24 สิงหาคม 2569 เวลา 11:13 น.

“ผอ. ข่าวกรอง” ประเมิน 3 ปัจจัยเหตุป่วนใต้ “ใกล้เวลาตั้งโต๊ะเจรจา-สับเปลี่ยนกำลัง-ได้จังหวะพอดี” เล็ง ประสานมาเลเซีย คุมเข้มชายแดนเชื่อ จนท. รู้ตัวผู้ก่อเหตุ แต่บอกไม่ได้ เหตุเป็นเรื่องความมั่นคง
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 สิงหาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ และหัวหน้าการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวถึงสาเหตุการก่อเหตุการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลายจุดว่า จากการประเมินมี 3 สาเหตุหลักคือ
1. การพูดคุยสันติสุขกำลังจะเดินหน้า คาดว่า เป็นช่วงปลายเดือน ต. ค. ฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นการสร้างอำนาจเพื่อต่อรองในโต๊ะเจรจา ถ้าเรารีบวิ่งไปเจรจาจะเสียเปรียบ และรีบยอมรับข้อเสนอของเขาเพื่อส่งผลให้เราเสีย
ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่เราจะต้องวางแผนต่อไปว่า จะต้องเตรียมการพูดคุยอย่างไร
2. ขณะนี้เป็นช่วงใกล้สับเปลี่ยนกำลังของทหาร เขาอาจจะมองเป็นช่องว่าง เพื่อประเมินท่าทีของเจ้าหน้าที่ว่า มีจุดแข็งหรือจุดอ่อนอย่างไร และการก่อเหตุลักษณะนี้เป็นลักษณะการก่อกวน อย่างเช่น ในพื้นที่ จ. ยะลา และมีหลากหลายมิติในการก่อเหตุ นอกจากนี้ ยังมีการก่อเหตุเชิงสัญลักษณ์ เห็นได้จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเป็นเป้ามากกว่า เห็นได้จากการเผาสถานที่และรถของทางราชการ ซึ่งเป็นเรื่องที่หน่วยข่าวจะต้องมาประเมิน และมาชี้ให้เห็นว่า มีปัจจัยอะไรบ้าง และ
3. ขณะนี้อยู่ในช่วงฤดูฝน ของที่เตรียมอาจจะเสียหาย ซึ่งช่วงนี้ได้จังหวะพอดี ซึ่งมีคำถามเสมอว่า ทำไมรัฐไม่รู้ว่า มีผู้ก่อเหตุเยอะกันขนาดนี้ ตนอยากจะบอกว่า บางครั้งพวกเขาไม่ต้องบอกกันล่วงหน้า แต่เมื่อเกิดเหตุจะรู้กันโดยทันที ไม่ใช่หมายความว่า วางแผนตรงนี้เวลานี้ต้องมาพร้อมกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นไปตามที่ฝ่ายทหารอ้าง หรือว่า เกิดจากการเสียผลประโยชน์จากที่รัฐบาลปราบสิ่งผิดกฎหมาย นายฐนัตถ์ กล่าวว่า ก็มีส่วน อย่างเช่นในพื้นที่ จ. ยะลาเป็นเหตุก่อกวนส่วนใหญ่ และในพื้นที่ไม่มีเหตุการณ์การจับสิ่งกฎหมาย แต่ในพื้นที่ จ. นราธิวาสมีการจับสิ่งผิดกฎหมาย เช่น การจับยาบ้าจำนวนมาก รวมถึงใน จ. ปัตตานี ฉะนั้น จึงต้องมาจำแนกแยกว่า เป็นกลุ่มของใครและเชื่อมโยงไปกลุ่มใด พื้นที่ไหน หากนำมาจัดหมวดหมู่จะเห็นภาพ แต่ถ้าถามระบุให้ชัดตอนนี้ว่า เป็นกลุ่มใด ขณะนี้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่กำลังรวบรวมหลักฐานอยู่ ยังไม่สามารถตอบได้ชัดเจน
เมื่อถามย้ำว่า รู้ตัวผู้ก่อเหตุในพื้นที่หรือไม่ นายฐนัตถ์ กล่าวว่า เขารู้กันแหละ แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากเป็นเรื่องความมั่นคง เช่น หากเป็นเรื่องอาชญากรรมจะรู้ว่า ซุ้มมือปืนไหนเป็นผู้ก่อเหตุ เพราะจะรู้กันว่า แต่ละกลุ่มจะมีวิธีการปฏิบัติการแบบไหน จะเป็นซิกเนเจอร์ซึ่งรู้กัน เมื่อถามอีกว่า การข่าวในพื้นที่ไม่ทราบเรื่องหรือ นายฐนัตถ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่และแม่ทัพภาคที่ 4 ที่เป็นเจ้าภาพหลักในการให้ข่าว
เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะมีมาตรการรับมืออย่างไร เมื่อเกิดสถานการณ์ถี่ขึ้น นายฐนัตถ์ กล่าวว่า มองได้ 2 อย่าง ซึ่งทหารจะต้องมีการจัดเตรียมกำลังกันใหม่และจะต้องออกแนวทางแก้ปัญหาใหม่หรือไม่ รวมถึงนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่โต๊ะการพูดคุยและประเมินกันอีกที เช่น ควรจะมีพื้นที่ปลอดภัยหรือไม่ และคณะผู้แทนพิเศษจะต้องมีการคุยกับทหารในพื้นที่ว่า จะดำเนินการกันอย่างไร
เมื่อถามว่า จะต้องให้ทางการมาเลเซียช่วยอะไรหรือไม่ นายฐนัตถ์ กล่าวว่า มาเลเซียเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการพูดคุยอยู่แล้ว แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะต้องมีความร่วมมือจากมาเลเซียในการควบคุมดูแลชายแดนด้วย เพื่อไม่ให้ผู้ก่อเหตุข้ามไปข้ามมา และช่วงนี้อาจจะต้องขอความเข้มข้นในเรื่องการเฝ้าระวังตามแนวชายแดนด้วย