โกงสอบ‘ศรีสะเกษ’ จับนายกเฮง อดีตผู้สมัคร สส.พท. เรียกรับเงิน6.5แสน อ้างโดนปลอมไลน์ รวบสาวอบต.อีกคน

28 สิงหาคม 2569 เวลา 06:00 น.

“บิ๊กเต่า” ระบุโกงสอบทำเป็นขบวนการ บุกจับกุม “นายกเฮง” หรือ “ประวิทย์ จารุรัชกุล” อดีตผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย ศรีสะเกษ ขณะกบดานกลางกรุง ข้อหาตุ๋นสอบขรก.ท้องถิ่น เหยื่อจ่าย 6.5 แสน แต่ได้แห้ว ทั้งไม่ยอมคืนเงินจึงแจ้งจับ ผู้ต้องหาปฏิเสธอ้างโดนปลอมไลน์ ฝ่ายนางนกต่อ สาวอบต.ศรีสะเกษไม่รอดโดนรวบด้วย สงขลาสั่งฟัน 74 ข้าราชการท้องถิ่นพ้นเก้าอี้ เซ่นปมทุจริตสอบ  “นายก อบต.-นิพิฏฐ์” จี้ป.ป.ช. กันไว้เป็นพยาน-ลากคอบิ๊กใหญ่เบื้องหลัง

 เมื่อเวลา 11.40 น.วันที่ 27 สิงหาคม 2569 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.มอบหมายให้พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก.และพล.ต.ต.ประสวค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป.นำกำลังจับกุม นายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือนายกเฮง หรือผู้ใหญ่เฮง อายุ 62ปี ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ที่56/2569 ลงวันที่ 25 ส.ค.2569 ข้อหาผู้ใดเรียก รับหรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นเป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจหรือได้จงใจเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐสมาชิกสภาจังหวัดหรือสมาชิกสภาเทศบาล โดยวิธีอันทุจริต หรือผิดกฎหมายหรือโดยอิทธิพลของตนให้กระทำการหรือไม่กระทำการในหน้าอันเป็นคุนคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา143และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา175 โดยจับได้ที่คอนโด ย่านบางโพถนนประชาราษฏร์ สาย1 แขวงและเขตบางซื่อ กทม.

เบื้องหลังตุ๋นโกงสอบ

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก ก่อนหน้านี้มีผู้เสียหายได้รับการชักชวนจากนางนวพร ปรือปรัง เจ้าหน้าที่ทำงานอยู่ที่ อบต.ตองปิด จ.ศรีสะเกษ ผู้ต้องหาตามหมายจับอีกราย ให้สมัครสอบบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่น อ้างว่านายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือนายกเฮง อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย มีโควตาสามารถช่วยเหลือให้สอบผ่านได้ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อจ่ายเงินให้ผู้ต้องหาทั้งสองรวม 3 ครั้ง รวมเป็นเงิน 650,000บาท

ต่อมา หลังการสอบบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่นเสร็จสิ่นปรากฎว่า ผู้เสียหายสอบไม่ผ่านการคัดเลือก จึงทวงถามเงินที่จ่ายไป แต่กลับถูกบ่ายเบี่ยงไม่ยอมคืนเงินเรื่อยมา จึงเข้าแจ้งความกับ พนักงานสอบสวนกก.3.บก.ปปป.ดำเนินคดี ก่อนจะมีการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับไว้

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่า นายประวิทย์ เดินทางออกจากพื้นที่จ.ศรีสะเกษ มาหลบอยู่ จึงนำกำลังเข้าจับกุมดังกล่าว

อ้างโดนปลอมไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมตัว นายประวิทย์ ได้นำผ้าห่มสีชมพูคลุมตัวปกปิดใบหน้า และเปิดเผยเพียงว่าตนถูกปลอมแปลงไอดีไลน์ พร้อมยืนยันว่า ตนไม่รู้เรื่องและไม่ได้อยู่ในขบวนการดังกล่าว รวมถึงไม่มีการรับเงินตามที่ถูกกล่าวหา และไม่มีเส้นทางการเงินโอนเข้าบัญชีของตน

