อินโดนีเซียรวบ 72 ผู้ต้องสงสัย จุดไฟป่า-เผาที่ดิน ต้นเหตุหมอกควันพิษกระทบ ปชช. 3 ล้าน

อินโดนีเซียรวบ 72 ผู้ต้องสงสัย จุดไฟป่า-เผาที่ดิน ต้นเหตุหมอกควันพิษกระทบ ปชช. 3 ล้าน

24 ส.ค. 2569 12:02 น.

อินโดนีเซียรวบ 72 ผู้ต้องสงสัย จุดไฟป่า-เผาที่ดิน ต้นเหตุหมอกควันพิษกระทบ ปชช. 3 ล้าน

ตำรวจอินโดนีเซียจับกุมผู้ต้องสงสัย 72 คน เชื่อมโยงเหตุไฟป่าและไฟไหม้พื้นที่หลายสิบคดีในเกาะบอร์เนียวและสุมาตรา ขณะที่หมอกควันพิษปกคลุมหลายพื้นที่ของอินโดนีเซียและลอยข้ามไปยังมาเลเซีย ทางการเตือนประชาชนราว 3 ล้านคนได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 และเร่งดำเนินมาตรการควบคุมไฟอย่างเต็มกำลัง

ตำรวจอินโดนีเซียจับกุมผู้ต้องสงสัย 72 คน ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการจุดไฟเผาป่าและพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมในหลายพื้นที่ของประเทศ หลังไฟป่ารุนแรงในภาคกลางและตะวันตกทำให้เกิดหมอกควันพิษปกคลุมเป็นบริเวณกว้าง และลอยข้ามพรมแดนไปยังมาเลเซีย

โมฮัมหมัด อีร์ฮัมมี ผู้อำนวยการฝ่ายคดีอาชญากรรมพิเศษ สำนักงานสืบสวนอาชญากรรมแห่งชาติอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า ผู้ต้องสงสัยถูกดำเนินคดีจากการสอบสวนเหตุไฟป่าและไฟไหม้พื้นที่รวม 89 คดี ใน 9 จังหวัดบนเกาะบอร์เนียวและเกาะสุมาตรา โดยส่วนใหญ่ถูกกล่าวหาว่าจงใจเผาพื้นที่เพื่อเตรียมที่ดินสำหรับทำการเกษตรหรือปลูกพืชเศรษฐกิจในต้นทุนที่ต่ำลง

ตำรวจระบุว่า การสอบสวนยังไม่สิ้นสุด และกำลังตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่อหาว่ามีบริษัทหรือกลุ่มทุนอยู่เบื้องหลังการเผาพื้นที่หรือไม่ โดยยืนยันว่าจะไม่ดำเนินคดีเฉพาะผู้ลงมือในพื้นที่ แต่จะติดตามไปถึงผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ ผู้สั่งการ และผู้สนับสนุนทางการเงิน หากพบหลักฐานเพียงพอ ผู้กระทำผิดอาจถูกปรับเป็นเงินจำนวนมากหรือจำคุกสูงสุด 15 ปี

ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ผู้นำอินโดนีเซีย เดินทางลงพื้นที่จังหวัดกาลีมันตันกลางเมื่อวันเสาร์ (22 ส.ค.) หลังพบพื้นที่ถูกไฟไหม้แล้วราว 47,500 ไร่ พร้อมสั่งระดมทรัพยากรของรัฐบาล ทั้งเฮลิคอปเตอร์และเครื่องสูบน้ำ เพื่อควบคุมสถานการณ์ และยืนยันว่าจะดำเนินการกับบริษัทที่พบว่ามีส่วนทำให้เกิดไฟป่า

ทางการระบุว่า มีบริษัทอย่างน้อย 4 แห่งในจังหวัดกาลีมันตันตะวันตกอยู่ระหว่างการสอบสวนกรณีต้องสงสัยใช้ไฟในการเปิดพื้นที่ หากพบว่าจงใจจุดไฟ บริษัทเหล่านี้อาจถูกลงโทษ รวมถึงการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการ

