เจาะลึก TH-AI Passport ‘อรรถวิชช์’ กาง TOR ยันไร้ฮั้วประมูล ข้อมูลคนไทยปลอดภัย

21 สิงหาคม 2569 เวลา 08:12 น.

หลังจากมีการเปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้าสำหรับโครงการ TH-AI Passport เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 แต่ก็ยังมีการตั้งข้อสังเกตถึงความโปร่งใสในโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) โดยเฉพาะประเด็นความสุ่มเสี่ยงที่ข้อมูลส่วนบุคคลของคนไทยอาจรั่วไหลไปยังต่างประเทศและอาจขัดต่อ TOR ล่าสุด นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ THE STANDARD NOW เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 เพื่อเจาะลึกรายละเอียดสัญญาและไขข้อข้องใจในประเด็นดังกล่าว พร้อมระบุว่ารัฐบาลมีการปรับแก้เงื่อนไขเพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติแล้ว และเสนอให้เดินหน้าโครงการต่อเพื่อยกระดับประเทศสู่เศรษฐกิจยุคใหม่

ชี้เอกชนเสี่ยงขาดทุน ย้ำรัฐปรับ TOR ตามข้อท้วงติงแล้ว

นายอรรถวิชช์ ระบุว่าบริษัทเอกชนที่ประมูลงานนี้ไปมีความเสี่ยงขาดทุนสูง เนื่องจากสัญญาผูกติดกับจำนวนผู้ใช้งานจริง หากยอดไม่ถึงเป้าหมาย 5 ล้านคนตามที่กำหนดไว้ก็อาจประสบปัญหาได้ ส่วนข้อกังวลจากฝ่ายค้านและสังคมถือเป็นเรื่องสมเหตุสมผล เพราะเป็นโครงการเทคโนโลยีระดับชาติที่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก

อย่างไรก็ตาม ถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ รับฟังข้อท้วงติงและนำมาปรับปรุงเงื่อนไขให้รัดกุมขึ้น พร้อมยืนยันว่าจากการตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียด “ไม่พบการกระทำที่ผิดเงื่อนไข TOR” แต่อย่างใด

ปมฮั้วประมูล เกิดจากการตีความ TOR ไม่ครบถ้วน

สำหรับข้อครหาเรื่องการล็อกสเปก นายอรรถวิชช์ ชี้แจงว่าปัญหาเกิดจากการอ่าน TOR ไม่ครบถ้วน ยกตัวอย่างเช่น การผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ที่ระบุให้ทำ “แอนิเมชัน” ความยาว 15 วินาที จำนวน 10 ครั้งต่อเดือน เพื่อนำไปแสดงตามจุดต่างๆ ด้วยราคากลาง 900,000 บาท ซึ่งในงบประมาณระดับนี้ บริษัทโปรดักชันทั่วไปก็สามารถดำเนินการได้ จึงไม่ใช่การล็อกสเปกให้บริษัทป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ตามที่มีการวิพากษ์วิจารณ์

แยกชัดเจน “ข้อมูลส่วนบุคคล” อยู่ไทย ส่งออกเฉพาะ “คำสั่งประมวลผล”

ในประเด็นความปลอดภัยของข้อมูล TOR ข้อ 2.2 ระบุชัดเจนว่าต้องแยกการประมวลผลออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่

  • ข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data) เช่น อายุ การศึกษา หรือพฤติกรรมการใช้งาน จะถูกจัดเก็บและประมวลผลในประเทศไทย 100% เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการพัฒนาศักยภาพด้าน AI ของไทย
  • ข้อมูลคำถาม (Prompt) ส่วนนี้จำเป็นต้องถูกส่งไปประมวลผลที่เซิร์ฟเวอร์ของผู้พัฒนา AI ในต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นกลไกการทำงานพื้นฐานของระบบ AI ทั่วโลกที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

ล็อกสเปกข้อ 7 ห้ามต่างชาติใช้ข้อมูลคนไทยฝึก AI (Model Training)

