทางให้มีการเจรจาทางการเมืองกับทุกฝ่าย
แม้ว่าประธานาธิบดี มิน อ่อง หล่าย จะพยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์กับอาเซียนหลังการเลือกตั้ง และเพิ่งผ่อนคลายมาตรการโดยอนุญาตให้ตัวแทนจากคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) เข้าพบอองซาน ซูจี เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี เมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา แต่ในทางปฏิบัติ รัฐบาลเนปิดอว์กลับแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่ออาเซียนมากขึ้นเรื่อย ๆ โดย มิน อ่อง หล่าย ได้เคยกล่าวเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมว่า ฉันทามติ 5 ข้อนั้น “ไม่ใช่ข้อตกลงร่วมกันของทุกชาติสมาชิกอาเซียน” และถือเป็นเรื่องโมฆะ เช่นเดียวกับสภาเมียนมาที่ลงมติปฏิเสธแผนการดังกล่าวโดยอ้างว่าเป็นการแทรกแซงกิจการภายใน
ท่าทีล่าสุดของเมียนมาตอกย้ำให้เห็นถึงทางอ้อมที่ยากลำบากในการแก้ปัญหาวิกฤตการเมืองในเมียนมา ขณะที่อาเซียนยังคงยืนยันว่าฉันทามติ 5 ข้อยังคงเป็นแนวทางเดียวในการฟื้นฟูความสัมพันธ์และการยอมรับเมียนมากลับสู่ประชาคมภูมิภาคอย่างเต็มรูปแบบ.
ที่มา Associated Press / The Diplomat