สถานการณ์ไฟป่ารุนแรงขึ้นจากภาวะแห้งแล้งและอิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนีโญ โดยเฉพาะพื้นที่ป่าพรุ ซึ่งไฟอาจยังคุกรุ่นอยู่ใต้ผิวดินแม้ดูเหมือนดับแล้ว ทำให้ต้องอาศัยฝนในปริมาณเพียงพอเพื่อเพิ่มความชื้นในพื้นที่พรุและดับไฟอย่างสมบูรณ์

กระทรวงสิ่งแวดล้อมอินโดนีเซียตรวจพบจุดความร้อนมากกว่า 3,700 จุดบนเกาะบอร์เนียวเมื่อวันอาทิตย์ ขณะที่เกาะสุมาตราตอนใต้พบจุดความร้อนมากกว่า 1,700 จุด ส่งผลให้หมอกควันหนาทึบปกคลุมหลายพื้นที่ และบางจุดมีทัศนวิสัยลดลงเหลือเพียง 10 เมตร

รัฐบาลอินโดนีเซียยังดำเนินปฏิบัติการทำฝนเทียม พร้อมส่งเฮลิคอปเตอร์ 30 ลำขึ้นปฏิบัติภารกิจทิ้งน้ำและลาดตระเวนทางอากาศเหนือกาลีมันตัน และอีก 22 ลำปฏิบัติการในพื้นที่เกาะสุมาตรา

ขณะที่มาเลเซียได้รับผลกระทบจากหมอกควันอย่างหนัก โดยเฉพาะรัฐซาราวัก ทางตะวันออกของประเทศ ซึ่งบางพื้นที่มีคุณภาพอากาศอยู่ในระดับ “ไม่ดีต่อสุขภาพอย่างมาก” ส่งผลให้ต้องปิดโรงเรียนเกือบ 600 แห่ง และกระทบนักเรียนประมาณ 200,000 คน

ด้านรัฐมนตรีสาธารณสุขอินโดนีเซีย บูดี กูนาดี ซาดีกิน ระบุว่า ประชาชนประมาณ 3 ล้านคนใน 37 เขตและเทศบาลได้รับผลกระทบโดยตรงจากหมอกควัน พร้อมแนะนำให้ประชาชนสวมหน้ากากและติดตามดัชนีคุณภาพอากาศอย่างสม่ำเสมอ

เขาเตือนว่า ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 จากควันไฟสามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจและแทรกซึมลึกถึงปอด เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคทางเดินหายใจ โดยเฉพาะในเด็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่เป็นโรคหอบหืดหรือมีปัญหาเกี่ยวกับปอดอยู่แล้ว

กระทรวงสาธารณสุขแนะนำว่า หากมีอาการหายใจลำบาก ไอเรื้อรัง เจ็บหน้าอก หรือระคายเคืองดวงตาอย่างรุนแรง ควรรีบไปพบแพทย์หรือเข้ารับการรักษาที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน

ด้านฮาบีบูร็อกมาน ประธานคณะกรรมาธิการที่ 3 ของสภาผู้แทนราษฎรอินโดนีเซีย ซึ่งกำกับดูแลด้านกฎหมายและความมั่นคง สนับสนุนการดำเนินคดีของตำรวจ โดยเห็นว่าควรติดตามเส้นทางการเงินและดำเนินคดีกับบริษัทหรือผู้สนับสนุนที่ได้รับผลประโยชน์จากการเผาป่า ไม่ใช่จับกุมเฉพาะคนงานหรือผู้ลงมือในพื้นที่

เขาระบุว่า ตำรวจยังได้ดำเนินมาตรการป้องกันไฟป่าเชิงรุก เช่น การสร้างอ่างเก็บน้ำ 1,296 แห่ง และปิดกั้นคลอง 834 จุดในพื้นที่เสี่ยง เพื่อช่วยรักษาความชื้นและลดความรุนแรงของไฟป่า พร้อมยืนยันว่าคณะกรรมาธิการจะติดตามและสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิด รวมถึงมาตรการป้องกันระยะยาวเพื่อปกป้องประชาชนและระบบนิเวศของประเทศ.

ที่มา Associated Press / ANTARA

Leave a comment