เพื่อป้องกันการนำข้อมูลคนไทยไปใช้ประโยชน์ สัญญาในข้อ 7 (Terms and Condition) ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า “ไม่อนุญาตให้นำข้อมูลไปใช้ฝึกฝนโมเดล (Model Training)” ดังนั้น บริษัทเอกชนไทยที่เป็นผู้รับเหมาจะต้องเจรจากับผู้ให้บริการ AI ต้นสังกัดทั้ง 14 บริษัท (30 โมเดล) ให้ยอมรับเงื่อนไขนี้ หากบริษัทใดไม่ตกลงก็จะไม่สามารถนำโมเดลเข้ามาให้บริการได้ จึงเป็นการรับประกันว่าข้อมูลคนไทยจะไม่ถูกนำไปใช้เทรน AI ของต่างชาติ

ปรับแผนจ่ายตามจริง 24.70 บาทต่อหัว ช่วยรัฐเซฟงบประมาณ

นายอรรถวิชช์ เปิดเผยว่า เดิมโครงการนี้ตั้งงบประมาณเหมาจ่ายไว้ที่ 1,600 ล้านบาท สำหรับเป้าหมาย 5 ล้านคน ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่งบจะสูญเปล่า แต่ปัจจุบันได้มีการปรับแก้สัญญาใหม่เป็น การจ่ายเงินตามจำนวน “ผู้ใช้งานจริง (Active User)” ที่ผ่านเกณฑ์การเรียนรู้ ในอัตรา 24.70 บาทต่อคนต่อเดือนเท่านั้น

หมายความว่า รัฐจะจ่ายเงินก็ต่อเมื่อผู้ใช้งานเริ่มต้นการเรียนรู้จริง หากมีผู้ลงทะเบียน 1 ล้านคน รัฐก็จะจ่ายเพียง 24.7 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการบริหารจัดการงบประมาณแผ่นดินที่คุ้มค่าและรัดกุมมากยิ่งขึ้น

เตือนอย่าชะลอโครงการ เสี่ยงกระทบสัญญาผู้ให้บริการต่างชาติ

แม้จะมีการปรับปรุงสัญญาให้ดีขึ้น แต่สิ่งที่ต้องระวังคือเรื่อง “ระยะเวลา” นายอรรถวิชช์ เตือนว่าไม่ควรชะลอโครงการ เนื่องจากบริษัทผู้รับเหมาได้ซื้อสิทธิ์การใช้งาน (License) จากค่าย AI ต่างชาติมาแบบมีกำหนด 1 ปี ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนสิงหาคมปีหน้า หากโครงการล่าช้าออกไป สิทธิ์ที่ซื้อมาจะสูญเปล่า และอาจกระทบต่อกรอบเวลาการส่งมอบงานให้กระทรวงดิจิทัลฯ ในช่วงเดือนกันยายน

ชื่นชมมิติใหม่การเมือง ตรวจสอบเพื่อเดินหน้าสู่อนาคต

ในช่วงท้าย นายอรรถวิชช์ ได้ชื่นชมบรรยากาศการเมืองที่ฝ่ายค้านทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเข้มแข็ง และรัฐบาลพร้อมรับฟังเพื่อปรับแก้ไขโดยที่ยังไม่มีความเสียหายต่อเงินแผ่นดิน พร้อมย้ำว่าในยุคดิจิทัล ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยไซเบอร์เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เสมอ รัฐจึงควรให้ความสำคัญกับการสร้างระบบป้องกันและตอบสนองต่อปัญหาที่รวดเร็ว มากกว่าการปฏิเสธเทคโนโลยี

“และโครงการเนี้ย ผมคิดว่ายิ่งเปิดเผยมาก ไม่ว่าจะวิจารณ์เชิงบวกเชิงลบ ส่งผลต่อยอดการเรียนรู้ ผมอยากให้ยอดเรียนรู้มันเยอะ ผมไม่ลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือใดๆ แต่ AiPassth วันแรกผมลงอันนี้ เพราะผมอยากรู้ว่ามันจะช่วยให้ผมเข้าใจเรื่องต่างๆ เหล่านี้ หรือพัฒนาตัวเองได้ไงบ้าง ผมอยากเห็นเราก้าวข้ามไปเศรษฐกิจยุคใหม่ แล้วเราไม่จำเป็นต้องทะเลาะกันอ่ะ คือเราพูดกันด้วยเหตุและผลแล้วปรับกันไป” กล่าวทิ้งทาย

AiPASSTH-AI Passportอรรถวิชช์

Leave a comment