ผบ.ทบ.ขันน็อต‘การข่าว’หลังป่วนใต้กว่า 50 จุด ด้าน โฆษก ทบ. ยันข่าวกรองไม่ได้ล้มเหลว

24 สิงหาคม 2569 เวลา 13:58 น.

“ผบ.ทบ.” สั่งปรับปรุงงานด้านการข่าว หลังป่วนใต้กว่า 50 จุด ด้าน “โฆษก ทบ.“ ยันข่าวกรองไม่ได้ล้มเหลว แค่ต้องเพิ่มประสิทธิภาพ เหตุไม่ได้ก่อเหตุในพื้นที่ชุมชุน-เพ่งเล็ง เชื่อเป็นปฏิบัติการหวังผลทางจิตวิทยาให้สังคมกดดันเจ้าหน้าที่ เข้าทางผู้ก่อเหตุ ปัดข่าวเฮลิคอปเตอร์ยิงประชาชน ชี้หลักยุทธวิธีทำไม่ได้ในเวลากลางคืน ชี้ที่ผ่านมามีการปั่นข่าวมาโดยตลอด เผยทุกเหตุการณ์ ส่วนใหญ่เกี่ยวข้อง BRN

วันที่ 24 สิหาคม 2569 เวลา 12.10 น.ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.ร.ต. สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม และพล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงข่าวร่วมกัน ภายหลังที่ พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมที่กองบัญชาการกองทัพบก ถึงกรณีเกิดเหตุความสงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ติดตามสถานการณ์ภาคใต้มาโดยตลอด พร้อมกำชับให้สืบสวนข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ที่บิดเบือน โดยได้กำชับให้รีบออกมาแก้ไข เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ เช่นการกล่าวหาการปฏิบัติการของกองทัพ ที่อ้างว่า มีการใช้อาวุธบนเฮลิคอปเตอร์ยิงประชาชน ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงแล้ว โดยกระทรวงกลาโหมจะทำหน้าที่สนับสนุนกองทัพภาคต่าง ๆ

พล.ต. วินธัย กล่าวเสริมว่า พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการบิดเบือนข่าวสารมาโดยตลอด หรือที่เรียกว่าการปั่นข่าว เพื่อให้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของเจ้าหน้าที่ ซึ่งในช่วงหลังกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ได้ปรับวิธีการสื่อสาร ซึ่งกรณีเหตุการณ์การก่อเหตุกว่า 51 จุด ในเวลาไล่เลี่ยกัน ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวพร้อมกันในหลายพื้นที่ และไม่ได้มีความรุนแรง หรือเป้าประสงค์ต่อชีวิตประชาชน แต่เป็นการปฏิบัติ เพื่อหวังผลทางจิตวิทยา โดยใช้การสื่อสาร ซึ่งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีการสู้รบ ในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย และข่าวสาร ซึ่งยอมรับว่า ในช่วงเกิดเหตุค่อนข้างวุ่นวาย และมีความเคลื่อนไหวของคนจำนวนมาก ในขณะที่เจ้าหน้าที่ก็มีอยู่ส่วนหนึ่ง อีกส่วนก็ลงพื้นที่ไปแก้ไขสถานการณ์ ดังนั้นความเห็นที่ไม่ตรงกันอาจเกิดขึ้นได้ และส่วนใหญ่เป็นการให้ข้อมูลโดยไม่ได้ตรวจสอบ เช่น การพูดของระดับฝ่ายการเมือง

พล.ต. วินธัย ยังย้ำว่า เฮลิคอปเตอร์ไม่ได้ถูกออกแบบ มาใช้กับเป้าหมายที่มีลักษณะเช่นนั้น เนื่องจากมีการเคลื่อนที่เร็ว และเป็นช่วงเวลากลางคืน ซึ่งทัศนวิสัยการมองเห็นเป็นไปไม่ได้ หากเห็นตามภาพยนตร์ ก็จะมีการใช้เฮลิคอปเตอร์ในลักษณะกับเป้าหมายเป็นกลุ่มมากกว่า เช่น การคุ้มกัน ซึ่งตามหลักยุทธวิธีไม่ใช่อยู่แล้ว

นอกจากนี้การใช้กำลังพลของกองทัพบก ในการสนับสนุนภารกิจของ กอ.รมน. อยู่ในกรอบ และกติกาทุกอย่าง และเป็นสากล ซึ่งการใช้อาวุธเป็นไปได้ยาก ยกเว้นมีการใช้อาวุธต่อเจ้าหน้าที่ ส่วนการติดตามผู้ก่อเหตุนั้น อยู่ระหว่างการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ และมีความคืบหน้าพอสมควร

