17 สิงหาคม 2569 เวลา 14:39 น.

เต้ มงคลกิตติ์ ยื่น ผบ.ตร.ตรวจสอบการพกปืน นายกฯ-ภรรยา สส.-สว.และผู้ติดตาม มั่นใจเจอเพียบ พร้อมเสนอทบทวนสิทธิเจ้าหน้าที่พื้นที่เสี่ยง – ผุดตั้งมาเฟียสีขาวในโรงเรียน ป้องกันความรุนแรง
เมื่อวันที่ 17 ส.ค.2569 นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ “เต้ 007 ” หัวหน้าพรรคก้าวล้ำ เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอให้ตรวจสอบประเด็นเกี่ยวกับการครอบครองและการพกพาอาวุธปืนของบุคคลที่อยู่ในแวดวงการเมืองตั้งแต่ นายกรัฐมนตรี ภรรยา รัฐมนตรี สส. และสว. ตลอดจนบุคคลที่ทำหน้าที่ติดตามหรือรักษาความปลอดภัย โดยเน้นย้ำว่าต้องการให้ตรวจสอบว่าอาวุธที่มีการครอบครองนั้นมีทะเบียนถูกต้อง และมีเอกสารอนุญาตให้พกพาตามกฎหมายหรือไม่
เต้ มงคลกิตติ์ กล่าวว่า ปัจจุปันมีอาวุธปืน ที่อยู่ด้วยกันครอบครองของประชาชนกว่า 10 ล้านกระบอก แต่นโยบายนายกรัฐมนตรี ห้ามพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ ตนจึงมายื่นหนังสือ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนปัจจุบันเตรียมเกษียณอายุราชการวันที่ 30 กันยายน และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ว่าที่ ผบ.ตร.ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบอาวุธที่เกี่ยวข้องกับบุคคลทางการเมือง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและบุคคลที่เดินทางติดตามบุคคลสำคัญ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงรถที่ใช้ติดตามนักการเมืองและบุคคลสำคัญ โดยเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่และขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อให้ทราบว่าอาวุธที่พบ หากมีการตรวจสอบจริง มีเอกสารการครอบครองและการพกพาถูกต้องหรือไม่ พร้อมย้ำว่าการตรวจสอบควรครอบคลุมอย่างเสมอภาค ไม่ควรยกเว้นเพียงเพราะผู้เกี่ยวข้องมีตำแหน่งทางการเมือง และการตรวจค้นก็ไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าตนเองเชื่อว่าจะเจอแน่นอน เพราะส่วนใหญ่จะไม่มีใบอนุญาตพกพา หรือ ป.12 และอีกส่วนก็เป็นปืนเถื่อน
เต้ มงคลกิตติ์ ยังกล่าวถึงประสบการณ์ในช่วงที่เคยทำงานการเมืองและลงพื้นที่หาเสียง โดยระบุว่าเคยพบเห็นอาวุธในรถของบุคคลที่รู้จัก และไม่ทราบว่าอาวุธดังกล่าวมีใบอนุญาตถูกต้องหรือไม่ จึงเห็นว่าประเด็นดังกล่าวควรให้หน่วยงานที่มีอำนาจเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยตรง ซึ่งข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับการมีอาวุธหรือการไม่มีใบอนุญาตของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใด ยังจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานที่มีอำนาจก่อนที่จะสรุปว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมาย
