เปิดไทม์ไลน์นิรโทษกรรม คดีการเมือง ราชทัณฑ์รอเกณฑ์ 30 วัน ก่อนเดินหน้าคัดผู้ต้องขัง คาดไม่ถึงหมื่นคน

24 สิงหาคม 2569 เวลา 15:52 น.

เปิดไทม์ไลน์”นิรโทษกรรม” คดีการเมือง ราชทัณฑ์รอเกณฑ์ 30 วัน ก่อนเดินหน้าคัดผู้ต้องขัง คาดไม่ถึงหมื่นคน “รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์”แจงขั้นตอนหลัง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ มีผลใช้บังคับ กรมราชทัณฑ์มีหน้าที่รับคำร้องและรวบรวมรายชื่อผู้ต้องขังที่อาจได้รับนิรโทษกรรม ครอบคลุมคดีการเมืองตั้งแต่ 1 ม.ค.2548 ถึง 16 ก.ค.2568 แต่ต้องรอคณะกรรมการ 9 คน วางหลักเกณฑ์ก่อน โดยนัดแรกต้องเกิดขึ้นภายใน 30 วัน และกรอบแนวทางต้องมีความคืบหน้าภายใน 180 วัน

24 สิงหาคม 2569 ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า สำหรับกรณีที่มีการประกาศ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติ สุข พ.ศ.2569 หรือกฎหมายนิรโทษกรรม ลงในราชกิจจานุเบกษา ในส่วนบทบาทของกรมราชทัณฑ์นั้น จะมีหน้าที่ในการรวบรวมรายชื่อผู้ต้องขัง ตามมาตรา 6 ของกฎหมาย ซึ่งระบุว่าให้รับเรื่องร้องขอการนิรโทษกรรมจากผู้ที่มีประโยชน์เกี่ยว ข้องทั้งรับจากทางผู้ต้องขังที่ร้องขอ หรือญาติของผู้ต้องขังเอง โดยต้องจัดให้มีช่องทางอำนวยความสะดวกในการร้องขอการนิรโทษกรรม ซึ่งคุณสมบัติของผู้ต้องขังที่เข้าข่ายตามกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้ คือ ผู้ต้องขังในคดีทางการเมือง นับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2548 – 16 ก.ค.2568 แต่อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนในปัจจุบันนี้ กรมราชทัณฑ์จะต้องรอให้ทางคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ได้มีการประชุมหารือเพื่อกำหนดกรอบ หลักเกณฑ์ และแนวทางมาให้ก่อน ซึ่งคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขนี้ จะเริ่มประชุมภายใน 30 วัน หลังจากที่กฎหมายฉบับนี้ประกาศลงราชกิจจานุเบกษา จากนั้นหลักเกณฑ์เหล่านี้ กรมราชทัณฑ์จะได้นำไปปฏิบัติต่อไป

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ที่จะต้องมีการประชุมวางกรอบแนวทางและหลักเกณฑ์ โดยจะต้องประชุมภายใน 30 วันนับตั้งแต่มีการประกาศพระราชบัญญัติฉบับนี้ลงในราชกิจจานุเบกษา ประกอบด้วย 1.นายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย เป็นประธานกรรมการ 2.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นรองประธานกรรมการ 3.ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นกรรมการ 4.เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นกรรมการ

5.ผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านกฎหมาย หรือด้านสิทธิมนุษยชน หรือด้านกระบวนการยุติธรรมทางอาญาซึ่งได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 1 คนเป็นกรรมการ 6.ผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านกฎหมาย หรือด้านสิทธิมนุษยชน หรือด้านกระบวนการยุติธรรมทางอาญาซึ่งได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 1 คน เป็นกรรมการ 7.ผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านกฎหมาย หรือด้านสิทธิมนุษยชน หรือด้านกระบวนกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุม อธิการบดีแห่งประเทศไทย จำนวน 1 คน เป็นกรรมการ

8.ผู้เชี่ยวชาญในองค์กรภาคประชาสังคมเกี่ยวกับการจัดการความขัดแย้งและอำนวยความยุติธรรมเป็นที่ประจักษ์ซึ่งประธานสภาผู้แทนราษฎรเสนอ จำนวน 1 คน เป็นกรรมการ และ 9.ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นกรรมการและเลขานุการ อนึ่งให้มีการประชุมคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขครั้งแรกภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ

อย่างไรก็ตาม มีรายงานเพิ่มเติมว่า กรอบเวลาที่จะต้องมีความคืบหน้าเรื่องการกำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติจากที่ประชุมของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข จะต้องเกิดขึ้นภายใน 180 วันแรก นับแต่มีการประชุมนัดแรกของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ซึ่งเบื้องต้นจำนวนผู้ต้องขังทั่วประเทศในคดีที่มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ตามกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้ อาจมีไม่ถึง 10,000 ราย แต่โดยส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มของผู้ต้องขังคดีต่อเนื่อง (หมายถึง ผู้ต้องขังที่ต้องโทษหลายคดี) ที่มีจำนวนมากสุด และมีคุณสมบัติเข้าหลักเกณฑ์ตามกฎหมายนิรโทษกรรม

กรมราชทัณฑ์การเมืองไทยคดีการเมืองนิรโทษกรรม

Leave a comment