กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ รุกเดินหน้าขับเคลื่อนระบบ Co-op Financial มุ่งยกระดับมาตรฐานสหกรณ์ไทย

21 สิงหาคม 2569 เวลา 09:29 น.

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้ายกระดับมาตรฐานความเชื่อมั่นด้านการเงินและบัญชีของสหกรณ์ไทยอย่างต่อเนื่อง ภายหลังจากการเปิดตัวระบบ Co-op Financial ไปเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยเตรียมจัดกิจกรรมโรดโชว์ทั่วประเทศเพื่อขยายผลการใช้งานไปยังกลุ่มเป้าหมายหลัก พร้อมชูระบบประเมินความเสี่ยงและเตรียมดึงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการสอบบัญชีในอนาคต

นายวุฒิพงศ์ เนียมหอม อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เปิดเผยว่า นับตั้งแต่เปิดตัวโครงการ มีผู้เข้าใช้งานระบบแล้วกว่า 10,000 ครั้ง ซึ่งบุคลากรและผู้สอบบัญชีของกรมฯ มีความพึงพอใจอย่างมากเนื่องจากสามารถเห็นข้อมูลได้หลายมิติ อย่างไรก็ตาม สัดส่วนการใช้งานจากกลุ่มสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกรกว่า 10,000 แห่ง และสมาชิกรวม 11 ล้านคน ยังมีน้อยกว่าร้อยละ 10 กรมฯ จึงเตรียมแผนจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์และจัดกิจกรรมโรดโชว์ไปยังที่ประชุมใหญ่ของชุมนุมสหกรณ์ทั้ง 7 ประเภททั่วประเทศ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้สหกรณ์ต่างๆ สามารถนำระบบนี้ไปใช้บริหารจัดการความเสี่ยงและสร้างความเข้มแข็งให้องค์กร

หนึ่งในฟังก์ชันสำคัญที่กรมฯ ภาคภูมิใจคือระบบประเมินความเสี่ยง หรือ CF Score ซึ่งจะจัดระดับความเสี่ยงของสหกรณ์ออกเป็นสีเขียว สีเหลือง และสีแดง โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้ถึง 20 ปี และจะมีการอัปเดตข้อมูลทุกปีหลังจากการสอบบัญชีเสร็จสิ้น ระบบนี้ช่วยให้ประธานชุมนุมสหกรณ์แต่ละประเภทสามารถมองเห็นภาพรวมของสหกรณ์ในเครือข่ายตนเองได้ทั้งหมด จากเดิมที่เคยเห็นเฉพาะข้อมูลของตนเอง

สำหรับการแก้ไขปัญหาสหกรณ์ที่ไม่สามารถปิดบัญชีได้ กรมฯ ได้แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 ระยะตามความรุนแรงของปัญหา โดยในกลุ่มระยะสั้นที่ปิดบัญชีไม่ได้ 2-4 ปี กรมฯ ประเมินว่าแก้ไขได้ไม่ยากและจะส่งทีมงานเข้าไปช่วยเหลือโดยตรง ส่วนกลุ่มระยะกลางที่สะสมปัญหามา 5-15 ปี อาจจำเป็นต้องอาศัยข้อกฎหมายและการใช้อำนาจของนายทะเบียนสหกรณ์เข้ามาร่วมจัดการ และสำหรับกลุ่มระยะยาวที่มีปัญหาเรื้อรัง 15-30 ปี ซึ่งมีความซับซ้อนและบางกรณีไม่สามารถหาหลักฐานทางบัญชีได้ กรมฯ จะพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อหาข้อยุติทางกฎหมายที่ถูกต้องและรักษาผลประโยชน์สูงสุดของสมาชิก

ในด้านการพัฒนาบุคลากร ปัจจุบันกรมฯ มีผู้สอบบัญชีประมาณ 400 กว่าคน ซึ่งแต่ละคนต้องรับผิดชอบดูแลสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรรวมเกือบ 10,000 แห่งทั่วประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาภาระงาน กรมฯ จึงมีเป้าหมายที่จะนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยสอบบัญชีในปี 2570 โดยจะนำร่องกับสหกรณ์การเกษตรที่ไม่มีความซับซ้อนก่อน นอกจากนี้ กรมฯ ยังเร่งผลักดันสวัสดิการให้แก่บุคลากร ทั้งการเสนอขอเงินค่าตอบแทนพิเศษประจำตำแหน่ง และการจัดทำหลักสูตรอบรมที่ได้มาตรฐานสากลเพื่อสนับสนุนให้ผู้สอบบัญชีภาครัฐสามารถนำชั่วโมงการทำงานไปนับรวมในการขอรับใบอนุญาตผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ซึ่งจะเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างยั่งยืน

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์,กระทรวงเกษตรและสหกรณ์,สหกรณ์ไทย,

Leave a comment