ส่วนกรณีที่ตำรวจสามารถออกหมายจับได้ ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่ามีหลักฐานอื่นหรือไม่ นายประวิทย์ ระบุว่า ขอชี้แจงรายละเอียดเรื่องดังกล่าวในภายหลัง พร้อมยืนยันอีกครั้งว่าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้น

ขณะที่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนศาลอนุมัติออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยพฤติการณ์ที่ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวข้องกับการเป็นตัวกลางเรียกรับผลประโยชน์ อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของคดีต้องรอให้ทางผู้บัญชาการตรวจสอบส่วนกลางเป็นผู้ให้ข้อมูลต่อไป เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อน

รวบนางนกต่อที่ศรีษะเกษ

ขณะเดียวกัน ภายหลังจับกุม นายประวิทย์ วานิชรัขกุล หรือนายกเฮง ได้แล้ว พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป.สั่งการให้ตำรวจ กก.3.บก.ปปป. อีกชุดนำกำลังไปจับกุม นางนวพร ปรือปรัง อายุ 35 ปี เจ้าหน้าที่ อบต.ตองปิด ผู้ต้องหาอีกรายตามหมายจับ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ที่57 /2569 ลงวันที่ 25 ส.ค.2569 ข้อหาเดียวกัน ได้ที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอน้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ หลังร่วมกับนายประวิทย์ วานิชรัขกุล หรือนายกเฮง เรียกรับเงินจากผู้เสียหายที่ต้องการสอบเป็นข้าราชการท้องถิ่น ก่อนนำตัวไปทำบันทึกจับกุมที่สภ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ ดำเนินคดีต่อไป

สงขลาสั่งฟัน74ขรก.สีเทา

มีรายงานความคืบหน้าจากคณะกรรมการพนักงานส่วนท้องถิ่นจังหวัดสงขลา (ก.จ.สงขลา , ก.ท.สงขลา และ ก.อบต.สงขลา) กรณีการตรวจสอบคุณสมบัติและผลการสอบของข้าราชการท้องถิ่นที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งลงในพื้นที่จังหวัดสงขลาจำนวน 2 รุ่น รวมทั้งสิ้น 114 ราย โดยล่าสุดได้มีการประกาศขึ้นบัญชีและจัดลำดับคะแนนผู้สอบผ่านใหม่

จากผลการพิจารณาปรากฏรายละเอียดดังนี้ 1.ผู้สอบผ่านขึ้นบัญชีและลำดับคะแนนถึง จำนวน 40 ราย ให้มีคำสั่งบรรจุแต่งตั้งและปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิม ณ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเดิมต่อไป 2.ผู้สอบผ่านขึ้นบัญชี แต่ลำดับคะแนนยังไม่ถึง จำนวน 1 ราย ให้มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน โดยยังคงมีชื่ออยู่ในบัญชีผู้สอบผ่านและรอการเรียกบรรจุแต่งตั้งตามลำดับเมื่อมีตำแหน่งว่าง และ 3.ผู้สอบไม่ผ่านและไม่ได้ขึ้นบัญชีตามประกาศใหม่ จำนวน 73 ราย ให้มีคำสั่งให้ออกจากราชการและพ้นสภาพการเป็นข้าราชการท้องถิ่นทันที โดยจากผลสรุปดังกล่าว ส่งผลให้มีข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่นในจังหวัดสงขลา ต้องพ้นจากราชการรวมทั้งสิ้น 74 ราย (แบ่งตามสังกัด อปท. ได้แก่ สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) 1 ราย, สังกัดเทศบาล 22 ราย และสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) 51 ราย)

นายกฯอบต.จี้ฟันนายหน้า

นายร่อเหต  รักหมัด นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าหมอไทร อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ขณะนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่กำลังรอหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการพร้อมหลักฐานคะแนนจากคณะกรรมการกลาง (ก.กลาง) ประจำจังหวัด คาดว่าจะดำเนินการส่งมอบและออกคำสั่งเรียบร้อยอย่างช้าที่สุดภายในวันที่ 30 สิงหาคมนี้ เนื่องจากคณะกรรมการกลางสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ได้กำหนดกรอบเวลาให้ทุกอย่างเสร็จสิ้นสมบูรณ์ภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ซึ่งในเชิงปฏิบัติต้องยึดตามระเบียบของ กสถ. และ ก.กลาง อย่างเคร่งครัด

