ชวนลงทุนไทย อนุทินจีบนิวซีแลนด์ เชื่อมตลาดอาเซียน

21 สิงหาคม 2569 เวลา 06:00 น.

ชวนลงทุนไทย อนุทินจีบนิวซีแลนด์ เชื่อมตลาดอาเซียน

นายกฯบินเยือนนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ พบภาคเอกชนคุย 2 บิ๊กยักษ์ใหญ่ ชวนปักหมุดลงทุนไทย “แหล่งท่องเที่ยว-สินค้าเกษตร” ประตูเชื่อมธุรกิจตลาดอาเซียน-ภูมิภาคอื่นของโลก “อนุทิน” ไม่กังวล พร้อมรับมือศึกซักฟอก ชี้ถ้าฮั้วสว.มีจริง น่ารังเกียจ ยันชัดรบ.ไม่เกี่ยวข้องหากฝ่ายค้านอภิปรายผลงาน รมต.ทุกคนพร้อมตอบ ขณะดีอีเผยยอดลงทะเบียนTH-AI Passport ทะลุ1ล้านรายชวนเหลืออีก 4 ล้านสิทธิ์ก่อนเปิดใช้31สิงหาคมนี้เลขาฯป.ป.ช.ยันลุยสอบTH-AI Passportแม้รัฐบาลเดินหน้าโครงการ เฝ้าระวังทุจริตอยู่แล้ว ไม่ต้องกังวลดีเอสไอออกหมายเรียกสส.ปชน.แจงปมถือหุ้นบริษัทเอกชน 31ส.ค.เจ้าตัวย้ำบริสุทธิ์ใจโร่เข้าพบDSIปัดเป็นนอมินี

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 เวลา 09.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นกรุงแคนเบอร์รา ซึ่งเร็วกว่าเวลาประเทศไทย 3 ชั่วโมง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมด้วยภริยาและคณะ ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหารแฟร์เบิร์น กรุงแคนเบอร์รา เครือรัฐออสเตรเลียไปยังนครโอ๊คแลนด์ เพื่อเยือนนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่20-22 สิงหาคม 2569โดยมีนางแอน แอลลี รัฐมนตรีด้านการพัฒนานะหว่างประเทศ กิจการพหุวัฒนธรรม และดูแลด้านกิจการขนาดเล็กในฐานะผู้แทนนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียเป็นผู้มาส่งที่สนามบิน

เมื่อนายกรัฐมนตรีและคณะมีกำหนดเดินทางถึงท่าอากาศยานโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ ในเวลาประมาณ 14.35นโดยมีนางเพนนีซิมมอนด์ส รัฐมนตรีด้านวิทยาศาสตร์ นวัตกรรมและเทคโนโลยีนิวซีแลนด์ เป็นผู้มาต้อนรับ

นายกฯคุย2บิ๊กยักษ์ใหญ่นิวซีแลนด์

จากนั้นนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พบหารือกับผู้บริหารบริษัทชั้นนำของนิวซีแลนด์ได้แก่Skyline Enterprises ผู้ดำเนินธุรกิจด้านการท่องเที่ยวและแหล่งท่องเที่ยวและT&G Global บริษัทเกษตรและผลไม้ระดับโลกเจ้าของแบรนด์Envy™โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) เป็นผู้จัดการพบหารือเพื่อเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจและผลักดันให้เกิดการลงทุนและความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมระหว่างสองประเทศ

ชวนปักหมุดขยายการลงทุนไทย

โดยนายกฯกล่าวเน้นว่าไทยไม่ได้เป็นเพียงตลาดขนาดใหญ่ แต่สามารถเป็นทั้งฐานการลงทุน ฐานการผลิต และประตูเชื่อมธุรกิจไปยังตลาดอาเซียนและภูมิภาคอื่นของโลก รัฐบาลจึงต้องการเปลี่ยนความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทยกับนิวซีแลนด์ให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่ประชาชนและภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศได้รับประโยชน์ร่วมกัน พร้อมเชิญชวนให้บริษัท Skyline Enterprises พิจารณาขยายการลงทุนมายังประเทศไทย โดยไทยมีจุดแข็งทั้งความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยว จำนวนนักท่องเที่ยว และศักยภาพในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัว ซึ่งสอดคล้องกับความเชี่ยวชาญของบริษัท

