เปิดผลสอบปมทุจริตสอบท้องถิ่น พบบกพร่องเกือบทุกขั้นตอน ชงดำเนินคดีเด็ดขาด

เปิดผลสอบปมทุจริตสอบท้องถิ่น พบบกพร่องเกือบทุกขั้นตอน ชงดำเนินคดีเด็ดขาด

เปิดผลสอบปมทุจริตสอบท้องถิ่น พบบกพร่องเกือบทุกขั้นตอน ชงดำเนินคดีเด็ดขาด

วันพุธ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 17.21 น.

เปิดผลสอบปมทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น​ พบ​ บกพร่องตั้งแต่​TOR​- บรรจุอัตราเกินร้องขอกว่าเท่าตัว​ -​ แก้คะแนนช่วยคนสอบตก​ พร้อมชงดำเนินคดีเด็ดขาด

วันที่ 12 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานรองนายกรัฐมนตรี นายปกรณ์ นิลประพันธ์​ มีหนังสื่อที่ กงน.(กร​6)​ 0030 / 2569​ วันที่ 6 สิงหาคม 2569​ เรื่องงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีการทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568​
ถึงนายกรัฐมนตรี

ตามที่มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 263/2569 ลงวันที่ 6  กรกฎาคม 2569  เรื่องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568​ โดยให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568​ รายงานเสนอต่อนายกรัฐมนตรีภายใน 30  วันนั้น

บัดนี้ คณะกรรมการดำเนินการเสร็จและขอกราบเรียนสรุปผลการดำเนินการ ดังนี้

1. คณะกรรมการตรวจสอบได้ตรวจสอบตั้งแต่ขั้นตอน (1) การกำหนดอัตราว่างที่จะสอบบรรจุ (2) การอนุมัติให้มีการสอบ (3) การจัดทำ TOR เพื่อจัดหาผู้รับจ้างดำเนินการสอบ (4) การจัดหาผู้รับจ้าง (5) การดำเนินการของผู้รับจ้างในการจัดสอบและการตรวจผลการสอบ (6) การจัดทำและประกาศผลการสอบ (7) การเรียกบรรจุ และ (8) การดำเนินการของผู้เกี่ยวข้องเมื่อเกิดการจับกุมขบวนการทุจริตและพบช่องว่างที่เอื้อต่อการทุจริตและมีลักษณะที่ส่อไปในทางที่อาจขัดต่อกฎหมายในเกือบทุกขั้นตอน

2. การกำหนดอัตราว่างที่จะสอบบรรจุ พบว่า ก. กลาง อนุมัติอัตราว่างอันเป็นที่มาของการสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเพียง 8,548 อัตรา แต่มีการบรรจุจริงถึง 15,520  อัตรา โดย ก. กลาง มีมติให้ ทั่วไปแก่ ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. ที่จะเรียกบรรจุได้เองหากมีอัตราว่าง โดยให้เรียกจากบัญชีที่มีการขึ้นทะเบียนไว้​ โดยไม่ต้องผ่าน ก. กลาง อีก ซึ่งไม่สอดคล้องกับหลักปฏิบัติของหน่วยทั่วไปในการควบคุมค่าใช้จ่ายเงินเดือน ประโยชน์ตอบแทนอื่น และค่าจ้าง โดยจะมีการบรรจุตามอัตราว่างที่ได้รับอนุมัติเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้อาจไม่สอดคล้องกับการควบคุมค่าใช้จ่ายเงินเดือน ประโยชน์ตอบแทนอื่น และค่าจ้าง ซึ่งต้องไม่เกินร้อยละ 40 ของงบประมาณรายจ่ายประจำปีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นด้วย ซึ่งกระทรวงมหาดไทยต้องตรวจสอบให้เป็นไปตามกฎหมายต่อไป

3.  การอนุมัติให้มีการจัดสอบ พบว่า ก.สถ. อนุมัติให้มีการจัดสอบโดยให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เป็นผู้ดำเนินการ และไม่ปรากฏว่ามีการนำประเด็นการทุจริตเรียกรับสอบอันเป็นเหตุให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเคยมีคำสั่งให้ยกเลิกการสอบครั้งก่อนมาพิจารณาเพื่อกำหนดแนวทางการป้องกันการทุจริตด้วยทั้งที่เป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง

