
28 ส.ค. 2569 15:51 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
กัมพูชาประกาศความสำเร็จ ทลายรังแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 793 แห่งทั่วประเทศ
กัมพูชาประกาศว่าไม่มีศูนย์หลอกลวงออนไลน์ขนาดใหญ่เหลืออยู่ในประเทศ หลังปฏิบัติการบุกทลายพื้นที่ต้องสงสัย 793 แห่งทั่วประเทศ จับกุมผู้ต้องสงสัยเกือบ 30,000 คนจาก 39 สัญชาติ และส่งตัวชาวต่างชาติกลับประเทศกว่า 58,000 คน แต่ทางการเตือนแก๊งอาชญากรรมกำลังปรับรูปแบบไปใช้สถานที่ขนาดเล็กและซ่อนตัวมากขึ้น
กัมพูชาประกาศความสำเร็จในการปราบปรามศูนย์แก๊งหลอกลวงออนไลน์ขนาดใหญ่ทั่วประเทศ โดยระบุว่า ขณะนี้ไม่มีศูนย์ปฏิบัติการขนาดใหญ่เหลืออยู่ หลังรัฐบาลเปิดปฏิบัติการกวาดล้างทั่วประเทศต่อเนื่องตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปี 2025 จนถึงวันที่ 20 สิงหาคม 2026
เชย์ สินาริธ รัฐมนตรีอาวุโสประจำกระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์ และประธานฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการเฉพาะกิจปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของกัมพูชา เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในการประชุมกับเจ้าหน้าที่สถานทูตและองค์การระหว่างประเทศเกือบ 50 แห่งในกรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม
เจ้าหน้าที่กัมพูชาตรวจสอบสถานที่ต้องสงสัยทั้งหมด 793 แห่ง โดยเข้าดำเนินการกับสถานที่ที่ยังเปิดดำเนินการอยู่ 624 แห่ง และเก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์จากอีก 169 แห่งที่ถูกผู้ต้องสงสัยทิ้งร้างและหลบหนีไปแล้ว
ปฏิบัติการดังกล่าวนำไปสู่การควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเกือบ 30,000 คน จาก 39 สัญชาติ ขณะที่กัมพูชาช่วยเหลือและส่งตัวชาวต่างชาติกลับประเทศแล้ว 58,266 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้หญิง 7,282 คน และพบว่ามีชาวต่างชาติ 22,045 คน จาก 38 สัญชาติที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับปฏิบัติการหลอกลวงออนไลน์
ในด้านคดีอาญา ทางการกัมพูชาส่งคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว 408 คดี ส่งผลให้ผู้ต้องสงสัย 3,477 คน จาก 29 สัญชาติถูกจับกุมและควบคุมตัวระหว่างการพิจารณาคดี โดยมีทั้งชาวจีน บังกลาเทศ เวียดนาม เมียนมา กัมพูชา ลาว มาเลเซีย ปากีสถาน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เนปาล เยเมน สวิตเซอร์แลนด์ แอฟริกาใต้ เคนยา แคเมอรูน โมร็อกโก ศรีลังกา ออสเตรเลีย ยูเครน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ และไทย ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ยังคงติดตามจับกุมผู้ต้องสงสัยอีก 855 คน ซึ่งมีหมายจับจากศาล
อย่างไรก็ตาม ทางการกัมพูชายอมรับว่า การปราบปรามยังไม่สิ้นสุด เนื่องจากเครือข่ายอาชญากรรมกำลังปรับเปลี่ยนรูปแบบ โดยย้ายออกจากศูนย์หลอกลวงขนาดใหญ่ไปใช้สถานที่ขนาดเล็กและซ่อนตัวได้ง่ายขึ้น เช่น บ้านเช่า คอนโดมิเนียม เกสต์เฮาส์ รถยนต์ และร้านกาแฟ
สินาริธยืนยันว่า เจ้าหน้าที่จะเดินหน้าตรวจสอบและปราบปรามปฏิบัติการลักษณะดังกล่าวโดยไม่คำนึงถึงขนาดของสถานที่ พร้อมระบุว่าเครือข่ายอาชญากรรมมีการเปลี่ยนสถานที่ รวมถึงปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีและวิธีการหลอกลวงอย่างต่อเนื่อง
นอกจากการปราบปรามแก๊งหลอกลวงออนไลน์แล้ว รัฐบาลกัมพูชายังเดินหน้าจัดการการพนันออนไลน์และการพนันกีฬาที่ไม่ได้รับอนุญาต โดยคณะกรรมการบริหารจัดการการพนันเชิงพาณิชย์ของกัมพูชาเข้าตรวจสอบคาสิโน 27 แห่ง เพิกถอนใบอนุญาต 18 แห่ง และสั่งระงับใบอนุญาตอีก 9 แห่ง พร้อมเดินหน้าตรวจสอบและดำเนินคดีอย่างต่อเนื่อง
รัฐบาลยังประกาศจุดยืนไม่ยอมรับการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรรม โดยหน่วยต่อต้านการทุจริตดำเนินคดีสำคัญ 4 คดี และจับกุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงและเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายรวม 15 คน ในจำนวนนี้มีรองอัยการ รองอธิบดีกรมตรวจคนเข้าเมือง รองผู้บัญชาการตำรวจเทศบาลกรุงพนมเปญ อดีตอธิบดีกรมหนึ่งของกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร
ขณะเดียวกัน กัมพูชากำลังเร่งจัดทำกฎหมายเพื่อเสริมมาตรการป้องกันอาชญากรรมไซเบอร์ ทั้งร่างกฎหมายความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ร่างกฎหมายว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ และกฎระเบียบควบคุมสินทรัพย์เสมือน โดยรัฐบาลระบุว่า กรอบกฎหมายดังกล่าวสะท้อนความมุ่งมั่นทางการเมืองในการป้องกันไม่ให้เครือข่ายอาชญากรรมกลับมาเปิดดำเนินการในประเทศอีก
อย่างไรก็ตาม กัมพูชาย้ำว่า การหลอกลวงออนไลน์เป็นภัยคุกคามข้ามชาติที่ประเทศใดประเทศหนึ่งไม่สามารถแก้ไขได้เพียงลำพัง จึงเตรียมเป็นเจ้าภาพการประชุมนานาชาติว่าด้วยการปราบปรามการหลอกลวงทางเทคโนโลยี ระหว่างวันที่ 23-24 กันยายนนี้ ภายใต้แนวคิด “ร่วมมือกันตัดวงจรและยุติการหลอกลวงทางเทคโนโลยี”
การประชุมจะมีผู้แทนรัฐบาล องค์การระหว่างประเทศ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย สถาบันการเงิน บริษัทเทคโนโลยี และสถาบันวิจัยเข้าร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวทางปฏิบัติ รวมถึงยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศในการสกัดเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ไม่ให้กลับมาเปิดดำเนินการอีก.
ที่มา The Phnom Penh Post / Khmer Times