ทั้ง2บริษัทสนใจโฮกาสธุรกิจในไทย

ด้านผู้บริหารSkyline Enterprises แสดงความสนใจต่อโอกาสทางธุรกิจในประเทศไทย โดยมองเห็นศักยภาพของตลาดและแหล่งท่องเที่ยวไทย รวมถึงโอกาสในการเจาะตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัว ซึ่งนายกฯ ได้มอบหมายให้บีโอไอประสานงานกับบริษัทอย่างใกล้ชิด เพื่อศึกษาความเป็นไปได้และต่อยอดไปสู่การลงทุนในประเทศไทย

ขณะที่ การหารือกับ T&G Global บริษัทแสดงความสนใจในการหาฐานกระจายสินค้าเพื่อรองรับการขยายตลาดไปยังประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนและอินเดีย โดยนายกฯ กล่าวเสนอให้บริษัทพิจารณาประเทศไทยเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้า โดยไทยมีความได้เปรียบด้านที่ตั้งและระบบโลจิสติกส์ สามารถเชื่อมโยงการขนส่งทั้งทางบกและทางน้ำไปยังประเทศเพื่อนบ้าน อาเซียน และตลาดนอกภูมิภาค ประกอบกับไทยมีเครือข่ายความตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่สามารถสนับสนุนการขยายธุรกิจและการเข้าถึงตลาดต่างประเทศ

ประตูเชื่อมตลาดอาเซียนในภูมิภาค

ทั้งนี้นายกฯได้เชิญชวน T&G Global มองประเทศไทยในฐานะหุ้นส่วนด้านการเกษตร ไม่ใช่เพียงจุดกระจายสินค้าโดยไทยเป็นประเทศผู้ผลิตสินค้าเกษตรและอาหารที่สำคัญของโลก มีวัตถุดิบที่หลากหลาย รวมถึงองค์ความรู้และเทคโนโลยีการเกษตรที่มีศักยภาพ ขณะที่นิวซีแลนด์มีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างแบรนด์และการทำตลาดระดับโลก หากนำจุดแข็งของทั้งสองประเทศมาร่วมกัน จะสามารถเพิ่มมูลค่าให้สินค้าเกษตร สร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ และขยายตลาดไปพร้อมกัน

นายกฯยังกล่าวเสนอให้ต่อยอดความร่วมมือไปถึงการใช้ความแข็งแกร่งของ แบรนด์Envy และเครือข่ายตลาดระหว่างประเทศของ T&G Global สนับสนุนการเปิดตลาดให้ผลไม้คุณภาพของไทย โดยเฉพาะในภูมิภาคยุโรป ซึ่งเป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย คือ นิวซีแลนด์สามารถใช้ไทยเป็นประตูสู่ตลาดอาเซียนและอินเดีย ขณะที่ผลไม้ไทยจะมีโอกาสใช้เครือข่ายของพันธมิตรนิวซีแลนด์เข้าถึงตลาดใหม่ ๆ ในต่างประเทศ ทั้งนี้ มอบหมายให้บีโอไอติดตามผลการหารือกับทั้งสองบริษัทอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปลี่ยนความสนใจของภาคเอกชนให้ไปสู่โครงการลงทุนและความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม อันจะช่วยสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย และเสริมบทบาทประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางธุรกิจ การลงทุน และการเชื่อมโยงตลาดของภูมิภาค

นายกฯไม่กังวลพร้อมรับมือศึกซักฟอก

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ระหว่างภารกิจเยือนออสเตรเลีย ถึงกรณีที่พรรคฝ่ายค้านเตรียมจะยื่นญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า ไม่มีปัญหาสามารถชี้แจงได้ในทุกประเด็น คณะรัฐมนตรีในรัฐบาลทุกคนมีความพร้อมที่จะตอบข้อสงสัย และอธิบายให้ประชาชนรับทราบผ่านช่องทางของสภาฯรัฐบาลโปร่งใสในการดำเนินการทุกโครงการตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งทุกโครงการล้วนก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มเป็นการนำภาษีที่ได้จากการค้าขายของประชาชนมาเร่งพัฒนาต่อยอดสร้างโอกาสและสร้างรายได้กลับคืนสู่ประชาชนอย่างแท้จริง

