เบรกได้…แต่หยุดผมไม่ได้! ทนายอั๋น โต้ รมว.ยธ. หลังโดนขุดประวัติครอบครัว

26 สิงหาคม 2569 เวลา 08:21 น.

วันที่ 26 สิงหาคม 2569 จากกรณี พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีภัทรพงค์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ ถึงตอนหนึ่งว่า เมื่อถามว่าทนายอั๋นมีความขัดแย้งอะไรกับรัฐมนตรีหรือไม่ พล.ต.ท. รุทธพล กล่าวว่า ไม่มี แต่หากเป็นในอดีตเมื่อนานแล้ว ตั้งแต่สมัยที่ตนรับราชการตำรวจ เคยจับพ่อทนายอั๋นและเพื่อนครูเกี่ยวกับยาเสพติด ตั้งแต่ปี 2541 ซึ่งศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต และก็ทราบว่าแม่ทนายอั๋นถูกจับในพื้นที่อื่น จำคุก 25 ปี ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่มีเรื่องส่วนตัวเลย ซึ่งขณะนั้นตนเป็นตำรวจอยู่ที่จังหวัดบุรีรัมย์ และไม่ทราบว่าเหตุใดทนายอั๋นจึงมาพูดทำร้ายตนว่าไม่รู้เรื่องและไม่สนใจเรื่องคดีเขากระโดง ดังนั้นขอยืนยันว่า งานในกระทรวงทำตามระบบ หากมีการเร่งรัดมาที่ตัว ก็จะดำเนินการอยู่แล้ว

“ระหว่างที่ทนายอั๋นไปยื่นเรื่องคดีเขากระโดงที่ดีเอสไอ มีการพูดจาที่ไม่เหมาะสม จะพูดถึงใครก็จะต้องมี #ไอ้หอกหัก ผมคิดว่าไม่สุภาพ ผมยกตัวอย่าง ถ้าทนายอั๋นทำ มีคน #ทนายอั๋นลูกไอ้ขี้คุก อย่างนี้ ผมก็คิดว่าเขาก็คงไม่สบายใจ ซึ่งผมไม่อยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้น กลัวว่าจะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อเยาวชน ซึ่งผมไม่สนับสนุนเลย จึงอยากให้สื่อสารกันดี ๆ หากทวงถาม ผมก็ดำเนินการให้ตามกฎหมายอยู่แล้ว จะให้พูดอีกกี่ครั้ง ก็จะบอกว่าหน่วยงานกำลังดำเนินการอยู่”(รุทธพล ย้อนอดีตเคยจับพ่อ ทนายอั๋น คดีค้ายา ลั่นทำไปตามหน้าที่ ติงเลิกใช้คำไม่สุภาพ)

ล่าสุด นาย ภัทรพงค์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ ได้โพสต์ข้อความถึงเรื่องนี้ว่า ถึง : พี่น้องประชาชนทุกคนที่ส่งกำลังใจมาให้ผม

“ทนายอั๋น บุรีรัมย์”

ผมขอขอบคุณจากหัวใจครับ สำหรับทุกข้อความ ทุกกำลังใจ และทุกความห่วงใยที่ส่งมาให้ผมใน ตลอดทั้งวันนี้ ที่ผ่านมา

ผมยอมรับตรง ๆ ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ทำให้ผมรู้สึกเหมือนถูก “แตะเบรก” มันทำให้ผมต้องหยุดตั้งหลัก หยุดคิด และทบทวนอยู่พักหนึ่ง

แต่ผมหยุดไปเพียงไม่กี่นาที ไม่กี่ชั่วโมง…

วันนี้ผมกลับมาแล้วครับ

เพราะเมื่อผมถามตัวเองว่า สิ่งที่ผมกำลังทำอยู่นั้นผิดหรือไม่? คำตอบของผมยังเหมือนเดิม…

การที่ประชาชนคนหนึ่งออกมาตั้งคำถามและตรวจสอบการทำงานของภาครัฐ ไม่ใช่เรื่องผิด ???

ผมเป็นเพียงประชาชนคนหนึ่ง เป็นเพียงทนายตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง ที่เชื่อว่าอำนาจรัฐต้องสามารถถูกตรวจสอบได้ และประชาชนต้องมีสิทธิที่จะถามว่า การใช้อำนาจนั้นถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรมต่อประชาชนหรือไม่
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับผม คือการถูกขุดคุ้ยไปถึงประวัติของพ่อแม่และครอบครัว

ผมยอมรับว่าเรื่องนี้กระทบความรู้สึกครับ เพราะคนในครอบครัวไม่ได้เป็นคนออกมาตรวจสอบใคร

แต่ผมจะไม่เอาความรู้สึกนั้นมาเป็นความแค้น

ผมจะเปลี่ยนมันให้เป็น แรงผลักดัน

และผมอยากถามด้วยความเคารพว่า…

ถ้าการตรวจสอบอำนาจรัฐของประชาชนคนหนึ่ง ต้องแลกมาด้วยการถูกขุดคุ้ยไปถึงครอบครัว แล้วประชาชนธรรมดาคนอื่น ๆ จะกล้าลุกขึ้นมาตรวจสอบอำนาจรัฐได้อย่างไร?

ผมไม่ได้เรียกร้องสิทธิพิเศษให้ตัวเอง

ผมเพียงต้องการใช้สิทธิในฐานะ “ประชาชนคนหนึ่ง” ที่มีสิทธิในการตั้งคำถาม ตรวจสอบ และเรียกร้องความถูกต้องจากผู้มีอำนาจ

เหตุการณ์ครั้งนี้อาจทำให้ผมชะงักไปบ้าง

แต่จำไว้นะครับ…

เบรกได้ แต่หยุดผมไม่ได้

รถที่มีจุดหมาย อาจชะลอความเร็วได้

อาจหยุดตั้งหลักได้

แต่เมื่อพร้อมแล้ว…

ก็ต้องเดินหน้าต่อ

วันนี้ผมกลับมาแล้วครับ

กลับมาพร้อมกำลังใจจากพี่น้องประชาชน

กลับมาพร้อมความมุ่งมั่นที่มากกว่าเดิม

และกลับมาพร้อมความตั้งใจเดิมที่จะทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป

ผมอาจเป็นเพียงคนตัวเล็ก ๆ

แต่ผมเชื่อว่าเสียงเล็ก ๆ ของประชาชน ถ้าพูดความจริงและยืนหยัดเพื่อความถูกต้อง ก็สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้

ขอบคุณทุกคนที่ยืนอยู่ข้างผมและครอบครัวครับ

ผมไม่ท้อ

ผมไม่หยุด

และผมจะเดินหน้าต่อไป

เพื่อประชาชน

เพื่อความถูกต้อง

และเพื่อประเทศชาติครับ

เบรกได้…แต่หยุดผมไม่ได้”

25 สิงหาคม 69

คดีเขากระโดงทนายอั๋นระบบราชการรัฐมนตรีรุทธพล เนาวรัตน์

Leave a comment