3 บิ๊กองค์กรลูกหนัง “ยูฟ่า-เอเอฟซี-คอนคาแคฟ” แถลงซัด “อินฟานติโน” ทำลายความไว้วางใจ

3 บิ๊กองค์กรลูกหนัง "ยูฟ่า-เอเอฟซี-คอนคาแคฟ" แถลงซัด "อินฟานติโน" ทำลายความไว้วางใจ

10 ส.ค. 2569 16:23 น.

3 บิ๊กองค์กรลูกหนัง “ยูฟ่า-เอเอฟซี-คอนคาแคฟ” แถลงซัด “อินฟานติโน” ทำลายความไว้วางใจ

3 สมาพันธ์ฟุตบอลทรงอิทธิพลของโลก ได้แก่ ยูฟ่า เอเอฟซี และคอนคาแคฟ ออกจดหมายเปิดผนึกโจมตี จานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่า กล่าวหาว่าทำลายความไว้วางใจและวางตัวอยู่เหนือองค์กร หลังฟีฟ่าเสนอจัดตั้งบริษัทใหม่เพื่อบริหารสิทธิ์เชิงพาณิชย์และสิทธิ์จำหน่ายบัตรการแข่งขัน รวมถึงฟุตบอลโลก และเสนอขายหุ้น 21% ให้แก่บริษัทลงทุนเอกชน ก่อนโครงการถูกระงับท่ามกลางแรงคัดค้านอย่างหนัก

ความขัดแย้งภายในวงการฟุตบอลโลกทวีความรุนแรงขึ้น หลังสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ ยูฟ่า, สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย หรือ เอเอฟซี และสมาพันธ์ฟุตบอลอเมริกาเหนือ อเมริกากลาง และแคริบเบียน หรือ คอนคาแคฟ ออกจดหมายเปิดผนึกร่วมกันกล่าวหานายจานนี อินฟานติโน ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า ว่าทำลายความไว้วางใจของสมาชิก และใช้อำนาจเหนือผลประโยชน์ของวงการฟุตบอลโดยรวม

ชนวนเหตุสำคัญมาจากโครงการ FIFA Forward Enterprise (FFE) ซึ่งเป็นแผนการที่จะตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมาดูแลสิทธิ์ด้านการค้าและตั๋วชมการแข่งขันของฟีฟ่าทั้งหมด รวมถึงฟุตบอลโลกชายและหญิง โดยมีเงื่อนไขเปิดทางขายหุ้นจำนวน 21% ให้แก่บริษัทลงทุนเอกชน ซึ่งยื่นเรื่องผ่านกระบวนการอย่างเร่งด่วนเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากบอร์ดบริหาร ก่อนที่โครงการดังกล่าวจะถูกระงับไป หลังสร้างความไม่พอใจอย่างหนักในกลุ่มสมาพันธ์ฟุตบอลระดับทวีป โดยเฉพาะยูฟ่า ซึ่งคัดค้านอย่างเปิดเผยและเคยขู่พิจารณาบอยคอตต์การแข่งขันภายใต้ฟีฟ่าทั้งหมด 

ในจดหมายเปิดผนึกที่ลงนามโดยประธานและเลขาธิการของทั้งสามสมาพันธ์ ได้แก่ อเล็กซานเดอร์ เซเฟริน ประธานยูฟ่า, ซัลมาน บิน อิบราฮิม อัล คาลิฟา ประธานเอเอฟซี และวิกเตอร์ มอนตาเกลียนี ประธานคอนคาแคฟ รวมถึงเลขาธิการของทั้งสามสมาพันธ์ ระบุว่า ปัญหานี้ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องเงิน แต่เป็นเรื่อง “ความโปร่งใสของวงการฟุตบอลและความซื่อสัตย์ของผู้ที่ได้รับเลือกให้บริหารองค์กร”

ทั้งสามสมาพันธ์กล่าวหาว่า กระบวนการเสนอแผนดังกล่าวถูกเร่งรัดและดำเนินการโดยขาดการหารืออย่างมีความหมายกับสมาคมสมาชิก อีกทั้งมีการผลักดันข้อเสนอให้ทันกำหนดเวลา ก่อนที่สมาชิกจะมีโอกาสตรวจสอบรายละเอียดอย่างเพียงพอ

