26 สิงหาคม 2569 เวลา 06:00 น.

แฉ‘ทีโออาร์’ล็อกสเปก
ปูทางโกงสอบ
ปปช.ไต่สวน6,012ราย
อนุทินโต้คนใกล้ชิดเอี่ยว
ป.ป.ช.แถลงเปิดหลักฐานเด็ดคดีโกงสอบท้องถิ่น ล็อกสเปก e-bidding ทำเป็นขบวนการโยงถึงปี’64 ฟัน 6,012 ราย ขณะที่ นายกฯมั่นใจคนใกล้ตัวไม่มีเอี่ยว แต่ถ้ามีหลักฐานดำเนินคดีไม่มีเว้น แต่อย่ามาพูดลอยๆ
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 25 สิงหาคม 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะรองโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช.แถลงข่าวถึงความคืบหน้าในการไต่สวนคดีทุจริตการจัดสอบท้องถิ่น พ.ศ.2568 ว่า ความคืบหน้าดำเนินการไต่สวน กรณีทุจริตการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 หรือที่เรียกว่า “โกงสอบท้องถิ่น” ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)
โดย ป.ป.ช.รับเป็นคดีพิเศษ รับไว้ไต่สวน 2 ประเด็นหลักคือ กรณีมีการกล่าวหา เจ้าหน้าที่และผู้บริหารของกรม สถ.เข้าไปทุจริตในการสอบแข่งขันข้าราชการในปี 2568 กรณีแรกเรื่องการล็อคสเปก กำหนด TOR เอื้อประโยชน์ให้กับผู้เสนอราคาเข้าไปดำเนินการรายหนึ่งรายใด โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม หรือที่เรียกว่า ล็อคสเปก เป็นความผิดฐานฮั้ว
ประการที่สอง การทุจริตแอบอ้างและเรียกรับกรณีมีการสอบบรรจุบุคคลเข้าเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น
นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.สืบเนื่องจากเรื่องนี้ หลังรับไว้เป็นคดีพิเศษ ปรากฏว่า มีการไต่สวนพยานสำคัญพาดพิงถึงกลุ่มบุคคลที่เป็นเครือข่าย และที่สำคัญคือได้ตรวจสอบทางเทคนิคในส่วนของพยานวัตถุที่ยึดได้ ปรากฏข้อเท็จจริงว่า จากการตรวจสอบ และลงไต่สวน ขณะนี้ทาง ป.ป.ช.ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วย โดยเฉพาะเส้นทางการเงิน เราได้ประสานทาง ปปง. และธนาคาร เพื่อขอข้อมูลในส่วนของเส้นทางการเงินของผู้เกี่ยวข้อง ตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกทั้งระบบ
นายเกียรติศักดิ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของการลงพื้นที่ขณะนี้ ได้แบ่งเจ้าหน้าที่ไต่สวนลงไปดำเนินการในส่วนภูมิภาค โดยเฉพาะประเด็นดำเนินการช่วงนี้คือ เราต้องดำเนินการเพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงว่า บุคคลใดเกี่ยวข้องบ้าง บุคคลใดเป็นเหยื่อ บุคคลใดเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดชัดเจน เพื่อการวินิจฉัยในอนาคต ในส่วนนี้ค่อนข้างใช้เวลามากเสียหน่อย เพราะผู้เกี่ยวข้องมีมากกว่า 6 พันราย
นายเกียรติศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ระหว่างดำเนินการ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพิสูจน์หลักฐานทางดิจิทัล เราได้วิเคราะห์หลักฐานในคอมพิวเตอร์ที่ยึดได้ครั้งก่อน ในไฟล์เอกสารมีบัญชีรายชื่อ หมายเลขโทรศัพท์ บัญชีเครือข่ายที่ตรงกับปี 2568 โดยเฉพาะรายชื่อและเครือข่ายเหล่านี้ เกี่ยวข้องกับการสรรหาพนักงานเทศบาลข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด และพนักงานเมืองพัทยา ให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร ประจำปี 2564 จากหลักฐานที่บ่งชี้ว่า เครือข่ายนี้ทำงานเป็นขบวนการหลายปีต่อเนื่องกัน คณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงมีมติให้ไต่สวน และรับคดีปี 2564 เป็นคดีพิเศษ และรับไว้ดำเนินการเช่นเดียวกัน
นายเกียรติศักดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่ คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.)สภาผู้แทนราษฎร ระบุว่ามีเส้นเงิน กว่า 9,000 ล้านบาทในคดีนี้ เรื่องนี้ทาง ป.ป.ช. ยังไม่ได้ข้อมูลจาก ปปง. จึงยังตอบไม่ได้ ตนได้ยินแค่ตามข่าว แต่ไม่ขอยืนยัน แต่จะมีการขยายผลเรื่องเส้นเงินไปจนสิ้นสุดว่าถึงใครบ้าง
ผู้สื่อข่าวถามว่า สังคมกังวลว่าสุดท้ายแล้ว จะมีแค่ระดับข้าราชการที่ถูกดำเนินคดี แต่จะไปไม่ถึงระดับฝ่ายการเมือง หรืออดีตอธิบดีที่ตกเป็นข่าว นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า ขอให้อดใจรอนิดนึง ยืนยันว่า ป.ป.ช.ไม่มีการตัดตอนแน่นอน และไม่ใช่ว่าไม่มีเส้นเงินแล้วจะไม่มีความผิด
นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องกรอบเวลาการไต่สวนคดีนี้ วางกรอบไว้ 6 เดือน จะสรุปว่าใครที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาบ้าง โดย ป.ป.ช.จะรวบรวมหลักฐานแต่ละกลุ่ม ว่าใครทำผิดอะไรบ้าง เพื่อเป็นสารตั้งต้น ส่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ชี้มูลความผิด และยืนยันว่า ป.ป.ช.จะไม่ยื้อคดี และจะทำให้เสร็จเร็วที่สุด ขณะนี้กำลังรวบรวมหลักฐานอยู่ว่าไปถึงใครบ้าง ดังนั้นต้องรอดูหลักฐานก่อน เพื่อแยกให้ออกว่าใครเป็นคนทำผิดหรือเป็นเหยื่อ ซึ่งคนที่ทำผิด คือคนที่จ่ายเงินเพื่อให้ผ่านการสอบเพื่อให้ได้รับการบรรจุ ส่วนเหยื่อคือผู้ที่ไม่รู้เห็นกับการแก้ไขข้อสอบ แต่มีชื่อติดอยู่ในรายชื่อ
เมื่อถามถึงความคืบหน้าการตรวจกระดาษคำตอบทั้ง 860,000 แผ่น นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่เสร็จ การตรวจจะใช้เวลาดำเนินการ 10 วันหลังจากที่เราได้เครื่องตรวจกระดาษคำตอบมา แต่ขณะนี้ยังไม่ได้เครื่องมา เพราะอยู่ระหว่างการหาเครื่องตรวจที่มีความแม่นยำ
นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนการตรวจสอบการทุจริตการสอบท้องถิ่นที่มีการขยายผลย้อนหลังไปถึงปี 2564 ที่เกี่ยวข้องกับเทศบาลเมืองพัทยา ป.ป.ช.พบว่า มีผู้เกี่ยวข้อง 10 คน สูงสุดเป็นระดับอธิบดี สถ.ในขณะนั้น มีพฤติกรรมกระทำความผิดแก้ไขคะแนนสอบเหมือนกับปี 2568 และเป็นกลุ่มคนเดียวกัน
เมื่อถามว่า ขณะนี้ ป.ป.ช.ตั้งคณะกรรม การไต่สวนข้าราชการระดับอธิบดีไปแล้ว 2 คน คือนายนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดี สถ. กับอดีตอธิบดี สถ.เมื่อปี 2564 ใช่หรือไม่ นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่าใช่ และจะมีการสอบขยายผลไปถึงอธิบดีที่ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี 64-68 ต้องมีการตรวจสอบและขยายผลว่ามีเส้นทางการเงินเกี่ยวข้องหรือไม่