4.การจัดทำ TOR เพื่อจัดหาผู้รับจ้างดำเนินการสอบ พบว่า ก.สถ.มีมติให้ฝ่ายเลขานุการ (สถ.) เป็นผู้ดำเนินการ โดยมิได้พิจารณารายละเอียดของ TOR เอง ทั้งที่เป็นองค์กรที่มีหน้าที่และอำนาจในการจัดให้มีการสอบที่ต้องรับผิดชอบความถูกต้อง เป็นธรรม และเที่ยงธรรมในการสอบซึ่งเป็นความบกพร่องชัดเจน นอกจากนี้ TOR ยังกำหนดให้ผู้รับจ้างรับผิดชอบข้อสอบด้วย​ ทำให้ก.สถ.ไม่​สามารถควบคุมคุณภาพของข้อสอบซึ่งควรต้องมีมาตรฐานด้านคุณภาพไม่ต่ำกว่าคุณภาพข้อสอบเข้ารับของสำนักงาน ก.พ. ด้วย และ ก. สถ.ต้องมีระบบงานที่เข้มงวดในการควบคุมและกำกับการดำเนินงานของผู้รับจ้าง แต่กรณีนี้ไม่มีระบบที่ชัดเจนซึ่งต่างไปจากการจัดการสอบของหน่วยงานอย่างมาก

อนึ่ง แม้ TOR จะกำหนดให้ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบการสอบทั้งหมด​ ในลักษณะ​เบ็ดเสร็จเด็ดขาด​ ทั้งทางแพ่ง อาญา และปกครอง ก็ไม่ทำให้ ก.สถ. พ้นจากความรับผิดชอบอันเป็นหน้าที่และอำนาจ​กฎหมายไปได้ ทั้งนี้ การพิจารณาความรับผิดชอบในรายละเอียดของ ก.สถ. และกลุ่มผู้จัดทำ​TOR.เป็นหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยที่จะต้องดำเนินการตรวจสอบต่อไป

5. การจัดหาผู้รับจ้าง พบว่า เป็นไปตามกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง

6 . การดำเนินการของผู้รับจ้างในการจัดสอบและการตรวจผลการสอบ พบว่าผู้รับจ้างดำเนินการรับจ้างช่วงเป็นผู้ตรวจผลการสอบ และเจ้าหน้าที่ของผู้รับจ้างมีการสั่งให้ผู้รับจ้างช่วง​สำเนาข้อมูลผลการสอบเพิ่มเติมอีก 1 ชุดให้แก่ตน อันเป็นความเสี่ยงที่จะเกิดการทุจริต และเมื่อ TOR  กำหนดให้ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบการสอบทั้งหมดในลักษณะเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทำให้ ก.สถ. ไม่เคร่งครัดที่จะตรวจสอบการดำเนินการของผู้รับจ้าง จึงเป็นข้อบกพร่องที่ต้องตรวจสอบต่อไปว่าเกิดขึ้นโดยเจตนาหรือไม่  แต่ไม่ว่าอย่างไร ก.สถ. ซึ่งมีหน้าที่และความรับผิดชอบตามกฎหมายในกรณีนี้ก็ไม่อาจยกขึ้นปฏิเสธสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาได้

7. การจัดทำและประกาศผลการสอบ พบว่า ผลการตรวจทันทีภายหลังการสอบภาค ก. และ ข. ไม่ตรงกับผลสอบภาค ก. และ ข. ที่มีการประกาศ และในการรับรองผลการสอบ ก.สถ. ไม่ได้พิจารณาในรายละเอียดโดยอ้างเหตุว่าเป็นเรื่องลับทั้งที่เป็นผู้กำหนดชั้นความลับเอง  เป็นองค์กรที่มีหน้าที่และอำนาจในการจัดการสอบและต้องรับผิดชอบผลการสอบด้วย คงจำนวนผู้สอบได้ตามที่ฝ่ายเลขานุการนำเสนอเท่านั้น ถือเป็นความบกพร่องร้ายแรง นอกจากนี้ ยังปรากฏจาก digital footprint และการให้ปากคำของผู้เกี่ยวข้องว่ามีการสั่งการและประสานงานให้เจ้าหน้าที่ สถ.แก้ไขข้อมูลผลการสอบหลายครั้ง และจากการให้ถ้อยคำของผู้เกี่ยวข้อง พบว่าผู้เกี่ยวข้องบางรายได้
มอบหมายและประสานกับ “บุคคลภายนอก” ที่มิได้มีหน้าที่และอำนาจใด ๆ ในการแก้ไขผลการสอบที่มีการประกาศนั้นด้วย อันเป็นพฤติกรรมที่ผิดปกติและทุจริตอย่างชัดแจ้ง ปราศจากความละอาย และไม่เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการ สำหรับการแก้ไขคะแนน มีทั้งการแก้ไขคะแนนจากผู้สอบตกให้เป็นผู้สอบได้ และการแก้คะแนนผู้สอบได้อยู่แล้ว ให้มีคะแนนมากขึ้นซึ่งจะส่งผลต่อลำดับของการขึ้นทะเบียนเพื่อเรียกบรรจุ

