28 สิงหาคม 2569 เวลา 14:01 น.

เอาจริง! กมธ.ศาสนาฯ จี้สกัดคลิปลามก ด้อยค่า “นวดไทย” ทำต่างชาติเข้าใจผิด หวั่นกระทบภาพลักษณ์มรดกภูมิปัญญาโลก จี้หน่วยงานรัฐสกัดเผยแพร่-แก้กฎหมายเพิ่มบทลงโทษ
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่รัฐสภา นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สส.เพชรบุรี ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการฯ ได้พิจารณากรณีคลิปวิดีโอขบวนแห่เทียนพรรษาของวัดบิง อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมีการนำเสนอการนวดไทยในลักษณะล้อเลียนเชิงลามกอนาจารและสื่อไปในทางค้าประเวณี ภายใต้ชื่อ “Traditional Thai Massage Vat Bing” ก่อนถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง
เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความไม่สบายใจให้ประชาชนและกลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพนวดไทยอย่างมาก เนื่องจาก “นวดไทย” ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ การนำเสนอในลักษณะดังกล่าวจึงอาจสร้างความเข้าใจผิดแก่ชาวต่างชาติว่า นวดไทยมีความเกี่ยวข้องหรือแอบแฝงกับการค้าบริการทางเพศ
คณะกรรมาธิการฯ จึงเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา เทศบาลนครนครราชสีมา เทศบาลตำบลโชคชัย และสมาคมหมอนวดไทย เข้าร่วมประชุมเพื่อกำหนดแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันอีก แม้ผู้เกี่ยวข้องจะออกมาขอโทษต่อสังคมแล้วก็ตาม
นางธิวัลรัตน์ กล่าวว่า ผู้แทนเทศบาลตำบลโชคชัยชี้แจงว่า ขบวนแห่ดังกล่าวจัดขึ้นโดยกลุ่มชุมชนในพื้นที่ มีเจตนาเพื่อสร้างความตลกขบขัน แต่เกิดขึ้นจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ผู้จัดขบวนและเทศบาลตำบลโชคชัยได้ออกแถลงการณ์ขออภัยอย่างเป็นทางการ พร้อมกำหนดหลักเกณฑ์ควบคุมขบวนแห่ในอนาคต ห้ามมีเนื้อหาลามกอนาจารหรือขัดต่อศีลธรรมอันดี
ขณะที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมาชี้แจงว่า วัดบิงเป็นเพียงสถานที่ที่ชุมชนใช้เป็นจุดรวมพลในการจัดประเพณีแห่เทียนพรรษาเท่านั้น พระภิกษุสงฆ์และเจ้าอาวาสไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการคิดรูปแบบ หรือเห็นชอบกับการแสดงออกเชิงลามกในขบวนแห่แต่อย่างใด
ประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า ที่ประชุมมีความกังวลอย่างยิ่งว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้อาจสร้างความเสียหายต่อเกียรติภูมิและสถานะของ “นวดไทย” ในฐานะมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโก จึงมีข้อเสนอให้หน่วยงานรัฐเร่งวางมาตรการป้องกันอย่างเป็นรูปธรรม
โดยเสนอให้กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พ.ศ.2559 พร้อมประสานการบังคับใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เพื่อระงับการเผยแพร่ข้อความ ภาพ หรือคลิปวิดีโอออนไลน์ที่มีลักษณะด้อยค่า หรือสร้างความเสียหายต่อมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติอย่างทันท่วงที
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมเห็นว่า พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พ.ศ.2559 ในปัจจุบัน แม้ให้อำนาจสั่งระงับการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหาย แต่ยังไม่มีบทลงโทษทางอาญาที่ชัดเจนสำหรับผู้ที่ละเมิดหรือด้อยค่ามรดกภูมิปัญญาที่ขึ้นบัญชีไว้ จึงเสนอให้พิจารณาแก้ไขกฎหมายเพื่อกำหนดบทลงโทษที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังเสนอให้ประสานกระทรวงมหาดไทยพิจารณาแก้ไขกฎหมายลำดับรองภายใต้ พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.2509 เพื่อปิดช่องไม่ให้มีการนำคำว่า “นวดไทย” ไปใช้แอบแฝงในสถานบริการประเภทอาบอบนวด ซึ่งขัดต่อวัตถุประสงค์ของศาสตร์การนวดไทยที่มุ่งด้านการดูแลสุขภาพและการบำบัดรักษา
ด้านกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ชี้แจงว่า จะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสถานประกอบการนวดเพื่อสุขภาพภายใต้ พ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 ทั้งเรื่องมาตรฐานและจริยธรรม เพื่อป้องกันการแอบแฝงค้าบริการทางเพศ พร้อมอยู่ระหว่างปรับปรุงกฎหมายเพื่อเพิ่มข้อกำหนดด้านจริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพของผู้ให้บริการนวดให้ชัดเจนขึ้น หากพบการกระทำฝ่าฝืนศีลธรรมอันดี จะดำเนินการตามกฎหมายถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาต
“นวดไทยไม่ใช่เรื่องล้อเลียนทางเพศ หรือเครื่องมือสร้างความตลกขบขันเชิงลามกอนาจาร แต่เป็นศาสตร์แห่งการเยียวยา การดูแลสุขภาพ และเป็นเกียรติภูมิทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าระดับโลกของมนุษยชาติ คนไทยทุกคนต้องร่วมกันหวงแหน ปกป้อง และสืบทอดต่อไปอย่างภาคภูมิใจ” นางธิวัลรัตน์ กล่าว