
16 ส.ค. 2569 11:32 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
“ลิกเตนสไตน์” เปลี่ยนกฎสืบราชสันตติวงศ์ เปิดทางผู้หญิงขึ้นครองราชบัลลังก์
ราชวงศ์ลิกเตนสไตน์ประกาศเปลี่ยนกฎการสืบราชสันตติวงศ์ จากเดิมที่ให้สิทธิทายาทฝ่ายชายก่อน เป็นระบบให้บุตรคนโตไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิงขึ้นครองราชย์ในอนาคต ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของประเทศเล็ก ๆ ในยุโรปกลางที่มีระบอบกษัตริย์ซึ่งยังคงมีอำนาจทางการเมืองสูง
ราชวงศ์ลิกเตนสไตน์ประกาศเปลี่ยนกฎการสืบราชสันตติวงศ์ เปิดทางให้ผู้หญิงสามารถขึ้นครองราชบัลลังก์ได้ในอนาคต โดยประกาศดังกล่าวมีขึ้นเมื่อวันเสาร์ (15 ส.ค.) ซึ่งตรงกับวันชาติของลิกเตนสไตน์ ประเทศขนาดเล็กในยุโรปกลางที่มีประชากรราว 40,000-44,000 คน และตั้งอยู่ระหว่างสวิตเซอร์แลนด์กับออสเตรีย
เจ้าชายอาลัวส์ มกุฎราชกุมารแห่งลิกเตนสไตน์ เป็นผู้ประกาศการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวในสุนทรพจน์เนื่องในวันชาติ โดยระบุว่า สมาชิกในราชวงศ์ที่มีสิทธิออกเสียงได้อนุมัติการเปลี่ยนแปลงด้วยเสียงสนับสนุนไม่น้อยกว่าสองในสาม เมื่อวันพุธที่ผ่านมา
ราชวงศ์ลิกเตนสไตน์ระบุว่า กฎใหม่จะเปลี่ยนจากระบบ “สิทธิของพระโอรสองค์โต” หรือการให้ทายาทชายมีสิทธิก่อน เป็นระบบ “สิทธิของบุตรคนโตโดยไม่คำนึงถึงเพศ” หมายความว่า ในอนาคตพระโอรสหรือพระธิดาพระองค์แรกที่ประสูติจะได้ขึ้นเป็นรัชทายาทลำดับที่หนึ่งเพื่อสืบพระราชบัลลังก์ทันที
เจ้าชายอาลัวส์ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ทั้งราชรัฐลิกเตนสไตน์และราชวงศ์ได้รับการนำโดยบุคคลที่ได้รับการเตรียมความพร้อมอย่างดีที่สุดสำหรับความรับผิดชอบดังกล่าว พร้อมกล่าวว่า การผสมผสานระหว่างความต่อเนื่องกับการปรับตัวให้ทันสมัย เป็นหลักการที่ราชวงศ์ยึดถือมาอย่างยาวนาน
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนกฎครั้งนี้จะยังไม่ส่งผลต่อลำดับการสืบราชบัลลังก์ในปัจจุบัน โดยจะมีผลเฉพาะกับพระนัดดาหรือผู้สืบสายเลือดในรุ่นถัดไปของเจ้าชายอาโลอิสและเจ้าหญิงโซฟี พระชายา
ปัจจุบันเจ้าชายฮันส์-อาดัมที่ 2 ทรงเป็นประมุขแห่งรัฐและประมุขราชวงศ์ลิกเตนสไตน์ โดยทรงครองตำแหน่งมาตั้งแต่ปี 1989 แต่พระองค์ทรงโอนอำนาจส่วนใหญ่ในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจให้เจ้าชายอาลัวส์ พระราชโอรสองค์โต ตั้งแต่ปี 1994 ตามธรรมเนียมของราชวงศ์ลิกเตนสไตน์ที่มักส่งต่อภาระหน้าที่ให้รัชทายาทก่อนการเปลี่ยนแปลงผู้ครองราชย์อย่างเป็นทางการ
เจ้าชายอาลัวส์ พระชนมายุ 58 พรรษา ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจอย่างเป็นทางการส่วนใหญ่มานานประมาณ 2 ทศวรรษ และยังคงเป็นรัชทายาทลำดับปัจจุบัน การเปลี่ยนกฎจึงไม่ได้ทำให้ลำดับการสืบราชบัลลังก์ในระยะใกล้เปลี่ยนแปลง
พระโอรสองค์โตของเจ้าชายอาลัวส์ คือ เจ้าชายโจเซฟ เวนเซล พระชนมายุ 31 พรรษา ขณะที่พระธิดาองค์ที่สองคือ เจ้าหญิงมารี-แคโรไลน์ พระชนมายุ 29 พรรษา โดยกฎใหม่จะมีผลต่อทายาทรุ่นถัดไปที่เกิดหลังจากนี้
ลิกเตนสไตน์เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกทะเลและไม่มีพรมแดนติดทะเลประเทศเดียวในยุโรป ที่มีลักษณะ “ถูกล้อมด้วยประเทศที่ไม่มีทางออกทะเล” โดยมีพื้นที่ขนาดเล็กและตั้งอยู่ระหว่างสวิตเซอร์แลนด์กับออสเตรีย แม้จะเป็นประเทศขนาดเล็ก แต่ราชวงศ์มีอำนาจทางการเมืองมากกว่าราชวงศ์ส่วนใหญ่ในยุโรป
เจ้าผู้ครองราชรัฐลิกเตนสไตน์มีอำนาจยับยั้งผลการลงประชามติ แต่งตั้งผู้พิพากษา และปลดรัฐบาลได้ ทำให้ระบอบกษัตริย์ของประเทศมีบทบาททางการเมืองอย่างโดดเด่น
การเปิดทางให้ผู้หญิงสามารถสืบราชบัลลังก์ได้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญของประเทศที่มีแนวคิดอนุรักษนิยมมาโดยตลอด โดยลิกเตนสไตน์เพิ่งให้ผู้หญิงมีสิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งระดับชาติเมื่อปี 1984 และถือเป็นประเทศสุดท้ายในยุโรปที่ให้สิทธิดังกล่าว หลังผู้มีสิทธิเลือกตั้งชายลงมติสนับสนุนอย่างฉิวเฉียดในการลงประชามติครั้งนั้น
ด้านการเมือง ลิกเตนสไตน์ยังสร้างประวัติศาสตร์เมื่อปีที่ผ่านมา หลังจากบริตทิจท์ ฮาส ได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศ
การเปลี่ยนแปลงกฎสืบราชสันตติวงศ์ครั้งล่าสุดจึงสะท้อนความพยายามของราชวงศ์ลิกเตนสไตน์ในการปรับระบบให้สอดคล้องกับแนวคิดเรื่องความเท่าเทียมทางเพศมากขึ้น ขณะที่ยังคงรักษาความต่อเนื่องของราชวงศ์และระบบการปกครองของประเทศเอาไว้.