โสภณ สั่งตั้ง คกก.สืบหาข้อเท็จจริง ปมเรียกรับ 5 แสน แลกเข้าหลักสูตร ปปร.30 ลามโยงเลขาฯพระปกเกล้า ยันไม่นิ่งนอนใจ-ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

24 สิงหาคม 2569 เวลา 14:46 น.

24 สิงหาคม 2569 ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานสภาสถาบันพระปกเกล้า ให้สัมภาษณ์กรณีมีการเรียกรับเงินจำนวน 500,000 บาท ผ่านการเข้าศึกษาในหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 30 (ปปร.30) ของสถาบันพระปกเกล้า โดยมีการเชื่อมโยงไปถึงเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าว่า ได้รับทราบแล้วที่มีการกล่าวหาไปยังเลขาฯสถาบันพระปกเกล้า เรื่องนี้พอเกิดขึ้นตนได้เคยให้มีการชี้แจงไปแล้ว แต่พอเป็นกระแสข่าวออกมาแบบนี้ ตนในฐานะประธานสภาสถาบันพระปกเกล้า ก็คงจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการสืบหาข้อเท็จจริง เพื่อพิสูจน์ความจริงต่อตัวของเลขาฯสถาบันพระปกเกล้า และเป็นการรักษาภาพพจน์ของสถาบันพระปกเกล้า ที่ถือเป็นสถาบันฯที่ใช้ชื่อของเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน สมมติว่าหากเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง เราก็รับไม่ได้ แต่ต้องให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ทั้งนี้ ตนได้แจ้งเลขาฯสถาบันพระปกเกล้าไปแล้วว่าให้เคลียร์ตัวเอง เราจะได้ตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงที่มีความน่าเชื่อถือไปตรวจสอบ

“ตั้งแต่ที่เกิดเรื่อง ผมได้ให้เลขาฯสถาบันพระปกเกล้าชี้แจงในที่ประชุมของสถาบันพระปกเกล้า ท่านก็ชี้แจงด้วยวาจาว่าเรื่องนี้เกิดจากความเข้าใจผิด แล้วก็มีเอกสารถอนแจ้งความมาให้ผมดูก็รับฟังได้ระดับหนึ่งว่าในเมื่อมีเอกสารส่งมาเราก็ดู แต่มันยังเป็นการชี้แจงฝ่ายเดียว ดังนั้นการสอบหาข้อเท็จจริงก็จะดำเนินการให้เร็ว” นายโสภณ กล่าว

เมื่อถามว่า หากท้ายที่สุดข้อมูลที่ออกมาเป็นจริง ทางเลขาฯสถาบันพระปกเกล้าต้องพ้นจากตำแหน่งเลยหรือไม่ นายโสภณ ในฐานะประธานสภาสถาบันพระปกเกล้า หัวเราะก่อนกล่าวว่า “โอ้ย อย่าเพิ่งไปคาดอะไร ต้องดูก่อน ต้องให้ความเป็นธรรม การจะทำอะไร ถ้าเรามีธงในใจมันจะไม่สามารถให้ความเป็นธรรมได้ ก็ต้องอยู่ที่คณะกรรมการไปตรวจสอบมา เรื่องนี้ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะเป็นสถาบันฯที่เราเคารพนับถือ อย่างสถาบันฯแบบนี้ถ้าไม่มีธรรมาภิบาล คงขาดความน่าเชื่อถือ”

เมื่อถามว่า ที่มีการให้เลขาฯสถาบันฯ ชี้แจงก่อนหน้านี้มันไม่ชัดเจนเพียงพอต่อการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า ตอนนั้นตนเห็นในสื่อและมีคนส่งข้อมูลให้ดู ตนในฐานะประธานก็ไม่นิ่งนอนใจ เราปฏิบัติตามหลักของเจ้าหน้าที่ของรัฐ พอเกิดเรื่อง ก็ให้ชี้แจง แต่พอเป็นข่าวขึ้นมาอีกในช่วง 2 – 3 วันนี้ เราจะให้ชี้แจงอีกมันไม่ได้แล้ว มันข้ามขั้นตอนแล้ว ก็ตั้งคณะกรรมการสืบหาข้อเท็จจริง หากผลออกมาพบว่าผิด ตามหลักของเจ้าหน้าที่รัฐ ก็ลงโทษทางวินัย มันก็เป็นไปตามขั้นตอน

เมื่อถามถึงกรอบระยะเวลาการสอบสวนข้อเท็จจริง นายโสภณ กล่าวว่า ต้องฟังเสียงคณะกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้าก่อนที่ตนจะนำเรื่องนี้เข้าหารือในที่ประชุม เมื่อถามต่อว่าในระหว่างการสอบข้อเท็จจริง ทางเลขาฯ สถาบันพระปกเกล้า จะยังสามารถปฏิบัติหน้าได้ปกติหรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า ยังไม่สอบ เป็นการสืบหาข้อเท็จจริง มีมูลก็สอบ มันมีลำดับราชการอยู่ ถ้าคณะกรรมการสืบหาข้อเท็จจริง สืบมามีมูล กรรมการที่จะสอบบางทีก็ไม่สอบ เขาเอาผลของคณะกรรมการสืบฯ มาดำเนินการก็ได้

เมื่อถามว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าการเสนอชื่อผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรของสถาบันพระปกเกล้า ส่วนใหญ่จะเป็นคนมีเส้นสายมากกว่าพิจารณาจากคุณสมบัติ จะต้องตรวจสอบด้วยหรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า ต้องตรวจสอบ ก่อนหน้านี้ตนไม่รู้เป็นอย่างไร แต่ตอนที่ตนเข้ามารับตำแหน่ง และให้นโยบายต่อสถาบันพระปกเกล้า ตนก็บอกว่า เราเข้าใจว่าการเรียนร่วมกันของสถาบันฯมีทั้งสร้างคอนเนคชั่น หรืออะไรก็ตาม แต่สิ่งสำคัญคือการนำองค์ความรู้ไปปรับใช้ทั้งกับภาคเอกชน หรือหน่วยงานของรัฐ แล้วตนยังให้นโยบายว่า ถ้าใครก็ตามที่เป็นข้าราชการแล้วไปเรียน หากไม่ไปลงชื่อเรียนตามเวลาที่หลักสูตรกำหนด ตนไม่อนุญาตให้ซ่อม เพราะเอาเงินราชการไปเรียน แล้วไม่ไปเรียนตามนั้น แล้วก็มาซ่อมให้มันจบ ตนไม่อนุญาต ก่อนหน้านี้เขาให้ซ่อม แต่ในยุคตน ไม่ให้ซ่อม ก็จริงจัง

นักบริหารระดับสูง,ปปร30,โสภณซารัมย์,ประธานรัฐสภา,สถาบันพระปกเกล้า,

Leave a comment