
เป็นหน้าที่จำเลยต้องไปพิสูจน์ในชั้นศาล ดร.ณัฏฐ์ ไขปมดรามา อนุทิน ยิงโจรในบ้าน ชี้ยิงแล้วไม่ผิดเลยไม่ได้
วันพุธ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 11.00 น.
“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ นโยบายควบคุมอาวุธปืนเพิ่มความปลอดภัยแก่ประชาชน ปม “อนุทิน”โพสต๋“ยิงโจร” เป็นความผิดกฎหมาย อ้างป้องกัน เป็นหน้าที่จำเลยต้องไปพิสูจน์ในชั้นศาล
วันที่ 12 สิงหาคม 2569 สืบเนื่องจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้โพสต์เฟซบุ้กส่วนตัว ตั้งค่าสาธารณะว่า “ป้องกันตัวในบ้าน จริงๆก็ไม่ได้ ยิงโจรในบ้าน ก็ผิดอยู่ดี กฎหมายไม่ได้คุ้มครองตรงนั้น” ทำให้กระแสร้อนแรงทางการเมือง โดยพรรคการเมืองฝ่ายค้านออกมาแสดงความคิดเห็นว่า ยิงโจรในบ้าน ไม่เป็นความผิดนั้น

ล่าสุด ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือ “ดร.ณัฏฐ์” นักกฎหมายมหาชน ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและกล่าวว่า กรณี นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.3 สมัย จังหวัดนนทบุรี ได้ใช้อาวุธปืนสังหาร พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิตที่ผ่านมา เป็นจุดเริ่มต้นที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กำหนดนโยบายรัฐบาลในการควบคุมอาวุธปืนเพิ่มความปลอดภัยแก่ประชาชน ผลต่อเนื่องจากโศกนาฎกรรมหมู่ กรณีเด็กนักเรียนรายหนึ่งได้ใช้อาวุธปืนเถื่อนสังหารตาและยายในบ้านพักและนำอาวุธปืนติดตัวไปโรงเรียนแล้วก่อเหตุยิงผู้บริหารการศึกษาและครู รวมถึงนักเรียนในโรงเรียนแห่งเดียวกัน
นโยบายควบคุมอาวุธปืนเพิ่มความปลอดภัยแก่ประชาชน โดยประเทศไทยมีกฎหมายควบคุมอาวุธปืนและเป็นความผิดเฉพาะตัว ตาม พรบ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 และฉบับแก่ไขเพิ่มเติม ม.7,8 ทวิ,12,24,72,72 ทวิ โดย มีปืนและพกปืน เป็นคนละความผิดกัน
หากออกแบบปรับปรุบกฎหมายอาวุธปืนฯ มี 2 วิธี วิธีแรก แก้ไขรายมาตรา หรือปรับปรุงใหม่ทั้งฉบับเพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัย แต่ใช้ระยะเวลาล่าช้า เพราะต้องดำเนินการฝ่ายนิติบัญญัติ ส่วนวิธีที่สอง นายอนุทินฯในฐาน รมว.มหาดไทย ตรากฎหมายฝ่ายบริหาร ที่เรียกว่า “กฎกระทรวงมหาดไทย” สามารถกระทำได้ทันทีเพราะเป็นอำนาจโดยตรงของท่าน เป็นวิธีการที่เหมาะสมและลดอาชญากรรมโดยเร่งด่วน
ส่วนที่ถามว่า ปมกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้โพสต์เฟซบุ้กส่วนตัว เปิดมเป็นสาธารณะว่า “ป้องก้นตัวในบ้าน จริงๆก็ไม่ได้ ยิงโจรในบ้าน ก็ผิดอยู่ดี กฎหมายไม่ได้คุ้มครองตรงนั้น” ในแง่กฎหมาย เป็นความผิดหรือไม่ อย่างไร
ดร.ณัฏฐ์ กล่าวว่า กรณีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา เป็นความผิด ตาม ปอ.ม.288 หากเป็นเหตุฉกรรจ์ เช่น ฆ่าเจ้าพนักงาน หรือฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพิ่มโทษหนักขึ้น ตาม ปอ.ม.289 ระวางโทษประหารชีวิตสถานเดียว