8. การเรียกบรรจุ พบว่า มีการบรรจุอัตราว่าว่างตามที่กราบเรียนแล้วใน​ข้อ 2. ซึ่งต้องมีการตรวจสอบต่อไปว่าเป็นการดำเนินการที่ชอบด้วยกฎหมายและระเบียบของทางราชการหรือไม่ ถ้าไม่ชอบจะต้องมีการแก้ไขเสียให้ถูกต้อง

9. การดำเนินการของผู้เกี่ยวข้องเมื่อเกิดการจับกุมขบวนการทุจริต พบว่า ก.สถ. ยังมีการเรียกบรรจุเพิ่มแม้จะปรากฏว่ามีการจับกุมขบวนการทุจริตโดยไม่คำนึงถึงข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้มีอำนาจกำกับดูแลการดำเนินการของ ก. กลาง และ ก.สถ. รวมทั้ง สถ. โดยอ้างเหตุว่า เกรงจะถูกฟ้องร้อง และหลังจากนั้นกลับมีคำสั่งให้บรรจุ โดยไม่กลัวถูกฟ้อง​ ถือเป็นเรื่องผิดปกติ

ทั้ง 32 กระบวนการเกณฑ์คุณภาพข้อสอบ หรือการใช้ผลภาค ก. ของ ก.พ. รวมทั้งให้ขึ้นบัญชีเท่ากับจำนวนตำแหน่งว่างที่เปิดรับ และเสนอข้อมูลผู้เกี่ยวข้องกับการทุจริตให้สำนักงาน ก.พ. เพื่อรวบรวมเป็นฐานข้อมูลกลางป้องกันมิให้สมัครสอบเข้ารับราชการหรือหน่วยงานของรัฐอื่นได้อีก  และมีความล่าช้าในการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทำความจริงให้ปรากฏและการตรวจสอบความต้องของการจัดการสอบครั้งนี้ ซึ่งผิดไปจากปกติของหน่วยงานของรัฐที่จะต้องเร่งรีบตรวจสอบปัญหาที่เกิดขึ้น อันเป็นผลให้สาธารณชนขาดความเชื่อมั่นในระบบราชการโดยรวม (Trust in Government)สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ระบบราชการทั้งระบบ ซึ่งต้องตรวจสอบเชิงลึกต่อไปถึงแรงจูงใจในความบกพร่องดังกล่าว โดยเฉพาะการไม่ปฏิบัติตามข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และความล่าข้าในการจัดการกับเรื่องอื้อฉาวที่เกิดขึ้น แสดงให้เห็นถึงปัญหาในระบบการสั่งการและบังคับบัญชาของกระทรวงมหาดไทย

ทั้งนี้ รายละเอียดปรากฏตามรายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568​ จำนวน 1เอกสารภาคผนวก จำนวน 11 เล่ม ที่แบบเสนอมาพร้อมนี้ในการนี้ คณะกรรมการขอกราบเรียนข้อเสนอแนะเพื่อสั่งการ ดังนี้

1. กระทรวงมหาดไทย (มท.) และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)

1.1 ดำเนินคดีกับบุคคลตามข้อ 4.2 (ตามที่ปรากฏในรายงานผลการตรวจสอบฯ (หน้าที่​ 20-36) ทั้งทางแพ่ง อาญา ปกครอง และมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างเด็ดขาดทุกราย

1.2 ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่ามีผู้เกี่ยวข้องกับการพูดอีกหรือไม่ เพราะการทุจริตครั้งนี้มีลักษณะการทำเป็นขบวนการอย่างชัดเจน และให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินคดีแพ่ง อาญา ปกครองและมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างเด็ดขาดทันที

1.3 ทบทวนว่าควรให้ ก.สถ. จัดสอบต่อไปหรือไม่ เพราะสาธารณชนเห็นว่าความเชื่อมั่นในการจัดสอบของ ก.สถ. พังทลายลงแล้ว หรือสมควรมอบหมายหน่วยงานอื่น และในการจัดการต่อไป จะต้องมีกลไกและโครงสร้างการจัดการที่มีธรรมาภิบาล

2. กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)

2.1 ในฐานะเลขานุการ กสถ. จัดทำคะแนนและบัญชีรายชื่อผู้สอบผ่านภาค ก. และภาค ข. ใหม่จากฐานข้อมูล OMR โดยคัดแยกผู้ที่ปรากฎหลักฐานว่ามีการแก้ไขคะแนนดิบโดยมิชอบออก และเสนอ
กสถ. ทบทวนมติการรับรองผลการสอบ (ครั้งที่ 16/2568  และครั้งที่ 4/2569 ) และเพิกถอนการประกาศผลการขึ้นบัญชี หรือการบรรจุแต่งตั้งผู้ไม่มีสิทธิ พร้อมติดตามเรียกเงินเดือนและค่าตอบแทนคืน เพื่อบรรเทาความเสียหายแก่ราชการโดยเร่งด่วน ทั้งนี้ ตามแนวคำวิจฉัยศาลปกครองสูงสุด (ที่ประชุมใหญ่) ในคดีหมายเลขแดงที่ อบ.418/2565 

2.2 ในฐานะคู่สัญญาจ้างกับ มศว ดำเนินการตามสัญญาจ้าง และกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง เนื่องจากบุคลากรของคู่สัญญามีส่วนร่วมอย่างชัดแจ้งในการทุจริตขั้นตอนหลังสอบข้อเขียนที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลและจัดทำบัญชีผู้สอบผ่าน

2.3 ใช้งานระบบ LHR บันทึกและปรับปรุงข้อมูลอัตราตำแหน่งว่างให้ครบถ้วน ถูกต้องเป็นปัจจุบัน เพื่อเป็นฐานข้อมูลกลาง พร้อมกำหนดมาตรการทางปกครองบังคับกรณี อปท. ละเลย

2.4 ในฐานะเลขานุการ ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. เสนอปรับปรุงแก้โจมาตรฐานที่ไปฯการสอบแข่งขัน พ.ศ. 2560  ให้ชัดเจนครอบคลุมทั้งกรอบอัตรากำลัง ขอบเขตอำนาจและชั้นตอนของ กสถ.

3. สำนักงาน ก.พ. เป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำระบบและฐานข้อมูลกลางผู้ทุจริตการสอบเข้าราชการ ให้หน่วยงานต่างๆ ตรวจสอบได้ เพื่อตัดกลุ่มผู้ทุจริตออกตั้งแต่ขั้นตอนการสมัครสอบ

4. สำนักงาน ป.ป.ท. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงาน ปปง. บูรณาการความร่วมมือในการสืบสวนและขยายผลกับบุคคลหรือเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตในครั้งนี้อย่างจริงจัง และสนับสนุนการไต่สวนของสำนักงาน ป.ป.ช. ในส่วนที่อยู่ระหว่างการใช้อำนาจตามกฎหมาย

5. กรมบัญชีกลาง ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำมาตรฐานกลางในการกำหนด TOR สำหรับการจัดจ้างดำเนินการสอบครอบคลุมทุกกระบวนงาน ความมั่นคงปลอดภัยของระบบไอที การคุ้มครองข้อมูล การควบคุมการเข้าถึง การจัดทำ Audit Log และการตรวจสอบผลคะแนน แล้วเสนอคณะรัฐมนตรีให้หน่วยงานของรัฐถือปฏิบัติ

6. สำนักงาน ก.พ. สำนักงาน ป.ป.ท. สตช. มท. และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ร่วมกันศึกษาและจัดทำ ปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม ฐานความผิด และบทกำหนดโทษสำหรับการทุจริตในการสอบแข่งขันเข้ารับราชการหรือหน่วยงานของรัฐให้ชัดเจนและเหมาะสมกับลักษณะการกระทำผิดในปัจจุบัน

จึงกราบเรียนมาเพื่อกรุณาพิจารณา หากเป็นการชอบด้วยดำริ ขอได้ไปรดมีข้อสั่งการตามที่เสนอ และให้ส่งรายงานนี้ให้แก่กระทรวงมหาดไทย สำนักงาน ก.พ. สำนักงาน ป.ป.ท. สตช. มท.​ และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป และรายงานนายกรัฐมนตรีทราบทุกสามเดือน

Leave a comment