นอกจากนี้ ยังย้ำถึงกรณีที่บุคคลบางรายมีอาวุธที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง แต่ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการพกพา โดยเห็นว่าต้องแยกให้ชัดเจนระหว่าง “การมีอาวุธไว้ในครอบครองอย่างถูกต้อง” กับ “การนำอาวุธติดตัวหรือพกพา” ซึ่งอาจอยู่ภายใต้เงื่อนไขทางกฎหมายที่แตกต่างกัน เช่น สถานการณ์ของเจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน และเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งยังตั้งข้อสังเกตว่า หากเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงต้องนำอาวุธไปเก็บไว้ที่หน่วยงานเมื่อหมดเวลาปฏิบัติหน้าที่ อาจเกิดช่องว่างในช่วงเดินทางกลับบ้านหรือเดินทางไปปฏิบัติภารกิจต่อเนื่อง จึงเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาว่าควรมีกฎหรือข้อยกเว้นเฉพาะสำหรับเจ้าหน้าที่ที่มีภารกิจด้านความปลอดภัยหรือไม่
พร้อมยกตัวอย่างเจ้าหน้าที่ตำรวจสายสืบหรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายปราบปราม ซึ่งบางครั้งต้องปฏิบัติภารกิจนอกเวลาราชการหรือทำงานต่อเนื่อง หากเกิดเหตุฉุกเฉินระหว่างการเดินทาง อาจมีข้อจำกัดด้านอุปกรณ์ในการป้องกันตัว จึงเสนอให้การออกกฎระเบียบเกี่ยวกับการพกพาอาวุธของเจ้าหน้าที่รัฐพิจารณาจากลักษณะงาน ความเสี่ยง และพื้นที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างรอบคอบ โดยย้ำว่าต้องไม่ทำให้เกิดช่องว่างที่กระทบต่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่
ทั้งนี้ เต้ มงคลกิตติ์ ยังกล่าวถึงปัญหาความรุนแรงและการกลั่นแกล้งในสถานศึกษา โดยเฉพาะการบูลลี่ระหว่างนักเรียน รวมถึงการด่าทอกันผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ได้เสนอแนวคิดให้สถานศึกษามีบุคคลหรือกลุ่มนักเรียนที่ผ่านการฝึกอบรมด้านการระงับเหตุและการช่วยป้องกันความขัดแย้งในโรงเรียน ซึ่งเรียกว่า “มาเฟียสีขาว” โดยให้ทำหน้าที่ในเชิงป้องกัน ช่วยห้ามปรามหรือแจ้งครูและผู้รับผิดชอบเมื่อเกิดปัญหา เพื่อให้โรงเรียนสามารถจัดการความขัดแย้งตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก่อนลุกลามกลายเป็นเหตุรุนแรงหรือเข้าสู่กระบวนการทางอาญา พร้อมเสนอให้พิจารณาสร้างระบบการดูแลนักเรียนตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย
เต้ มงคลกิตติ์ ยังกล่าวถึงปัญหาการกลั่นแกล้งผ่าน โซเชียลมีเดีย โดยเห็นว่าควรมีผู้ใหญ่หรือบุคลากรที่ทำหน้าที่ให้ความรู้กับเด็กเกี่ยวกับผลทางกฎหมายและผลกระทบจากการใช้สื่อออนไลน์ เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาความขัดแย้งในโลกออนไลน์พัฒนาไปสู่ความรุนแรงในชีวิตจริง
เต้ มงคลกิตติ์ ยังกล่าวถึงทิศทางการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดนนทบุรี หลังมีการสอบถามถึงกระแสข่าวว่าพรรคก้าวล้ำอาจส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี ( นายก อบจ.นนทบุรี ) โดยยืนยันว่า พรรคก้าวล้ำไม่ได้ส่งผู้สมัครในนามของพรรค แต่จะทำหน้าที่ในลักษณะ “ไปเป็นเพื่อน” และพร้อมเดินทางไปร่วมในวันที่ผู้สมัครลงสมัครรับเลือกตั้ง โดยผู้สมัครที่กล่าวถึงจะลงในนามอิสระ ยอมรับว่าบรรยากาศทางการเมืองในจังหวัดนนทบุรีว่า มีการแข่งขันที่น่าจับตา และมีหลายกลุ่มเตรียมเข้าสู่สนามเลือกตั้ง โดยพรรคก้าวล้ำจะไม่ได้ส่งผู้สมัครเอง แต่จะสนับสนุนในลักษณะช่วยลงพื้นที่และให้กำลังใจผู้สมัครที่เห็นว่าเหมาะสม โดยคาดหวังให้ทุกฝ่ายแข่งขันกันอย่างสุจริต ไม่มีการซื้อเสียง และยอมรับผลการเลือกตั้ง หากใครได้รับความไว้วางใจจากประชาชนก็ควรได้เข้ามาบริหารจังหวัด