28 สิงหาคม 2569 เวลา 14:05 น.

‘บวรศักดิ์’ ซัด ความเชื่อมั่นองค์กรอิสระตำต่ำลงเรื่อยๆ หนุน แก้รัฐธรรมูญ ปรับ 5 ข้อ ยึดอำนาจจัดเลือกตั้ง กกต.ให้ส่วนราชการทำแทน กกต.แค่ออกกฎ จับคนทำผิด พร้อมคืนอำนาจให้ประชาชนถอดถอน – ร่นเวลาได้นายกฯใหม่-ปรับการสรรหาองค์กรอิสระ ยกผลวิจัยวิชาการ ชี้ความเชื่อมั่นต่อองค์กรอิสระตกต่ำ
วันที่ 28 ส.ค.เวลา 10.00 น.ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ คณะกรรมาธิการ(กมธ.) กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า จัดเสวนาทางวิชาการ “วิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ: ที่มาและทางออก”โดยมีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตกรรมการกฤษฎีกา และอดีตรองนายกรัฐมนตรีศ นายวิชา มหาคุณ อดีตปรธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และนายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา ร่วมเสวนา
นายบวรศักดิ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ตนไม่ได้ขึ้นเวทีมา ตั้งแต่อายุ 60 ปี ล่าสุดปฏิเสธนายพริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในเวทีวันที่ 29 ส.ค.นี้ เพราะตนไม่ต้องการแสงอะไรทั้งสิ้นแล้วในวันนี้ แต่แหวกม่านประเพณีมาร่วมเวทีนี้ ทั้งนี้ประเทศไทยนี้แปลก จะเข้า OECD หน่วยงานตรวจสอบเรา 25 กลุ่ม มีเรื่องที่เราต้องปรับกว่า 7 หมื่นเรื่อง เรื่องสำคัญใหญ่สุดคือ เรื่องทุจริต ทั้งนี้ในสมัยรัฐบาล “อนุทิน 1” มีการแฉตำรวจกันเอง มีคุกพิเศษในบางขาง รัฐบาลก็เงียบ ตนได้ยกร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยองค์กรอิสระเพื่อการตรวจสอบ และเสนออาจารย์วิชา มหาคุณเป็นประธาน ก็ไม่สน สะท้อนว่าประเทศไทยไม่ได้สนใจเรื่องนี้ คนมีอำนาจไม่เห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ ไม่เร่งด่วน ดังนั้น ที่นายอภิสิทธิ์จัดงานวันนี้ตนจึงเตรียมพูด 3 เรื่อง คือ 1.ที่มา 2.ผลงาน และ 3. ทางออก เน้นการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า การเขียนรัฐธรรมนูญปี 2540 โดยดูและวิเคราะห์ปัญหาการเมืองพบว่าเป็นการแย่งชิงอำนาจกันของทหาร พลเรือน การเมือง ให้เป็นของประชาชน มีอำนาจถอดถอนได้ ทั้งนี้โดยเฉพาะการเมืองไม่สุจริจ มีการซื้อเสียง ซึ่งส่วนหนึ่งมีผลมาจากการออกกฎการเลือกตั้งปี 2521 ห้ามจัดมหรสพ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างผู้สมัคร กับผู้ลงคะแนนหายไป จากที่เคยปราศรัยหลังจบมหรสพไม่มีแล้ว ทำให้ต้องมีคนที่สามคือ หัวคะแนน ซึ่งการเลือกตั้งทุกวันนี้ยังห้ามจัดมหรสพอยู่ ดังนั้นวันนี้หากตนเขียนกฎหมายเลือกตั้ง ตนจะไม่ห้ามการจัดมหรสพ เพราะเป็นคอนแท็กของคนเลือกรับเลือกตั้ง กับผู้เลือกตั้ง แต่การซื้อเสียงเข้ามาแล้วก็จะเข้ามาถอนทุน
นายบวรศักดิ์ กล่าวอีกว่า อดีตการจัดเลือกตั้งทำโดยกระทรวงมหาดไทย คนถึงอยากเป็นรมว.มหาดไทยกันมาก เพราะชี้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอให้เข้าข้างตัวเองได้ และก็ซื้อเสียงด้วย ดังนั้นจึงมีการแก้รัฐธรรมนูญ มีการตั้งองค์กรอิสระต่างๆ รวมถึงกกต. แล้วมีการถ่ายโอนภารกิจเลือกตั้งมาให้กกกต. มีอำนาจ คือ ออกกฎเกณฑ์เลือกตั้ง จัดเลือกตั้ง และ วินิจฉัยชี้ขาด แต่ไม่เด็ดขาด โดยแรกๆ กกต.มีอำนาจในการให้ใบเหลืองได้ แต่คณะรัฐมนตรีนายชวน หลีกภัย ส่งสถาบันพระปกเกล้าวิจัย ก็พบว่า จริงๆ แล้ว กกต.มีอำนาจให้ใบแดง จึงมีการแก้กฎหมายให้ใบแดง เพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งได้ 1 ปี ทั้งก่อน และหลัง ประกาศผลเลือกตั้ง แต่ใบแดงหลังเลือกตั้งกกต.ต้องให้เหตุผลพร้อมส่งศาล โดยกกต.ไต่สวนพบว่ามีหลักฐานอันควรชื่อได้ว่า หรือคดีมีมูล ต้องส่งศาล ไม่ได้ให้กกต.ใช้ดุลยพินิจ ส่วนศาลจะวินิจฉัยลงโทษต้องใช้พยาน หลักฐานจนสิ้นสงสัย ดังนั้นมาตรฐานต่างกัน
ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญ 2560 กกต.มี 7 คน อำนาจเหมือนเดิม ลดลงบ้าง โดยให้ใบเหลือง ใบแดงก่อนเลือกตั้งได้ แต่อำนาจให้ใบเหลือง ใบแดงหลังเลือกตั้งถูกโอนไปที่ศาล ทั้งนี้ต้องยอมรับว่า กกต.ชุกดหลังมีการแทรกแซง คนเริ่มบอกว่าหน้าตากกต.เหมือนพรรค อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ยังนอกจากนี้ยังมีการเพิ่มอำนาจให้ระงับการใช้สิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง ถ้ามีหลักฐานมีส่วนทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริต และใบดำกรณีทุจริต เพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง ถือเป็นโทษตายทางการเมือง ตลอดจนขยายวันรับรองการเลือกตั้งจาก 30 วัน เป็น 60 วัน ทำให้การตั้งรัฐบาลล่าช้า และไม่มีการให้ใบแหลือง ใบแดงก่อนเลย

นายบวรศักดิ์ กล่าวอีกว่า ดังนั้นที่ผ่านมา สถาบันพระปกเกล้า ร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติได้ทำวิจัย ตั้งแต่เริ่มมีองค์กรอิสระปี 2545 พบว่า ชุดแรกๆ มีผลงานดี แต่ปัจจุบันความเชื่อมั่นตกต่ำ เพราะไม่เป็นไปตามที่คาดหวังของประชาชน รวมถึงรัฐบาล และสว. ต่ำกว่า เมื่อสส. รวมไปถึงพรรคการเมือง ทั้งนี้ตนขอเสนอทางออก ให้อภิวัฒน์ พัฒนาไปในทางที่ดี ได้แก่ 1.อภิวัติเวลาได้มาของครม. โดยรัฐธรรมนูญปัจจุบันกำหนดการได้มาของรัฐบาลใหม่ช้า ซึ่งเขียนเหมือน ปี 2475 เมื่อสภาสิ้นอายุ ต้องเลือกตั้งภายใน 45 วัน หากสิ้นอายุยุบสภา เลือกตั้ง 45-60 วัน ปี2560 ขยายให้ กกต. มีเวลาประกาศ 30 วัน อีก 15 วันเรียกประชุมสภา กว่าจะได้ ครม.ใหม่ 5 เดือน
“หากผมเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ จะเขียนให้เลือกตั้ง 30 วันหลังยุบสภา การยุบแล้วเลือกช้า ซื้อกันเยอะ หากยุบแล้วมีเวลาน้อย ซื้อไม่ได้ ต้องทำความดีระหว่างเป็น สส. ส่วนหากสิ้นอายุเมื่อครบวาระ ให้เลือกตั้งภายใน 15 วัน ให้เวลารับรอง 30 วัน เพื่อ กกต. ให้ใบเหลือง ใบส้ม และเรียกประชุมสภา ภายใน 10 วัน ให้เลือกนายกฯให้เสร็จภายใน 30 วันเมื่อเกินครึ่งหนึ่ง หากไม่เกินครึ่งภายใน 15 วันใครได้เสียงสูงสุดได้เป็น ตอนนี้รัฐธรรมนูญไม่เขียนเวลาไว้ อย่านึกว่าไม่เกิดปัญหา” นายบวรศักดิ์ กล่าว
นายบวรศักดิ์ กล่าวต่อว่า 2.อภิวัฒน์การสรรหาการเลือกองค์กรอิสระ คือ กรรมการสรรหา ให้นำบทบัญญัติในร่างรัฐธรรมนูญ 2558 ที่ถูก สปช.ตีตกมาใช้ โดยมาจาก ศาลฏีกา ศาลปกครองสูงสุด พรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองฝ่ายรัฐบาล ครม. พรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองฝ่ายค้าน ส่วนละ 2 คน และประธานองค์กอิสระที่เลือกกันเอง 1 คน ส่วนคนให้ความเห็นชอบต้องใช้ที่ประชุมรัฐสภา ลงคะแนนครั้งเดียว แต่คิดคะแนนเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มสส.รัฐบาล กลุ่มฝ่ายค้านและกลุ่มสว. หากใครได้เสียง 2 กลุ่มจาก 3 กลุ่มให้ได้เป็น และต้องเปิดเผยผลการลงคะแนนและการตรวจสอบประวัติ 3.อภิวัติระบบถอดถอนให้กลับมา หากไม่มีสว.ที่ดีต้องโยงไปถึงประชาชนให้ลงคะแนนได้ เช่น ถอดถอนนายกฯ หรือ รัฐมนตรีให้ใช้การลงมติถอดถอนจากทั้งประเทศ สส. หรือ สว. จำกัดเฉพาะภาคหรือจังหวัด
นายบวรศักดิ์ กล่าวต่อว่า 4.อภิวัฒน์ สำนักงาน กกต. โดยไม่ให้มีอำนาจจัดการเลือกตั้ง แต่ให้เป็นอำนาจของที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงคุมเลือกตั้งโดยให้ใช้องค์กภูมิภาค ท้องถิ่นดำเนินการ ส่วนหน้าที่ของ กกต. จะมี 2 ประเด็นคือ ออกกฎ กำกับการเลือก และจับคนทำผิดเลือกตั้ง ซึ่งตนเคยเขียนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญปี2558 และ5. อภิวัติการยอมรับกลุ่มการเมืองที่ไม่ถึงขั้นต้องเป็นพรรคการเมือง ที่ถูกกำหนดจำนวนสมาชิก 5,000 คน หรือ มีสาขาพรรค เพื่อเป็นทางออกของบ้านเมือง ทั้งนี้ก่อนเขียนรัฐธรรมนูญต้องศึกษาข้อมูลเปรียบเทียบด้วย