“ขอ ขวด ของเรา” เปลี่ยนขวด PET ใช้แล้วเป็นผลิตภัณฑ์มีคุณค่า GULF ส่งต่อ “วัฒนธรรมองค์กรสีเขียว” ร่วมคัดแยกขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน

“ขอ ขวด ของเรา” เปลี่ยนขวด PET ใช้แล้วเป็นผลิตภัณฑ์มีคุณค่า  GULF ส่งต่อ “วัฒนธรรมองค์กรสีเขียว” ร่วมคัดแยกขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน

“ขอ ขวด ของเรา” เปลี่ยนขวด PET ใช้แล้วเป็นผลิตภัณฑ์มีคุณค่า GULF ส่งต่อ “วัฒนธรรมองค์กรสีเขียว” ร่วมคัดแยกขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน

วันศุกร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 12.33 น.

“พลาสติก” เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วโลก ด้วยคุณสมบัติที่ตอบโจทย์ทั้งความสะดวกสบายและการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ แต่ขณะเดียวกัน การบริโภคและใช้พลาสติกปริมาณมหาศาล โดยขาดการบริหารจัดการอย่างเหมาะสมได้สร้าง “ขยะ” ที่เป็นภาระต่อสิ่งแวดล้อม จากรายงานขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ระบุว่า การใช้พลาสติกต่อหัวในคนไทย (Plastic per capita) อยู่ในระดับสูง เมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น ๆ แต่ในปี 2565 ขยะพลาสติกของไทยมีอัตราการรีไซเคิลเพียง 12% และยังคาดว่าจะมีการใช้พลาสติกเพิ่มขึ้นราว 50% ระหว่างปี 2565 – 2593 อีกด้วย

เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน โดยเริ่มตั้งแต่ “ต้นทาง” บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF จึงเดินหน้าสร้างวัฒนธรรมองค์กรสีเขียว ชวนพนักงานร่วมคัดแยกขวดน้ำพลาสติก PET เพื่อนำไปเพิ่มมูลค่าและสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ (Upcycling) ในโครงการ “ขอ ขวด ของเรา” ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 2 หลังประสบความสำเร็จจากการคัดแยกขวดน้ำพลาสติก PET และฝาขวดในพื้นที่สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ ซึ่งนำไป Upcycling ผลิตเป็นสื่อการเรียนรู้รักษ์โลกสำหรับเด็ก มอบให้แก่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนทั่วประเทศ กว่า 300 ชุด


GULF ได้ขยายผลโครงการฯ “ขอ ขวด ของเรา” ปีที่ 2 ไปยังโรงไฟฟ้าในพื้นที่ภาคตะวันออก จำนวน 7 แห่ง โดยตั้งแต่เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2569 สามารถคัดแยกขวดน้ำพลาสติก PET และฝาขวดได้กว่า 1,183 กิโลกรัม โดยได้นำไปมอบให้  วัดจากแดง เพื่อนำไป Upcycling เป็นผ้าไตรจีวร ผ้าห่ม เสื้อผ้า และของใช้ต่าง ๆ ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้        2.48 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e)

สิตมน รัตนาวะดี ผู้อำนวยการฝ่ายการวางแผนด้านกลยุทธ์ GULF 

สิตมน รัตนาวะดี ผู้อำนวยการฝ่ายการวางแผนด้านกลยุทธ์ GULF เล่าถึงแนวคิดของโครงการฯ ว่า “โครงการ “ขอ ขวด ของเรา” ส่งเสริมให้พนักงาน GULF เริ่มต้นดูแลสิ่งแวดล้อมจากพฤติกรรมง่าย ๆ ในชีวิตประจำวันและยั่งยืน ด้วยการคัดแยกขยะขวดน้ำ PET เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการนำขยะเข้าสู่กระบวนการบริหารจัดการอย่างถูกต้อง และนำไป Upcycling เป็นของใช้ในชีวิตประจำวัน เมื่อมีการคัดแยกของเหลือใช้อย่างถูกต้อง ก็จะช่วยลดภาระต่อสิ่งแวดล้อมและทำให้ทรัพยากรถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า”

