
29 ส.ค. 2569 09:59 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
ยอดผู้สูญหายพุ่งกว่า 2,400 คน เหตุน้ำท่วมเนปาล-ทิเบต ยอดเสียชีวิต 616 ราย
ค้นหาและกู้ภัยเร่งฝ่ากองโคลนช่วยผู้รอดชีวิต หลังมวลน้ำและเศษซากจากธารน้ำแข็งถล่มกวาดหมู่บ้านในเนปาลและทิเบต ขณะที่ยอดผู้สูญหายพุ่งเกิน 2,400 คนแล้ว
สถานการณ์น้ำท่วมและดินถล่มครั้งรุนแรงในพื้นที่ชายแดน เนปาลและจีน ยังคงวิกฤต เมื่อจำนวนผู้สูญหายเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 2,400 คน ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตท่ามกลางสภาพพื้นที่เต็มไปด้วยโคลนและเศษซาก หลังมวลน้ำและดินจำนวนมหาศาลไหลบ่าราวกับกำแพงน้ำ กวาดหมู่บ้านและพื้นที่ชุมชนจนได้รับความเสียหายอย่างหนัก
มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่สามารถกู้ร่างผู้เสียชีวิตได้แล้ว 616 ราย โดยบางศพถูกกระแสน้ำพัดลงมาตามแม่น้ำไกลถึงประเทศอินเดีย
เนปาลสูญหายเกือบ 2,000 คน
หน่วยงานจัดการภัยพิบัติของเนปาลเปิดเผยตัวเลขล่าสุดว่า มีผู้สูญหายหรือไม่สามารถติดต่อได้ในประเทศ 1,924 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติ 517 คน โดยตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างมาก หลังทางการนำรายชื่อคนงานในโครงการพลังงานไฟฟ้าพลังน้ำอีก 933 คน เข้ามารวมในบัญชีผู้สูญหาย
ก่อนหน้านี้รายงานจำนวนผู้สูญหายในเนปาลอยู่ที่ 977 คน ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตในเนปาลอยู่ที่ 579 ราย
บรรดาญาติของผู้สูญหายเดินทางไปตามโรงพยาบาลในกรุงกาฐมาณฑุ เพื่อค้นหาข่าวคราวของคนในครอบครัว โดยมีการติดภาพถ่ายและรายชื่อผู้สูญหายไว้ตามผนังโรงพยาบาล
หญิงชาวเนปาลวัย 27 ปีรายหนึ่ง ซึ่งกำลังตามหาน้องชายเปิดเผยว่า ครอบครัวไม่รู้ว่าน้องชายอยู่ที่ไหน และได้แต่หวังว่าเขาจะยังปลอดภัย พร้อมบอกว่าเธอและครอบครัวสูญเสียทุกอย่างจากภัยพิบัติครั้งนี้
USGS ชี้ธารน้ำแข็งถล่มเป็นต้นเหตุ
สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ หรือ USGS ระบุว่า ภัยพิบัติครั้งนี้เกิดจาก การพังถล่มของธารน้ำแข็ง ซึ่งทำให้เกิดกระแสน้ำและเศษซากน้ำแข็ง ดิน และหินจำนวนมหาศาลไหลทะลักลงมาอย่างรุนแรง
เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นภัยพิบัติที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในเนปาล นับตั้งแต่เหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อปี 2558
มวลน้ำและโคลนที่ไหลลงมาอย่างรุนแรงยังทำให้เกิดทะเลสาบขนาดใหญ่หลายแห่งจากการสะสมของเศษซาก และหนึ่งในนั้นกำลังกลายเป็นภัยคุกคามต่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่กำลังค้นหาผู้สูญหาย
ตำรวจเนปาลจึงออกคำเตือนให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัยทันที หลังได้รับข้อมูลว่าเขื่อนกั้นน้ำแห่งหนึ่งทางฝั่งทิเบตแตกอีกครั้ง
จีนระงับภารกิจกู้ภัย หวั่นน้ำทะลักซ้ำ
สถานการณ์ฝั่งทิเบตของจีนก็ยังน่าเป็นห่วง โดยทางการจีนต้องระงับปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยในพื้นที่ จี๋หลง ซึ่งได้รับความเสียหายหนักที่สุด เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดน้ำท่วมระลอกใหม่ ก่อนที่ทางการจะประกาศในเวลาต่อมาว่าสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย
สถานีโทรทัศน์ CCTV ของจีนรายงานว่า ทะเลสาบที่เกิดจากกองเศษซากขนาดมหึมาเริ่มมีน้ำเอ่อล้นไปยังพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังมุ่งหน้าเข้าไป อย่างไรก็ตามต่อมามีรายงานว่าระดับน้ำในแอ่งดังกล่าวลดลงแล้ว ทำให้การค้นหาและกู้ภัยสามารถเดินหน้าต่อได้อย่างเป็นระบบ
ขณะที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เป็นประธานการประชุมหารือเกี่ยวกับภารกิจกู้ภัย และแสดงความพร้อมให้จีนช่วยเหลือปฏิบัติการฉุกเฉินของเนปาล
เร่งช่วยคนงานกว่า 100 คนติดอยู่ในอุโมงค์
หนึ่งในภารกิจกู้ภัยที่สำคัญคือการช่วยเหลือคนงานและประชาชนที่ติดอยู่บริเวณโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ Trishuli 3A โดยกองทัพเนปาลตรวจพบผู้ประสบภัยติดอยู่ภายในอุโมงค์ และพยายามหาทางเข้าไปช่วยเหลือ
กองทัพส่งเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำเข้าปฏิบัติการ แต่การช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากเจ้าหน้าที่แทบไม่สามารถระบุจุดทางเข้าอุโมงค์ได้ หลังพื้นที่โดยรอบถูกน้ำและโคลนถล่มปกคลุม
เจ้าหน้าที่ระบุว่า สามารถอพยพคนงานและประชาชนออกจากพื้นที่ได้แล้วประมาณ 350 คน แต่ยังมีผู้ติดอยู่ในพื้นที่เดียวกันมากกว่า 100 คน ที่ต้องเร่งช่วยเหลือ
ผู้รอดชีวิตจากโครงการเขื่อนและโรงไฟฟ้าอื่น ๆ ในหุบเขาแม่น้ำตรีศูลี เล่าว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง คนงานจำนวนมากไม่มีเวลาตั้งตัว
ชายคนหนึ่งเปิดเผยว่า เขารอดชีวิตมาได้เพราะขณะเกิดน้ำท่วม เขาอยู่ภายในอุโมงค์ของเขื่อน แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ทำงานอยู่อีกฝั่งถูกกระแสน้ำกวาดหายไปทั้งหมด
ศพถูกกระแสน้ำพัดถึงอินเดีย
ผลกระทบจากภัยพิบัติไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในเนปาลและจีน โดยทางการอินเดียรายงานว่า พบศพ 7 ราย ในแม่น้ำที่ไหลมาจากเนปาล และเชื่อว่าเป็นผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้
ส่วนฝั่งทิเบต สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตแล้ว 7 ราย และยังมีผู้สูญหายอีก 554 คน
ทางการจีนยังเปิดเผยว่า ได้อพยพนักท่องเที่ยวที่ติดค้างออกจากพื้นที่ทิเบตแล้ว 555 คน รวมถึงประชาชนชาวจีนอีก 499 คน
นักแสวงบุญไปเขาไกรลาส สูญหายจำนวนมาก
หนึ่งในกลุ่มผู้สูญหายคือบรรดานักแสวงบุญชาวฮินดูจากหลายประเทศ ซึ่งกำลังเดินทางไปยัง เขาไกรลาส (Mount Kailash) สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในทิเบต
หญิงวัย 46 ปีรายหนึ่งเล่าว่า เธอเดินทางด้วยรถบัสพร้อมผู้โดยสารอีก 56 คน มุ่งหน้าไปยังชายแดนจีน แต่รถต้องหยุดกลางทาง โดยในตอนแรกทุกคนคิดว่าเป็นเพียงการจราจรติดขัด
จากนั้นหมอก ควัน และบางสิ่งบางอย่างก็เข้าปกคลุมพื้นที่อย่างฉับพลัน ก่อนที่เธอจะเห็นมวลน้ำและเศษซากจำนวนมหาศาลพุ่งเข้ามา
รถหลายคันถูกกระแสน้ำกวาดหายไปหรือถูกโคลนฝัง ขณะที่ผู้โดยสารบนรถต้องพยายามปีนออกทางฝั่งคนขับ ก่อนพากันหนีขึ้นไปบนเนินเขาเพื่อเอาชีวิตรอด
เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงเดินหน้าค้นหาผู้สูญหาย ท่ามกลางความกังวลว่าอาจเกิดน้ำท่วมและดินถล่มระลอกใหม่ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยและช่วยเหลือผู้ที่ยังติดอยู่.
ที่มา: channelnewsasia