ชี้ถ้าฮั้วสว.มีจริงน่ารังเกียจ-ย้ำรบ.ไม่เกี่ยว

ผู้สื่อข่าวถามว่าข้อครหาฮั้วสว.ที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรยืนยันจะนำมาอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วยทั้งที่รัฐบาลเคยชี้แจงมาตลอดว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นก่อนที่รัฐบาลชุดนี้จะเข้ามาบริหารประเทศ นายกฯกล่าวว่า ตนได้พูดชัดเจนไปแล้วว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับวุฒิสภา รัฐบาลกับวุฒิสภาถือเป็นคนละสถาบันกันวุฒิสภาอยู่ในฝ่ายนิติบัญญัติ เราไม่ก้าวก่ายหรือล่วงล้ำข้ามแดนอำนาจกันและกันอยู่แล้ว

พร้อมย้ำว่า เรื่องการใช้คำว่าฮั้วสว.มันเป็นเจตนารมณ์ของผู้ที่ต้องการจะกล่าวให้ร้ายกระบวนการนี้ ซึ่งตนก็เป็นคนหนึ่งที่ถือว่า ถ้ามีการฮั้วกันจริงก็เป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ แต่พวกตนไม่ได้เกี่ยวข้อง

ย้ำฝ่ายค้านซัดผลงานรมต.พร้อมตอบ

“รัฐบาลเข้ามาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชน ไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ และรัฐมนตรีแต่ละคนได้รับการพิจารณา ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง มีการถวายสัตย์ มีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาก่อนที่จะมาบริหารราชการแผ่นดิน ดังนั้นส่วนที่ตอบได้ก็ตอบ ส่วนที่ไม่รู้ไม่เห็นไม่เกี่ยว ก็ไม่รู้ว่าจะเอาอะไรไปตอบ แต่ยืนยันว่าเรื่อง ฮั้วสว.ไม่มีอะไรต้องความกังวลเพราะไม่ใช่เรื่องการทำงานของรัฐบาล หากฝ่ายค้านอภิปรายผลงานรมต.พร้อมตอบ”นายกฯ ย้ำ

นายอนุทิน กล่าวว่า หากฝ่ายค้านตั้งคำถามในเรื่องผลงาน รัฐมนตรีที่รับผิดชอบก็พร้อมลุกขึ้นตอบทันที เช่น หากเป็นเรื่องนโยบาย AI นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ก็จะเป็นผู้ตอบ หากเป็นเรื่องเงินกู้ พ.ร.บ.งบประมาณ หรือจีดีพีเศรษฐกิจ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง ก็พร้อมชี้แจง หรือหากมีความสงสัยเรื่องการเจรจาความมั่นคงและสนธิสัญญาต่างๆ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงที่เกี่ยวข้องก็พร้อมที่จะให้ความกระจ่างแก่พี่น้องประชาชนในทุกด้าน

ลงทะเบียนTH-AIPassporทะลุ1ล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.)ภายใต้สังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการลงทะเบียนรับสิทธิ์ เข้าร่วมโครงการ TH-AI Passport (ทีเอช-เอไอ พาสปอร์ต) ล่วงหน้า ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 ส.ค.2569เวลา 14.13 น. ยอดลงทะเบียนอยู่ที่ 1,000,140 รายแล้ว ทำให้ยังเหลือสิทธิ์อีกเกือบ 4 ล้านสิทธิ์ โดยประชาชนที่มีอายุ 15 ปี ขึ้นไป สามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ de.aipass.netเพื่อสมัคร ยืนยันตัวตน และสร้างบัญชีสำหรับเข้าใช้งาน AiPASSซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม AI ภายใต้โครงการ ก่อนเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 ส.ค. 2569

สำหรับโครงการนี้ สดช.ยืนยันว่าดำเนินงานด้วยระบบชำระค่าบริการตามจำนวนผู้ใช้งานจริง หรือ Pay Per Active Userโดยภาครัฐจะชำระค่าบริการเฉพาะผู้ใช้งานระดับ Innovator ที่มีการใช้งานจริงตามเงื่อนไขของโครงการในอัตรา 24.70บาท ต่อคน ต่อเดือน เพื่อให้การเบิกจ่ายงบประมาณสอดคล้องกับการใช้งานและประโยชน์ที่ประชาชนได้รับอย่างสูงสุดตั้งเป้ารองรับประชาชนสูงสุด 5ล้านคน ครอบคลุมนักเรียน นักศึกษา บุคลากรภาครัฐ ประชาชนทั่วไป และผู้ประกอบการโดยมุ่งเปิดโอกาสให้ผู้เริ่มต้นและผู้ที่ยังไม่มีประสบการณ์ด้าน AI สามารถเข้าถึงเครื่องมือ ทดลองใช้งาน และพัฒนาทักษะได้อย่างเป็นลำดับ แม้ไม่มีพื้นฐานด้านเทคโนโลยีมาก่อน