ส่วนการใช้อาวุธปืนยิงเพื่อป้องกันชีวิตและทรัพย์สิน เป็นเหตุยกเว้นความผิด พฤติการณ์แห่งคดีต้องดูการกระทำแต่ละเรื่องๆไป ไม่อาจเหมารวมทุกเรื่อง เพราะเป็นการสนับสนุนให้ประชาชนไปกระทำความผิดว่าการยิงโจรไม่เป็นความผิด ตรงนี้ หลายคนไม่เข้าใจกฎหมาย ต้องเอานักการเมืองมาเรียนกฎหมายอาญาพื้นฐานในโครงสร้างความรับผิดทางอาญา แม้จะมีกฎหมายบัญญัติในเรื่องป้องกัน หรือจำเป็นหรือบันดาลโทสะ แต่ภาระการพิสูจน์เป็นหน้าที่ของผู้ต้องหาหรือจำเลยในชั้นศาล มิได้หมายความว่า ยิงโจรแล้ว ไม่ผิดเลย แต่ยังมีหน้าที่ในการพิสูจน์เพื่อให้เข้าข้อยกเว้น ต้องมีพยานหลักฐานมาแสดงให้ศาลเชื่อว่า เป็นการกระทำโดยป้องกันตัว ตาม ปอ.ม.68 โดยต้องเข้าเงื่อนไข ต้องเป็นภยันตรายอันประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและภัยอันใกล้จะถึง หากเป็นการกระทำพอสามควรแก่เหตุ โดยศาลฎีกาวางแนวไว้ พิจารณาจากทฤษฎีวิถีทางน้อยที่สุดและสัดส่วนที่เหมาะสม หากยิงโจร ต้องยิงในระดับต่ำ มิใช่ยิงศีรษะ หรืออวัยวะสำคัญ หากเกินสมควรแก่เหตุ ปอ.69 ยังเป็นความผิด ศาลลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดเพียงใดก็ได้ แต่มีข้อยกเว้น ตื่นตะหนกตกใจ ไม่เป็นความผิด แต่ต้องมีหลักฐานฝยืนยันการกระทำของตนเองด้วย
พูดภาษาชาวบ้าน คือ ยิงโจร มีความผิด แต่คนยิงตกเป็นผู้ต้องหาและจำเลย โดยต้องไปพิสูจน์ในชั้นศาลและมีภาระการพิสูจน์ให้เข้าข้อยกเว้นว่า เป็นการป้องกันตัว หรือจำเป็น ในชั้นพนักงานสอบสวนและชั้นพนักงานอัยการ สั่งฟ้องดำเนินคดีทุกราย ให้เข้าใจตรงกันนะครับ กฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ
เทียบเคียงกับ กรณีของนายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ยิง พ.ต.อ.ธงชัย นายก อบจ.นนทบุรี ปรากฏชัด ขณะไปสอบถาม พ.ต.อ.ธงชัย ขึ้นไปบนรถ โดยถืออาวุธปืนไขว้หลัง โดยอ้างว่า คนขับรถมีปืนกำลังจะชักปืน ภาษานักเลง นายฉลองฯ “ยิงปืนเร็วกว่า” ภายหลังอ้างป้องกัน ผู้ต้องหาจะให้การอย่างไรก็ได้ แต่คดีนี้ มีกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ไว้ทั้งหมด พฤติการณ์แห่งคดีร้ายแรง ศาลจะไม่ปล่อยเพราะเกรงจะหลบหนีและอัตราโทษสูง
ส่วนนายฉลองฯ ก่อเหตุจะอ้างเหตุป้องกัน หรือจำเป็นหรือบันดาลโทสะ ต้องไปพิสูจน์ในชั้นศาล อ้างลอยๆไม่ได้บรรทัดฐานที่ผ่านมา พฤติการณ์แห่งคดีลักษณะนี้ อ้างเหตุป้องกันหรือบันดาลโทสะไม่ได้เพราะก่อภัยให้เกิดขึ้นก่อน ส่วนอ้างเรื่องหนี้สิน ยังไม่ชัดว่า มีจริงหรือไม่ ต้องว่ากันตามพยานหลักฐานฟังความทั้งสองฝ่าย เพราะผู้ตายพูดไม่ได้
ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ยี่ต๊อกศาลวางโทษประหารชีวิต ส่วนพยายามฆ่าผู้อื่นโดยโดยไตร่ตรองไว้ก่อน วางโทษจำคุกตลอดชีวิต หากรับสารภาพลดกึ่งหนึ่ง หากต่อสู้คดียิ่งติดนาน ศาลไม่ลดโทษให้นายฉลอง แม้เคยทำคุณงามความดี เป็น สส.มา 3 สมัยแล้วก็ตาม