จดหมายยังปฏิเสธคำอธิบายของฟีฟ่าที่ระบุว่า ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเป็นเพียง “ความล้มเหลวด้านการสื่อสาร” โดยสามสมาพันธ์มองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงความผิดพลาดด้านการตัดสินใจ และเป็นการละเมิดความไว้วางใจต่อองค์กรฟุตบอลที่ฟีฟ่ามีหน้าที่ดูแล

จดหมายระบุว่า การพยายามขายหุ้นในกิจการที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลโลกถือเป็นความผิดพลาดร้ายแรงในการตัดสินใจ ไม่ใช่เพียงความผิดพลาดด้านขั้นตอน แต่เป็นการทำลายความไว้วางใจต่อสถาบันต่าง ๆ ที่ฟีฟ่าควรทำหน้าที่ดูแล

อีกประเด็นที่สร้างความกังวลคือ การประชุมลับในโมร็อกโก ซึ่งตามข้อมูลที่ฟีฟ่าระบุ มีเจ้าหน้าที่ระดับบริหารของฟีฟ่าเข้าร่วม ขณะที่ผู้แทนที่มาจากการเลือกตั้งในสภาฟีฟ่า หรือผู้แทนจากสมาคมสมาชิก ไม่ได้รับเชิญให้เข้าร่วม

ทั้งสามสมาพันธ์มองว่า การประชุมดังกล่าว ซึ่งมีผู้บริหารระดับสูงของฟีฟ่าเพียงบางส่วนเข้าร่วม และจัดขึ้นนอกสำนักงานใหญ่ในนครซูริก ยิ่งตอกย้ำข้อกังวลเกี่ยวกับรูปแบบการบริหารงานที่ขาดความโปร่งใส

ยูฟ่า เอเอฟซี และคอนคาเคฟจึงเรียกร้องให้มีการสอบสวนเหตุการณ์ทั้งหมดโดย “บุคคลที่สามซึ่งเป็นอิสระอย่างเต็มที่” แทนที่จะให้ฟีฟ่า เจ้าหน้าที่ของฟีฟ่า หรือบุคคลใดก็ตามที่อยู่ในวงการฟุตบอลเป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบเอง

ทั้งสามสมาพันธ์ยังเรียกร้องให้เก็บรักษาเอกสาร บันทึก และหลักฐานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการดังกล่าว เพื่อให้สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้อย่างครบถ้วน

ความขัดแย้งครั้งนี้เกิดขึ้นหลังฟีฟ่าออกแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยประณามสิ่งที่เรียกว่าเป็นความพยายามร่วมกันและต่อเนื่องในการบ่อนทำลายองค์กรและอินฟานติโน พร้อมระบุว่า ฟีฟ่าจะนำเสนอรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวต่อสภาฟีฟ่าในเดือนตุลาคม

อย่างไรก็ตาม ทั้งสามสมาพันธ์เห็นว่า การให้ฟีฟ่าเป็นผู้จัดทำรายงานเองไม่เพียงพอ และเรียกร้องให้มีหน่วยงานอิสระจากภายนอกเข้ามาตรวจสอบ

ในจดหมายเปิดผนึก ทั้งสามสมาพันธ์ยังย้ำว่า ความสำเร็จของฟุตบอลในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาไม่ได้เป็นผลงานของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เกิดจากความร่วมมือระหว่างฟีฟ่า สมาพันธ์ฟุตบอลระดับทวีป สมาคมสมาชิก นักฟุตบอล สโมสร และผู้คนจำนวนมากที่ทำงานเพื่อวงการฟุตบอล

ทั้งสามสมาพันธ์ระบุว่า ฟุตบอลเป็นความหลงใหลร่วมกันของคนทั่วโลก และไม่ได้เป็นสมบัติของบุคคลหรือสถาบันใดสถาบันหนึ่ง พร้อมเรียกร้องให้ผู้นำฟุตบอลทำหน้าที่รับใช้วงการ แทนที่จะใช้อำนาจเพื่อควบคุมวงการ

ความขัดแย้งดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในวิกฤตด้านธรรมาภิบาลครั้งรุนแรงที่สุดของฟุตบอลโลกในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และสะท้อนความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างฟีฟ่ากับสมาพันธ์ฟุตบอลระดับทวีปเกี่ยวกับการบริหารผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ อำนาจการตัดสินใจ และความโปร่งใสในการบริหารองค์กรฟุตบอลระดับโลก.

ที่มา Yahoo Sports / BBC

Leave a comment