ป.ป.ช.ยังลุยสอบTH-AI Passport

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายสุรพงษ์อินทรถาวร เลขาธิการป.ป.ช.เปิดเผยความคืบหน้ากรณีนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยภักดี ยื่นเรื่องต่อป.ป.ช.ขอให้ตรวจสอบนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)เกี่ยวกับโครงการTH-AI Passportว่ามีการเอื้อประโยชน์และล็อกสเปกให้บริษัทเอกชนหรือไม่ว่าขณะนี้เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

ไม่ต้องกังวล-เฝ้าระวังทุจริตอยู่แล้ว

เมื่อถามว่าโครงการนี้จะเริ่มในวันที่31ส.ค.นี้แล้วทางป.ป.ช.จะต้องมีการเฝ้าระวังการทุจริตหรือไม่ นายสุรพงษ์กล่าวว่ามาตรการทางคดีและมาตรการเฝ้าระวัง ทาง ป.ป.ช.ดำเนินการควบคู่กันอยู่แล้ว ทั้งการทำงานเชิงรุกและเชิงรับทั้งในแง่ของการเฝ้าระวังและการบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงงานด้านการป้องกันการทุจริต ซึ่งมีนักสืบสวนเฝ้าระวังในพื้นที่อยู่แล้ว

เมื่อถามว่าขณะนี้ยังมีข้อสงสัยจากประชา ชน แต่ ป.ป.ช.มองว่าโครงการดังกล่าว ยังสามารถดำเนินการต่อได้หรือไม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า การดำเนินโครงการเป็นหน้าที่ของภาครัฐ ส่วน ป.ป.ช.มีหน้าที่ในการตรวจสอบ ขณะเดียวกัน ป.ป.ช.ยังมีมาตรการเชิงรุกที่สามารถตรวจจับหรือสแกน เพื่อลดข้อร้องเรียนการทุจริต ดังนั้นไม่ต้องเป็นห่วง

DSIเรียกสส.ส้มแจงถือหุ้นเอกชน31ส.ค.

จากกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ยอมรับว่า คณะพนักงานสืบสวน กองคดีความมั่นคง อยู่ระหว่างเตรียมออกหมายเรียกพยานแก่ นายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน มาสอบสวนปากคำชี้แจงข้อเท็จจริง เนื่องจากพบความเกี่ยวข้องเส้นทางการเงินในบริษัทนิติบุคคล ซึ่งถูกอ้างว่าเป็นนอมินีเกี่ยวข้องกับการจัดตั้งสำนักงานกฎหมาย โดยมีลักษณะเข้าไปถือหุ้นและเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัทแห่งหนึ่งยังพบอีกว่าได้มีการไปจดทะเบียนมากกว่า 30 บริษัท อีกทั้ง 30 บริษัทเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ได้ประกอบธุรกิจจริง แต่ทำหน้าที่เพียงถือครองที่ดิน หรืออาคารชุดร่วมกับชาวต่างชาติ

รายงานยังระบุด้วยว่า สส.สมชาติ มีการถือหุ้น 99.99% ในบริษัทที่ไม่มีการประกอบธุรกิจจริง แต่กลับมีลักษณะมุ่งเน้นการถือครองอสังหาริมทรัพย์มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท โดยถือครองที่ดินและอาคารชุดร่วมกับชาวต่างชาติ จึงกลายเป็นข้อสงสัยแหล่งที่มาของเงินทุน เกี่ยวโยงกับนิติบุคคลไทย รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินหรืออาคารชุด และมีการไปทำสัญญาเช่าที่ผิดปกติ อย่างไรก็ตาม พฤติการณ์ดังกล่าว ยังไม่เข้าข่ายมีองค์ประกอบความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 แต่อาจเข้าข่ายมีองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน โดยเฉพาะกรณีการเป็นนอมินี