นายเกียรติศักดิ์ กล่าวอีกว่า หลักฐานขณะนี้สามารถเอาผิดบุคคลได้สูงสุดอยู่ที่ระดับอธิบดี ยังไม่ถึงฝ่ายการเมือง แต่ยืนยันว่า ป.ป.ช.จะสอบไปให้ได้สุดทาง เพื่อให้ไปถึงตัวการ ซึ่งขณะนี้ได้แค่ตัวการระดับหนึ่ง แต่จะไปถึงระดับที่เป็นข่าวหรือไม่ ขอดูหลักฐานก่อน สำหรับข้อมูลสถิติการจัดสอบและการบรรจุ วันประกาศรับสมัคร : 17 กุมภาพันธ์ 2568 (เปิดรับสมัคร 7–28 มีนาคม 2568) ตำแหน่งและอัตราที่รับ : สอบแข่งขันแยกเป็น 10 เขต รวม 105 ตำแหน่ง 8,548 อัตรา (ประเภททั่วไป 3,817 อัตรา / ประเภทวิชาการ 3,058 อัตรา / ครูผู้ช่วย 1,673อัตรา) ผู้มีสิทธิสอบ 438,277คน ผู้สอบแข่งขันได้ (ขึ้นบัญชี) 55,194ราย
การบรรจุแต่งตั้ง เรียกบรรจุแล้ว 3 ครั้ง รวม 15,520 ราย (นับรวมรอบที่จะบรรจุในวันที่ 1 กรกฎาคม 2569) คงเหลือผู้ขึ้นบัญชี 39,674 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 12 มิถุนายน 2569)
พฤติการณ์ความผิดปกติที่ชัดเจน เช่น กรณีของ นาย พ. และ นาย ก. อดีตลูกจ้างกองช่าง เทศบาลเมืองแห่งหนึ่ง ที่สมัครสอบตำแหน่งวิศวกรโยธา ศูนย์สอบภาคกลาง เขต 1 โดยสอบได้ลำดับที่ 1 (ได้คะแนนสูงผิดปกติมากกว่า 90 จาก 100 คะแนน) และลำดับที่ 3 ตามลำดับ ซึ่งปัจจุบันทั้งสองได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการเรียบร้อยแล้ว คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติรับเรื่องไว้ไต่สวนเป็นคดีพิเศษ โดยแต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวนผู้ถูกกล่าวหารวม 6,012 ราย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างลงพื้นที่สอบปากคำผู้เข้าสอบ ขยายผลไปยังกลุ่มนายหน้า ประสานธนาคารพาณิชย์และ ปปง. เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินเชิงลึก รวมถึงส่งเจ้าหน้าที่ตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานดิจิทัล โดยจัดแบ่งกลุ่มผู้เกี่ยวข้องออกเป็น 4 กลุ่มหลัก คือ 1. กลุ่มผู้ดำรงตำแหน่งระดับนโยบาย 2. กลุ่มผู้บริหารระดับสูงและเจ้าหน้าที่รัฐ 3. กลุ่มคณะกรรมการจัดทำระบบและประเมินผล 4. กลุ่มนายหน้าและผู้ได้รับประโยชน์
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งมีชื่อ นายทองเจือ ชาติกิจเจริญ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เกี่ยวข้องข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรบ้าง ว่า ข้อเท็จจริงไม่มีการโยง เมื่อถามว่า นายเรืองเดช ศิริกิจ ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มศว ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายรังสิมันต์ โรม เป็นประธานฯ ว่า ได้รับการติดต่อนายทองเจือ นายกฯ กล่าวว่า “ไม่มี ผมไม่ทราบในรายละเอียด ผมมั่นใจว่าคนใกล้ตัว ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ แต่หากวันไหนมีส่วนเกี่ยวข้อง มีหลักฐานก็จะถูกดำเนินคดีทุกราย ไม่เว้นแม้ใคร แต่ต้องมีหลักฐาน อย่ามาพูดลอยๆ แบบนี้ไม่ได้” นายกฯ ระบุ