29 สิงหาคม 2569 เวลา 06:00 น.

‘เสธ.ปูด้วง’นั่งเลขาสมช. ลุยแก้ไฟใต้ นายกฯปรับยุทธศาสตร์ คุมเข้มรับถกครม.สัญจร
ผบช.ภ.9 สั่งคุมเข้ม พร้อมรับ ครม.สัญจร จ.สงขลา แจงเหตุอ้าง ฮ.ยิงโจ๋ รอผลตรวจสอบกระสุนให้ชัดเจน ขณะที่ประชุม สมช. เคาะ‘เสธ.ปูด้วง’ นั่งเลขาฯ สมช.คนใหม่ นายกฯ เผยปรับยุทธศาสตร์ดูแลพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้าน “สุรเดช”คาใจเหตุป่วนใต้ รัฐบูรณาการทำงานจริงหรือไม่ แนะตั้งรางวัลนำจับจูงใจชาวบ้าน
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (ผบช.ภ.9) กล่าวภายหลังประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ครั้งที่ 6/2569 ถึงการเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร ที่ จ.สงขลา ว่าจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทุกฝ่ายได้ประชุมและติดตามสถานการณ์ทุกวัน เพื่อดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ รวมถึงการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และภารกิจของ ครม.โดยประเมินสถานการณ์ด้านความมั่นคง ติดตามเหตุการณ์ที่อาจกระทบต่อความเรียบร้อย พร้อมประสานการทำงานร่วมกับทหาร ผวจ.สงขลา และ ผวจ.ทั้ง 7 จังหวัดพื้นที่ภาคใต้
พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ กล่าวอีกว่า ไม่ใช่ว่าไม่มีความกังวล แต่เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้เตรียมการและทำงานอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะช่วงที่นายกรัฐมนตรี เดินทางลงพื้นที่ ซึ่งตำรวจให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากนายกฯ เป็นผู้บริหารประเทศ จึงจำเป็นต้องดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด รัดกุม
ส่วนกรณีที่คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ ระบุถึงการตรวจสอบกระสุนปืนที่ถูกอ้างว่าอาจถูกใช้ยิงจากเฮลิคอปเตอร์ตรวจการณ์ โดยตำรวจขอเวลา 3 วัน เพื่อพิสูจน์นั้น พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ กล่าวว่า ขอรอผลการสอบสวนและการตรวจพิสูจน์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจน โดยตำรวจจะดำเนินการด้วยความละเอียดรอบคอบ เนื่องจากเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบหลักฐานอย่างรอบด้าน
นอกจากนี้ ในที่ประชุม สมช.ซึ่งมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เป็นประธานฯ มีวาระสำคัญคือการเสนอชื่อ เลขาฯ สมช.คนใหม่ แทนนายฉัตรชัย บางชวด ที่ ครม.เมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา มีมติให้โยกย้ายไปเป็นปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
มีรายงานว่าการประชุม สมช.วันเดียวกันนี้ มีการเสนอชื่อ พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก เป็นเลขาธิการ สมช.คนใหม่ ซึ่งตามขั้นตอน หลังจากที่ประชุม สมช.ให้ความเห็นชอบแล้ว จะเสนอขอความเห็นชอบต่อที่ประชุม ครม.ต่อไป ซึ่งก่อนการประชุม ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามนายอนุทิน ว่าจะเคาะรายชื่อเลขาธิการ สมช.คนใหม่ เลยหรือไม่ โดยนายอนุทิน พยักหน้ารับ ก่อนจะเข้าประชุม
