26 สิงหาคม 2569 เวลา 15:03 น.

รมว.กลาโหม ตรวจเยี่ยม กองทัพไทย ย้ำ นโยบาย 7 ข้อ ยกเหตุปะทะไทย-กัมพูชา 2 รอบแตกต่างกัน ขอปรับเปลี่ยน ให้ทันสมัยต่อสถานการณ์ รับมือภัยคุกคามทุกมิติ ทั้ง ยุทโธปกรณ์ เทคโนโลยี กำลังพล
ที่กองบัญชาการกองทัพไทยพลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ตรวจเยี่ยมกองทัพไทย เพื่อรับทราบภารกิจ ผลการดำเนินงาน ขีดความสามารถ และความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจ พร้อมมอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงาน โดยมี พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ให้การต้อนรับ พร้อมตรวจแถวกองทหารเกียรติยศผสมสามเหล่าทัพ
นอกจากนี้ รมว.กลาโหม ได้รับมอบเครื่องหมายแสดงความสามารถปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้าย ประเภทกิตติมศักดิ์ จากผู้บัญชาการทหารสูงสุด ซึ่งเป็นเครื่องหมายแห่งเกียรติยศที่แสดงถึงความเสียสละ ความกล้าหาญ ความเพียรพยายาม และการอุทิศตน ในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติ
จากนั้น รมว.กลาโหม รับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับบทบาท หน้าที่ ภารกิจ การปฏิบัติงานตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และผลการดำเนินงานของกองบัญชาการกองทัพไทย ในการควบคุม อำนวยการ สั่งการ กำกับดูแลส่วนราชการในกองทัพไทยและบูรณาการการปฏิบัติการร่วมของกองทัพไทย ให้ปฏิบัติงานร่วมกันอย่างประสานสอดคล้อง ทั้งด้านการเตรียมกำลัง การป้องกันราชอาณาจักร การรักษาเอกราช อธิปไตย และผลประโยชน์ของชาติ ตลอดจนการสนับสนุนรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาสำคัญ ของประเทศและช่วยเหลือประชาชน
สำหรับผลการปฏิบัติงานสำคัญในห้วงที่ผ่านมา กองทัพไทยได้พัฒนามุ่งสู่ความเป็นกองทัพที่ทันสมัยเสริมสร้างความเข้มแข็งของกองทัพให้สอดคล้องกับสถานการณ์ด้านความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงไป
โดยครอบคลุมการเสริมสร้างความร่วมมือกับมิตรประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านกลไกความร่วมมือในทุกระดับ ทั้งการทูตฝ่ายทหาร การฝึกร่วมกับมิตรประเทศ และการปฏิบัติการเพื่อสันติภาพ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ ความไว้วางใจ และความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาความมั่นคง โดยเฉพาะตามแนวชายแดน ภายใต้การรักษาผลประโยชน์ของชาติ
ด้านการพัฒนาและดูแลกำลังพล ให้ความสำคัญกับการปรับระบบกำลังพลให้สอดคล้องกับภารกิจในอนาคต การพัฒนาทหารอาสา การเสริมสร้างความรู้และทักษะของกำลังพลทุกระดับ การส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาในสถาบันทหารทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการขยายบทบาทของทหารหญิงให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างหลากหลายยิ่งขึ้น ควบคู่กับการดูแลสิทธิ สวัสดิการ และคุณภาพชีวิตของกำลังพลและครอบครัว โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ ตลอดจนการส่งเสริมสุขภาพกายและสุขภาพจิตอย่างต่อเนื่อง
ด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ มุ่งสนับสนุนการใช้ผลิตภัณฑ์และศักยภาพของผู้ประกอบการภายในประเทศ ตลอดจนการสร้างความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในการวิจัย พัฒนา และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับภารกิจ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเองและลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ในส่วนของการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้บูรณาการการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควบคู่กับการส่งเสริมอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน เพื่อสนับสนุนการสร้างความมั่นคงในพื้นที่อย่างยั่งยืน
ด้านการบรรเทาสาธารณภัย กองทัพไทยเตรียมกำลังพล เครื่องมือ และการฝึกอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที พร้อมประสานการปฏิบัติกับส่วนราชการ ภาคประชาสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่การช่วยเหลือในภาวะฉุกเฉินจนถึงการฟื้นฟูพื้นที่ภายหลังสถานการณ์คลี่คลาย
นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาและปรับปรุงข้อมูลแผนที่และข้อมูลภูมิสารสนเทศ เพื่อสนับสนุนภารกิจของภาครัฐ ทั้งด้านความมั่นคง การบริหารจัดการพื้นที่ การพัฒนาประเทศ การดำเนินงานด้านเขตแดน และการจัดทำแนวเขตที่ดิน ของรัฐให้มีมาตรฐานและความถูกต้อง รวมถึงเดินหน้าภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงต่อประชาชน เพิ่มความปลอดภัยแก่ชุมชน และเปิดโอกาสให้สามารถนำพื้นที่กลับมาใช้ประโยชน์เพื่อการพัฒนาในระยะยาว