ส่วนที่มีการมองกันว่า การก่อเหตุคืนเดียว กว่า 51 จุด เจ้าหน้าที่หายไปไหนหมด พล.ต. วินธัย กล่าวว่า หากเปรียบเทียบพื้นที่กับจำนวนเจ้าหน้าที่ แล้วนำมาหารเฉลี่ย ก็ไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นหลักทั่วไปของ กอ.รมน. ต้องใช้ควบคู่กับงานด้านการข่าว และงานด้านการข่าวปัจจุบันก็ยังสามารถทำได้ แต่ต้องเพิ่มประสิทธิภาพ เพราะการก่อเหตุส่วนใหญ่ไม่ใช่พื้นที่ชุมชน และส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่พื้นที่เพ่งเล็งสูง ต้องดูว่า แผนทางยุทธวิธีของเจ้าหน้าที่ทหาร, ตำรวจ และฝ่ายปกครองได้กำหนดพื้นที่ไว้อย่างไร ซึ่งจะมีความเข้มข้นในการดูแลแตกต่างกัน แต่เหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวมีแนวโน้มก่อกวนมากกว่า โดยการเน้นให้มีจำนวนการก่อเหตุให้มาก เพื่อนำสิ่งที่เกิดขึ้นในการเป็นขวัญ และกำลังใจของวัยรุ่น ไม่ได้มุ่งเน้นเรื่องชีวิต เพราะเป็นลักษณะการเผาทำลายทรัพย์สิน เพื่อต้องการให้มีสัญลักษณ์เหล่านี้เกิดขึ้น และการก่อเหตุดังกล่าวก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำได้ด้วยจำนวนพื้นที่ที่เยอะมาก และเรื่องพื้นที่ที่ไม่มีความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ อีกทั้งยังไม่ใช่พื้นที่ที่ถูกเพ่งเล็ง เช่น การทำลายเสาไฟฟ้า ซึ่งมีเป็นแสนต้น

พล.ต. วินธัย ยังระบุถึงข้อกังขาการข่าวในพื้นที่มีปัญหาว่า การข่าวมีหลายระดับ ตั้งแต่ระดับพื้นที่ และการข่าวในระบบ ซึ่งการก่อเหตุในลักษณะอย่างนี้ ก็อาจจะเป็นไปได้ว่า จะต้องเพิ่มการข่าว ในระดับเหตุการณ์เล็ก ๆ ซึ่งการทำงานของหน่วยข่าวมีลักษณะสอดประสานกัน ข้อมูลทางด้านการข่าวถือว่า มีประโยชน์ ซึ่งปัจจุบันเรียกว่า ประชาคมข่าว เพราะจะเห็นการบูรณาการทางด้านการข่าวมากที่สุด และเชื่อว่า ไม่น่าจะใช่ระบบการข่าวสั่นคลอน ซึ่งเรียกว่า แยกกันทำ แต่รวมกันคิด

พล.ต. วินธัย กล่าวอีกว่า ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า การข่าวยังไม่แม่นนั้น หากพิจารณาเขาต้องการที่จะก่อเหตุทุกวัน แต่อาจทำได้แค่วันเดียว หรืออาจจะเกิดจากความไม่พร้อม ซึ่งก็ยังมองยาก แต่โดยลักษณะการปฏิบัติที่เกิดขึ้นยอมรับว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะรู้ได้ทั้งหมดจากงานทางด้านการข่าว ซึ่งในแต่ละจังหวัดมีหลายพื้นที่ และในแต่ละพื้นที่ก็มีหลายอำเภอ ซึ่งมีจำนวนมาก แต่จังหวัดนราธิวาส ถือเป็นจังหวัดที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากที่สุด พร้อมยอมรับว่า เจ้าหน้าที่มีไม่พอเพียง โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน

พล.ต. วินธัย ยืนยันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นเจ้าหน้าที่รัฐ และขอยืนยันว่า งานด้านการข่าวไม่ได้ล้มเหลว ซึ่งความพยายามของผู้ก่อเหตุมีค่อนข้างสูง เพราะรู้ว่า คำถามเหล่านี้จะย้อนกลับไปที่เจ้าหน้าที่รัฐ ทำให้สังคมกดดันเจ้าหน้าที่รัฐ ส่งผลให้แนวทางการแก้ไขปัญหาเข้าทางฝ่าย แต่สถานการณ์ในภาพรวมจากสถิติยังดีอยู่ การสูญเสียชีวิตทรัพย์สิน หากเทียบกับอดีต ถือว่า มีการพัฒนาที่ดีขึ้น

ในขณะที่ พล.อ. พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้มีการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์โดยตลอด และได้เน้นย้ำในเรื่องงานด้านการข่าว ให้มีการปรับปรุงเพิ่มขีดความสามารถให้มากขึ้น และเพิ่มมาตรการการคุ้มครองความปลอดภัย

พล.ต. วินธัย กล่าวอีกว่า เหตุการณ์ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ส่วนใหญ่มีความเกี่ยวข้องกับขบวนการ BRN

ด้าน พล.ร.ต. สุรสันต์ กล่าวเสริมว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีการประสานการทำงานของกลุ่มผู้ก่อเหตุ ที่ทำให้เกิดการสอดรับพร้อม ๆ กัน และมีในเรื่องของวัตถุประสงค์ซ่อนเร้น โดยไม่มุ่งเอาชีวิตประชาชน แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า วัตถุประสงค์คืออะไร แต่การทำงานเป็นขบวนการ และต้องสาวให้ลึกว่า สาเหตุหลักในการก่อเหตุต้องการอะไร

3จังหวัดชายแดนใต้ข่าวกรองชายแดนใต้

Leave a comment