
30 ส.ค. 2569 12:20 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
เกาหลีเหนือปลดรัฐมนตรีกลาโหม ปรับโครงสร้างผู้นำทหารครั้งใหญ่
เกาหลีเหนือปรับโครงสร้างผู้นำกองทัพครั้งสำคัญ โดยปลด “โน กวังชอล” จากตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม และแต่งตั้ง คิม ซองกี ขึ้นดำรงตำแหน่งแทน ขณะที่นายทหารระดับสูง พัค จอง-ชอน หวนกลับมารับตำแหน่งรองประธานคณะกรรมาธิการทหารกลาง ท่ามกลางการเร่งพัฒนาศักยภาพทางทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์ของเกาหลีเหนือ
สำนักข่าวศูนย์กลางเกาหลี (KCNA) สื่อรัฐบาลเกาหลีเหนือ รายงานว่า รัฐบาลเกาหลีเหนือได้ปรับเปลี่ยนตำแหน่งผู้นำระดับสูงในกองทัพอย่างเป็นทางการ ตามมติจากการประชุมคณะกรรมการการทหารส่วนกลางของพรรคแรงงานเกาหลี (WPK) ซึ่งมี นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุด เป็นประธานการประชุม
รายงานระบุว่า นายโน กวังชอล ได้ถูกปลดออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และถูกลดบทบาทลงไปดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการฝ่ายแรกของกรมอุตสาหกรรมกระสุนและยุทธภัณฑ์ โดยทางการเกาหลีเหนือได้แต่งตั้ง นายคิม ซองกี อดีตผู้อำนวยการสำนักการเมืองทั่วไปของกองทัพประชาชนเกาหลี ขึ้นมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนใหม่แทน
นอกจากนี้ ยังมีการแต่งตั้ง นายพัค จองชอน เจ้าหน้าที่ทหารระดับอาวุโส เข้าดำรงตำแหน่งรองประธานคณะกรรมการการทหารส่วนกลาง และกลับเข้าสู่ทำเนียบสมาชิกโพลิตบูโรของพรรคแรงงานอีกครั้ง หลังจากที่เคยหลุดจากตำแหน่งเนื่องจากคาดการณ์ว่ามีปัญหาด้านสุขภาพและอายุ โดยการปรับโครงสร้างครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับประสิทธิภาพและความเป็นเอกภาพในการบริหารจัดการกองทัพเกาหลีเหนือ
สื่อรัฐบาลเกาหลีเหนือยังได้เผยแพร่ภาพ นายคิม จองอึน เข้าร่วมพิธีมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์และรางวัลเกียรติยศระดับชาติให้แก่กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย และเจ้าหน้าที่จากสถาบันวิจัยการป้องกันประเทศ เพื่อยกย่องความสำเร็จในการพัฒนาเทคโนโลยีและระบบอาวุธต่อสู้รุ่นใหม่
นายคิม จองอึน ได้กล่าวยกย่องทีมนักวิจัยว่าเป็น “วีรบุรุษและผู้รักชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุด” ซึ่งผลงานนวัตกรรมทางเทคโนโลยีการทหารครั้งล่าสุดนี้ ถือเป็นการปฏิวัติครั้งสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพการป้องกันประเทศ แม้สื่อเกาหลีเหนือจะไม่ได้ระบุรายละเอียดอย่างชัดเจนว่าเป็นอาวุธประเภทใดก็ตาม แต่ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นหลังจากเกาหลีเหนือเพิ่งทดสอบระบบเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้องและปืนใหญ่ระยะไกลรุ่นใหม่ไปเมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
การปรับทัพและประกาศความสำเร็จทางทหารของเกาหลีเหนือ เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลียังคงพุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะหลังจากเกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ได้ออกมายืนยันแผนการเตรียมจัดพิธีซ้อมรบทางทะเลร่วมกันสามฝ่ายภายใต้ชื่อ “Freedom Edge” ในระหว่างวันที่ 7–11 กันยายน ในบริเวณน่านน้ำสากลทางตะวันออกและตอนใต้ของเกาะเชจู
แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ จะเคยสั่งลดขนาดการซ้อมรบร่วมระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้เพื่อเปิดทางในการเจรจา และกล่าวชื่นชมผู้นำเกาหลีเหนือ แต่ทางการเกาหลีเหนือยังคงแสดงท่าทีแข็งกร้าวอย่างต่อเนื่อง ด้วยการประณามการอนุมัติขายอาวุธของสหรัฐฯ ให้แก่เกาหลีใต้ รวมถึงการทดสอบยิงขีปนาวุธตอบโต้เป็นระยะ เพื่อแสดงจุดยืนปฏิเสธการแทรกแซงจากชาติตะวันตก.