อย่างไรก็ตาม นายร่อเหต กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนและกลุ่มผู้บริหาร อปท. มีความเห็นตรงกันว่า แม้ความผิดเกี่ยวกับการทุจริตจะปรากฏชัดเจน แต่ต้นเหตุและกระบวนการทุจริตทั้งหมดเกิดจากบุคคลอื่น ทว่าผลกรรมและโทษกลับตกอยู่กับข้าราชการระดับล่างที่ถูกสั่งให้ออกจากราชการ นอกจากจะถูกให้ออกแล้ว ยังถูกตัดสิทธิ์ในการสมัครสอบเข้ารับราชการตลอดชีวิต และถูกดำเนินคดีอาญาเพิ่มเติมอีกด้วย ซึ่งถือว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างยิ่ง เนื่องจากข้าราชการที่ถูกสั่งให้ออกมากกว่าร้อยละ 90 ไม่ทราบถึงขั้นตอนการทุจริตเบื้องหลัง และไม่ได้มีเงินจำนวนมากมายถึง 5–6 แสนบาทไปใช้ซื้อตำแหน่งตามที่มีข่าว ความผิดที่แท้จริงควรจะตกอยู่กับกลุ่มคนที่เอาตำแหน่งมาขายและผู้ที่ได้รับผลประโยชน์โดยตรงมากกว่า

แนะกันเหยื่อไว้เป็นพยาน

ด้าน นายนิพิฎฐ์    อินทรสมบัติ   อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดพัทลุง ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าวว่า เสนอให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิจารณาใช้มาตรการ “กันตัวข้าราชการท้องถิ่นที่ถูกให้ออกไว้เป็นพยาน” เพื่อขยายผลสืบสวนและดำเนินคดีอาญากับบุคคลระดับสูง หรือกลุ่มขบวนการเบื้องหลังที่มีอำนาจจัดสรรตำแหน่งทุจริตดังกล่าว

สุดท้าย นายนิพิฎฐ์ ระบุอีกว่า หากมีความจำเป็นควรนำบุคคลเหล่านี้เข้าสู่โครงการคุ้มครองพยานของรัฐ เพื่อสร้างความปลอดภัย คืนความเป็นธรรมทางโอกาส และสร้างโอกาสที่เป็นธรรมให้กับประชาชนคนบริสุทธิ์ ตลอดจนล้างบางขบวนการทุจริตในระบบราชการท้องถิ่นอย่างถอดรากถอนโคน

กมธ.ป.ป.ช.ยถกปมทุจริต

นายอาสพลธ์    สรรณ์ไตรภพ   สส. ศรีสะเกษ   พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม กมธ.ว่า จะเป็นการพิจารณาเรื่องทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งเชิญนายพิบูล ผ่ายดี อดีตนายกนายกเทศมนตรีตำบลตาดทอง จ.ยโสธร มาให้ข้อเท็จจริง เพราะได้ไปแจ้งความที่ จ.ศรีสะเกษ ว่าได้จ่ายเงินให้กับนายหน้าจำนวน 2,000,000 กว่าบาท เพื่อบรรจุ 5 คนเข้ารับราชการ แต่เมื่อประกาศผลสอบปรากฏว่ากลับไม่มีใครได้รับราชการเลย จึงได้เชิญมาเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงและบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ในสภาผู้แทนราษฎร

 “ปัญหาการทุจริตข้อสอบท้องถิ่น ไม่ใช่เพิ่งเกิดครั้งนี้ แต่เกิดมานานแล้ว แต่เราจับไม่ได้เพราะอะไร เพราะTOR ในอดีตไม่ได้ระบุให้จัดเก็บเอกสาร หลักฐานเอาไว้ เพราะฉะนั้นเมื่อมีการตรวจสอบ ข้อเท็จจริงจนกระทั่งไปสู่ศาลหน่วยงานรัฐก็จะแพ้ทั้งหมด ” นายอาสพลธ์ กล่าว

จับนายกเฮงศรีสะเกษอดีตผู้สมัครสส.พท.โกงสอบท้องถิ่น

Leave a comment