จากนั้นนายอนุทิน กล่าวภายหลังการประชุม ว่าที่ประชุมเคาะรายชื่อเลขาฯ สมช.คนใหม่ เมื่อถามว่าเป็นชื่อ พล.อ.ชัยพฤกษ์ หรือไม่ นายอนุทิน ตอบรับว่าครับ เมื่อถามว่าเป็นไปตามความเหมาะสมที่ต้องการนำทหาร มาดูแล สมช.ในสถานการณ์ปัจจุบันใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าครับ เหมาะสม วันนี้เสียงไม่มี พูดได้แค่นี้ เรียบร้อยทุกอย่าง เมื่อถามอีกว่า เป็นการวางตัวคนเหมาะสมกับงานใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ถูกต้อง นั่นเป็นหลักสำคัญที่สุดอยู่แล้ว
ต่อข้อถามถึงสถานการณ์จังหวัดชายแดนใต้ มีรายงานเข้ามาอย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า มีการนำเสนอยุทธศาสตร์การบริหารจัดการสถานการณ์ ช่วงนี้เราได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน การบริหารจัดการสถานการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเรื่องความมั่นคง ทุกอย่างก็น่าจะเป็นไปในแนวทางที่ดี
ด้านนายสุรเดช ยะสวัสดิ์ อดีต สว.และ สส.กล่าวถึงสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีการก่อเหตุป่วนกว่า 51 จุด ว่ามีข้อสังเกตว่าเทคโนโลยีที่ใช้ในพื้นที่ อย่างกล้องวงจรปิด ซึ่งรัฐจัดสรรงบประมาณจำนวนมาก ทำไมยังมีปัญหากล้องเสีย ใช้งานไม่ได้ ใครเป็นผู้ดูแล และที่พูดกันเสมอ ว่ามีการทำงานแบบบูรณาการนั้น จริงหรือไม่
นายสุรเดช กล่าวต่อว่า กล้องวงจรปิดในพื้นที่ เราใช้กันมานานแล้ว ตนเคยเสนอตั้งแต่ยังเป็น สว.ว่าปัจจุบันเทคโนโลยีทันสมัยขึ้นมาก เจ้าหน้าที่สามารถดูกล้องวงจรปิดจากโทรศัพท์มือถือได้แล้ว มีการอัพเกรดเทคโนโลยีกันหรือไม่ หรือระดับปฏิบัติละเลยหรือไม่ ใครเป็นผู้ดูแล ต้องประสานกัน โดยเฉพาะท้องถิ่นต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง ตรวจสอบว่ากล้องวงจรปิดใช้การได้จริงกี่ตัว
อย่างไรก็ตาม นายสุรเดช เสนอว่าควรต้องมีหน่วยงานแทรกซึมในมวลชน ซึ่งปัจจุบันในส่วนของทหารและตำรวจ มีอยู่แล้ว ที่ฝังตัวอยู่กับชาวบ้าน ส่วนชาวบ้านเราไม่รู้ว่าใครเป็นใคร บางคนเป็นผู้ก่อการร้าย แฝงตัวเข้ามา เราต้องทันเกมคนพวกนี้ เพราะเขาโจมตีแบบใต้ดิน วางแผนซุ่มโจมตี เมื่อถึงเวลาก็ก่อเหตุร่วมกัน ทำให้ภาครัฐทำงานลำบาก ซึ่งหน่วยงานรัฐต้องอัพเกรดตัวเองตลอดเวลา ผู้ที่เจตนาก่อความไม่สงบบางครั้งปลอมตัวเป็นพลเมืองทั่วไป ข้อมูลตรงนี้ต้องได้ในเชิงลึก
นอกจากนี้ขอเสนอให้สร้างแรงจูงใจเพื่อให้ประชาชนเป็นแนวร่วมของรัฐ โดยให้รางวัลนำจับ หรือแจ้งเบาะแส ถือว่าสำคัญมาก เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ดี เพราะความไม่สงบ ช่วงที่ผ่านมา มีคนตกงานจำนวนมาก เมื่อตกงานจึงเสี่ยงที่จะถูกดึงไปร่วมกับฝ่ายที่กระทำผิดกฎหมาย ดังนั้นรัฐต้องมีงบประมาณส่วนนี้สร้างแรงจูงใจ ขณะเดียวกัน ต้องทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ให้ความร่วมมือกับรัฐอย่างจริงจังไห้ได้
“ส่วนการประกาศเคอร์ฟิว ไม่อยากให้ประกาศเฉพาะเวลาเกิดเหตุเพียงไม่กี่วัน แต่ต้องคงไว้ต่อเนื่อง ไม่เช่นนั้นเจ้าหน้าที่รัฐทำงานไม่ได้ อาจจะเคอร์ฟิวตั้งแต่เวลา 22.00–06.00 น.ไม่ให้ออกจากบ้าน เพราะจะทำให้เจ้าหน้าที่สามารถปูพรมตรวจสอบได้ ซึ่งปัจจุบันมีเทคโนโลยีในการตรวจสอบมากมาย แต่ต้องมีพื้นที่ให้เขาลงไป และไม่กระทบกับประชาชนผู้บริสุทธิ์” นายสุรเดช กล่าว
ครม.สัญจร, ชายแดนภาคใต้, พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์, เลขาสมช., ไฟใต้