
28 ส.ค. 2569 08:57 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
จีน-เนปาลผวา! ทะเลสาบใหม่ก่อตัวชายแดน เสี่ยงทะลักใน 3 วัน
จีนเร่งประเมินความเสี่ยง หลังเกิดทะเลสาบจากมวลน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นบริเวณชายแดนจีน-เนปาล หวั่นแนวกั้นน้ำอาจพังทำให้น้ำทะลักลงสู่พื้นที่ด้านล่างซ้ำสอง
จีนและเนปาลจับตาดูความเสี่ยง หลังเกิดทะเลสาบจากมวลน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นบริเวณชายแดนจีน-เนปาล ใกล้จุดบรรจบของแม่น้ำโชเชน ของเนปาล กับแม่น้ำปูรูชางโป ซังโป ในเขตปกครองตนเองทิเบต หลังเกิดความกังวลว่าแนวกั้นน้ำอาจพังและทำให้น้ำทะลักลงสู่พื้นที่ด้านล่างซ้ำอีกรอบ
ทีมค้นหาและกู้ภัยของจีนในทิเบตใช้เวลาตลอดวันที่ผ่านมาในการประเมินความเสี่ยงจากน้ำท่วมบริเวณใกล้ด่านจี๋หลง ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญบริเวณชายแดนจีน-เนปาล หลังเกิดทะเลสาบขึ้นจากมวลน้ำที่ไหลมารวมตัวกัน
สื่อทางการจีนรายงานว่า การทำให้แหล่งน้ำดังกล่าวมีเสถียรภาพถือเป็นภารกิจเร่งด่วน เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายลงและเพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ยังคงปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่
กระทรวงทรัพยากรน้ำของจีนได้ใช้แบบจำลองประเมินปริมาณน้ำในทะเลสาบแห่งใหม่ และเตือนว่าหากยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง มีความเสี่ยงสูงที่ทะเลสาบแห่งนี้อาจทะลักหรือพังแนวกั้นภายใน 3 วันข้างหน้า
สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานว่า ทะเลสาบที่เกิดขึ้นหลังน้ำป่าไหลหลากอยู่ในภาวะเสี่ยงสูงที่จะทะลักและส่งมวลน้ำลงสู่พื้นที่ปลายน้ำ โดยคาดว่าหากฝนยังตกต่อเนื่อง ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่ทะเลสาบอาจเพิ่มขึ้นประมาณ 3 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือราว 3,000 ล้านลิตร ภายใน 3 วัน ซึ่งเทียบเท่ากับน้ำในสระว่ายน้ำโอลิมปิกประมาณ 1,200 สระ
ทางการจีนเตือนว่า หากแนวกั้นน้ำเกิดการพังทลาย มวลน้ำจำนวนมหาศาลอาจไหลลงสู่พื้นที่ปลายน้ำ และอาจสร้างความเสียหายเพิ่มเติม โดยเฉพาะบริเวณด่านจี๋หลงและพื้นที่ใกล้เคียง
กระทรวงทรัพยากรน้ำของจีนระบุว่า ได้เตรียมแผนรับมือกรณีเกิดน้ำทะลัก พร้อมให้การสนับสนุนภารกิจกู้ภัยฉุกเฉิน ขณะที่เจ้าหน้าที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากฝนที่ยังตกต่อเนื่องอาจทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางปฏิบัติการกู้ภัยค้นหาผู้สูญหายที่ต้องแข่งกับเวลา.
ที่มา : BBC