รายงานข่าวจากดีเอสไอ เปิดเผยว่า การตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ปรากฏพยานหลักฐานในชั้นการสืบสวน พบว่านายสมชาติ ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการเป็นกรรมการถือหุ้นในบริษัทเอกชนที่ถือครองอสังหาริมทรัพย์และห้องชุดในจ.ภูเก็ต ร่วมกับชาวต่างชาติ ซึ่งกองคดีความมั่นคง อยู่ระหว่างสืบสวนล่าสุด ได้ออกหมายเรียกแก่นายสมชาติ ให้เข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงในฐานะพยานกับคณะพนักงานสืบสวน กองคดีความมั่นคง ในวันที่ 31 ส.ค.นี้ ยืนยันว่าคดีดังกล่าวยังเป็นเพียงเรื่องสืบสวน ยังไม่ได้มีการรับเป็นคดีพิเศษ และยังไม่ได้กล่าวหาดำเนินคดีกับบุคคลใดทั้งสิ้น เพราะจำเป็นจะต้องสอบสวนปากคำพยาน และรวบรวมพยานหลักฐานให้ปรากฏข้อเท็จจริงให้เรียบร้อยก่อน

‘สมชาติ’บริสุทธิ์ใจโร่พบDSI

ขณะที่นายสมชาติ เดชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต เขต1 พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นกรรมการถือหุ้นในบริษัทเอกชนที่ถือครองอสังหาริมทรัพย์และห้องชุดใน จ.ภูเก็ต ร่วมกับชาวต่างชาติว่าจากกรณีที่มีสื่อมวลชนบางสำนักกล่าวหาตนอย่างรุนแรงว่าตนเป็นนอมินีให้กับคนต่างด้าว วันนี้(20ส.ค.)ตนจะเดินทางไปพบกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อแสดงตนด้วยความบริสุทธิ์ใจ พร้อมให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์ รวมถึงแจ้งความประสงค์ยินดีที่จะให้ความร่วมมือในการตรวจสอบกรณีดังกล่าวจนสิ้นกระแสความอย่างเต็มที่ พร้อมมาทุกนัด เพราะถึงไม่นัด ตนก็มา

ลั่นไม่ได้เป็นนอมินีให้ต่างชาติ

นายสมชายระบุว่า ทั้งนี้ ตนขอยืนยันอย่างหนักแน่นว่าไม่ได้กระทำการอันใดตามที่ถูกกล่าวหาทั้งสิ้น ตนเป็นเพียงนักธุรกิจที่ดำเนินธุรกิจหลากหลายประเภท โดยหนึ่งในธุรกิจที่ตนได้มีการลงทุนและเป็นที่มาของข้อกล่าวหาอันเกินเลยไปจากข้อเท็จจริงนี้ ได้แก่ ธุรกิจอันเกี่ยวเนื่องกับการลงทุนและให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ผมขอยืนยันว่าในการดำเนินธุรกิจของผมไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวตารางมิลลิเมตรเดียวของแผ่นดินไทยที่ตกไปอยู่ในมือของคนต่างด้าวหรือจะถูกชาวต่างชาติใดๆฉกฉวยไปจากมือของคนไทยและผมจะไม่มีวันดำเนินการใดๆให้เกิดผลเช่นนั้นเป็นอันขาด

เตือนเกมการเมืองอย่าล้ำเส้น

“ผมขอฝากทิ้งไว้ในส่วนท้ายว่า การเล่นการเมืองจนเกินขอบเขตไม่ว่าจะสีใดก็ตาม หากก้าวล้ำเกินไปกว่าขอบเขตที่กฎหมายกำหนดและล้วงล้ำเข้ามาในเขตแดนแห่งสิทธิและเสรีภาพอันชอบธรรมของปัจเจกชนเช่นผม ผมจะยืนหยัดสู้อย่างเต็มที่ด้วยกรอบและกระบวนวิธีทางกฎหมายอย่างถึงที่สุด เพราะหากแม้แต่จะปกป้องสิทธิของตนเองยังไม่ได้ คงมิกล้าที่จะอาสาเป็นผู้แทนของประชาชนและต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิและอำนาจอันสูงสุดของประชาชนต่ออำนาจมืดนอกกระดานใดๆ”นายสมชาติ ย้ำทิ้งท้าย

นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์อนุทิน ชาญวีรกูล

Leave a comment