ทั้งนี้ กองบัญชาการกองทัพไทยได้พัฒนาและเสริมสร้างขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วมตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารสูงสุด โดยขับเคลื่อนประเด็นงานเร่งด่วน หรือ Flagship Project จำนวน 4 เรื่อง ได้แก่ การยิงระยะไกลที่มีความแม่นยำสูง การบูรณาการงานด้านการข่าวร่วม การบูรณาการการปฏิบัติการพิเศษร่วม รวมทั้ง การบูรณาการขีดความสามารถร่วมของกองทัพไทย โดยจัดตั้งหน่วยบัญชาการขีดความสามารถร่วม หรือ JCC มีภารกิจในการอำนวยการ การแลกเปลี่ยนข้อมูล การประสานการปฏิบัติ และการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ ในการรองรับสงครามสมัยใหม่ ให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์และภัยคุกคามที่มีความหลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น
ภายหลังรับฟังการบรรยาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้กล่าวชื่นชมการปฏิบัติภารกิจของกองทัพไทย ที่ผ่านมา พร้อมมอบแนวทางการพัฒนากองทัพให้ทันสมัยและขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีภายใต้ระบบนิเวศอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เพื่อดำรงความพร้อมรบในทุกมิติสอดคล้องกับรูปแบบการทำสงครามที่เปลี่ยนแปลงไป โดยยึดหลักธรรมาภิบาลที่โปร่งใส คุ้มค่า และตรวจสอบได้ ตลอดจนบูรณาการการปฏิบัติภารกิจร่วมกับ ทุกภาคส่วน ควบคู่ไปกับการยกระดับสวัสดิการและคุณภาพชีวิตของกำลังพลและครอบครัวอย่างยั่งยืน
ในโอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและคณะ ที่กรุณาเดินทางมาตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายอันเป็นแนวทางสำคัญในการปฏิบัติงาน โดย กองทัพไทยจะมุ่งเสริมสร้างความพร้อมในการอำนวยการด้านการปฏิบัติการร่วมกับเหล่าทัพและหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อให้สามารถรับมือกับภัยคุกคามได้ทุกรูปแบบ ทุกมิติ ด้วยการปฏิบัติที่ทันสมัย ประสานสอดคล้อง และเป็นเอกภาพ พร้อมนำศักยภาพของกองทัพสนับสนุนการพัฒนาประเทศ ช่วยเหลือประชาชน และสนับสนุนรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาสำคัญของชาติ เพื่อให้กองทัพไทยเป็นที่เชื่อมั่นและเป็นพึ่งของประชาชนอย่างมั่นคงสืบไป
ต่อมา พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกลาโหม กล่าวว่า รมว.กลาโหม ชื่นชมในเรื่องความพร้อมของกองบัญชาการกองทัพไทย ช่วยเหลือประชาชนประสบอุทกภัยน้ําท่วม จังหวัดน่านที่ผ่านมา และการแก้ไขสถานการณ์ต่าง ๆ ปัญหาชายแดนที่กองทัพไทยรับผิดชอบในมิติตัวเอง
เนื่องจากภัยคุกคามปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไป การปะทะระหว่างไทยกัมพูชาทั้งสองรอบมีความแตกต่างกัน รูปแบบการใช้ยุทโธปกรณ์เทคนิคต่าง ๆ สิ่งสําคัญกองทัพต้องมีความพร้อมในการปรับเปลี่ยน ให้ทันสมัยต่อสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
โดย รมว.กลาโหม มอบนโยบาย 7 ข้อ 1.ต้องมีความพร้อมของหน่วย รองรับภัยคุกคาม ปรับตัวเองให้ทันสมัย ทั้งยุทโธปกรณ์ ระบบการส่งกำลังบำรุง
2.ยกระดับตัวเองให้มีปฏิบัติการร่วม เนื่องจากบทบาทกองทัพไทยก็เป็นบทบาทหน่วยปฏิบัติการร่วมอยู่แล้วตาม พรบ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 ซึ่งมีขอบเขตบทบาทให้เป็นหน่วยบังคับบัญชาการอํานวยการร่วม
3 ข้อมูลเทคโนโลยี นํามาใช้เพื่อการตัดสินใจบริหารจัดการการบังคับบัญชา ต้องเป็นภาพที่สามารถประสานงานเป็นภาพเดียวกัน เพื่อเชื่อมโยงรูปภาพการปฏิบัติการในพื้นที่ตามแนวปฏิบัติการและส่งมายังที่ศูนย์บังคับบัญชา เพื่อให้ผู้บังคับบัญชามีอํานาจตกลงใจด้วยกันท่วงที พร้อมชื่นชมแนวคิดการจัดตั้ง หน่วยขีดความสามารถร่วม เพื่อรองรับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะระบบอํานวยการยุทธร่วมเป็นหัวใจสําคัญ
4. การเตรียมกองทัพให้พร้อมกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ เช่น โดรน มิติไซเบอร์ อวกาศ
5. ในเรื่องของกําลังพล ที่เป็นหัวใจสําคัญในการปฏิบัติการของกองทัพ ต้องดูแลกําลังพล เรื่องสวัสดิการ การพัฒนาขีดความสามารถให้มีความพร้อม และรู้เท่าทําภัยคุกคามต่าง ๆ โซเชียลมีเดีย เอไอ
6.การเสริมสร้างความร่วมมือกับต่างประเทศ
7. กองทัพต้องเป็นกําลังของประเทศและประชาชน
พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวต่อว่างรมว.กห. อยากเห็นกองทัพคิดล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งก้าวเสมอ ให้มีความพร้อมในภัยคุกคามต่าง ๆ มีการคาดการณ์สถานการณ์ล่วงหน้าภัยคุกคามที่เกิดขึ้นจะมีรูปแบบอย่างไร เพื่อเตรียมแผนรองรับด้วยการท่วงที เพื่อตอบโต้ และพร้อมปรับเปลี่ยนการปฏิบัติการกองทัพให้ทันสมัยตามภัยคุกคามให้ได้ เพื่อเพิ่มความพร้อมในการปกป้องอธิปไตยและประชาชน นอกจากนี้ท่านยังพูดถึงว่ากองทัพที่เข้มแข็งไม่ใช่กองทัพที่มีอาวุธและกําลังรบที่ทันสมัยแต่ต้องพร้อมในทุกสถานการณ์เป็นหนึ่งเดียวกันและได้รับความไว้วางใจจากประชาชน