พิพัฒน์ ปัดไม่เกี่ยวโควตาบ้านใหญ่ ตั้ง ‘ปิยพงษ์’ ปลัดคมนาคม ยกเป็นคนมีความรู้-ความเชี่ยวชาญ

พิพัฒน์ ปัดไม่เกี่ยวโควตาบ้านใหญ่ ตั้ง ‘ปิยพงษ์’ ปลัดคมนาคม ยกเป็นคนมีความรู้-ความเชี่ยวชาญ

พิพัฒน์ ปัดไม่เกี่ยวโควตาบ้านใหญ่ ตั้ง ‘ปิยพงษ์’ ปลัดคมนาคม ยกเป็นคนมีความรู้-ความเชี่ยวชาญ

วันอังคาร ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 14.03 น.

“พิพัฒน์” แจง ตั้ง “ปิยพงษ์” นั่งปลัดคมนาคม ไม่เกี่ยวโควต้าบ้านใหญ่ ยก เป็นคนมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ มองภาพรวมได้ทั้งระบบ เผย กำลังเล็งหาคนที่เหมาะสมนั่งอธิบดีกรมทางหลวงแทน

เมื่อเวลา 12.10 น. วันที่ 11 สิงหาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล​ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการเสนอชื่อนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคมคนใหม่ว่า โครงการต่าง ๆ ของกระทรวงยังคงเดินหน้าต่อไป เนื่องจากนายปิยพงษ์ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมทางหลวงอยู่แล้ว จึงสามารถเข้ามารับช่วงงานต่อได้ 

ผู้สื่อข่าวถามถึงเหตุผลในการเสนอแต่งตั้ง เนื่องจากนายปิยพงษ์มีอายุราชการเหลืออีกประมาณ 10 ปี นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การแต่งตั้งพิจารณาตามความเหมาะสม โดยเป็นการเสนอชื่อจากนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคมคนปัจจุบัน ขณะที่ตนเองมีหน้าที่นำเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม ครม.เท่านั้น

เมื่อถามว่า การแต่งตั้งดังกล่าวเป็นโควต้าของบ้านใหญ่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวข้อง และไม่มีเรื่องโควต้าบ้านใหญ่ เพราะนายปิยพงษ์เติบโตในสายงานด้วยความสามารถของตนเอง และขึ้นดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมทางหลวงในช่วงที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เมื่อตนเข้ามารับตำแหน่งต่อ นายปิยพงษ์ก็ทำงานได้ดี ส่วนตำแหน่งอธิบดีกรมทางหลวงที่ว่างลงนั้น จะต้องพิจารณาบุคคลที่มีความเหมาะสม โดยจะต้องมีการประกาศและเปิดให้ผู้ที่สนใจเข้ามาทดสอบเพื่อคัดเลือกต่อไป

นายพิพัฒน์ ยังกล่าวถึงความเหมาะสมของนายปิยพงษ์ในการดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคมว่า เป็นผู้มีความรู้และความเชี่ยวชาญ โดยกรมทางหลวงถือเป็นหน่วยงานที่มีงบประมาณด้านการก่อสร้างสูงที่สุดของกระทรวง ดังนั้น การนำบุคลากรที่มีประสบการณ์จากกรมทางหลวงมาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวง จึงสามารถมองภาพรวมของกระทรวงได้ทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะเรื่องถนนหนทาง เนื่องจากกระทรวงคมนาคมมีภารกิจครอบคลุมทั้งระบบทางราง ทางอากาศ และทางน้ำ ซึ่งต้องบริหารจัดการเป็นองค์รวม และการพิจารณาไม่ได้เจาะจงว่าบุคคลใดจะต้องขึ้นมาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวง แต่เป็นการคัดเลือกจากผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม โดยมีผู้ผ่านคุณสมบัติเข้าสู่กระบวนการพิจารณา 3 คน จากผู้สมัครทั้งหมดประมาณ 14 ถึง 18 คน

เมื่อถามว่า จะต้องเร่งรัดโครงการใดเป็นพิเศษหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงมีการเร่งดำเนินการทุกงานอยู่แล้ว แต่การพัฒนาโครงการต่าง ๆ จำเป็นต้องมีงบประมาณรองรับ หากเป็นโครงการที่มีงบประมาณผูกพันก็จะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และในแต่ละปีมีการพัฒนางานอยู่แล้ว

Leave a comment