“ในปีนี้ GULF ได้ขยายโครงการฯ จากสำนักงานใหญ่ไปยังพื้นที่โรงไฟฟ้าของกลุ่มในภาคตะวันออก สามารถรวบรวมขวด PET ใช้แล้วจำนวน 1,183  กิโลกรัม กลับเข้าสู่กระบวนการ Upcycling ผ่านความคิดสร้างสรรค์และการออกแบบใหม่ เพื่อเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีประโยชน์ มีดีไซน์ และมีมูลค่าหรือคุณภาพสูงกว่าเดิม โดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และนับตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการฯ ในปี 2568 สามารถคัดแยกขวด PET ได้รวม 1,637 กิโลกรัม ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม  3.42 คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e) สะท้อนให้เห็นว่า การปลูกฝังวัฒนธรรมการคัดแยกและจัดการขยะอย่างถูกต้องภายในองค์กร เมื่อดำเนินการอย่างต่อเนื่องและขยายผลในวงกว้าง สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม”

“ภูมิใจมากที่มีส่วนร่วมกับโครงการฯ แม้จะเป็นเรื่องเล็ก ๆ อย่างการคัดแยกขยะในชีวิตประจำวัน เพราะเราได้รู้ว่าปลายทางของขวด PET ที่คัดแยกไปไหนและเกิดประโยชน์อย่างไร ถ้าเราส่งต่อพฤติกรรมนี้ไปเรื่อย ๆ ก็เชื่อว่าจะเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ ช่วยปลูกฝังจิตสำนึกการดูแลสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง” หนึ่งในพนักงานจากออฟฟิศภาคตะวันออกของกลุ่ม GULF เล่าถึงความรู้สึกที่ได้เข้าร่วมโครงการฯ ปีที่ 2

ขณะที่พนักงาน GULF อีกคนสะท้อนว่า “โครงการ “ขอ ขวด ของเรา” เป็นกิจกรรมที่ดี เพราะส่งเสริมให้เห็นความสำคัญของการคัดแยกขยะมากยิ่งขึ้น จากเดิมที่พนักงานก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อยู่แล้ว การได้มาเห็นกระบวนการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง จนถึงการ Upcycling ทำให้เรามองเห็นอย่างชัดเจนว่า พนักงานในองค์กรทุกคนสามารถทำประโยชน์ให้สังคม สิ่งแวดล้อม และโลกได้อย่างยั่งยืน”

ด้าน พระมหาประนอม ธัมมาลังกาโร เจ้าอาวาสวัดจากแดง ในฐานะศูนย์การเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการขยะต้นแบบ กล่าวถึงความร่วมมือที่มีมาอย่างต่อเนื่องว่า “วัดจากแดงและ GULF ร่วมมือนำขวด PET มา Upcycling เป็นผลิตภัณฑ์หลายประเภท โดยนำขวดน้ำมาผลิตเป็นเสื้อผ้า ผ้าห่ม เป็นต้น ส่วนฝาขวดนำมาผลิตเป็นพวงกุญแจที่ระลึกในโอกาสต่าง ๆ ซึ่งสร้างประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน ถ้าเรามองของเหลือใช้เป็นขยะ ก็ต้องหาที่ทิ้ง ซึ่งมีค่าใช้จ่ายและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ถ้าเรามองเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตสิ่งของ ก็จะเกิดประโยชน์ทั้งแก่ตนเอง ทางโลก และทางธรรม”

“นอกจากการช่วยกันจัดการ “ขยะภายนอก” ด้วยการคัดแยกและนำกลับมาใช้ประโยชน์แล้ว ทุกคนสามารถฝึกจัดการ “ขยะในใจ” ควบคู่กันไป ทั้งความโกรธ ความน้อยใจ หรือความยึดติด ผ่านการฝึกสติ เมตตา การให้ และความเพียร เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีทั้งต่อตนเองและสังคม” เจ้าอาวาสวัดจากแดง ฝากคติธรรมทิ้งท้าย

Leave a comment