30 สิงหาคม 2569 เวลา 12:41 น.

30 สิงหาคม 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึง นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่า [ 3 ข้อค้นพบใหม่เพื่อประกอบการพิจารณา เกี่ยวกับข้อกล่าวหาและคำชี้แจง รมต. นภินทร ในคดีโกง สว.
สรุป ข้อค้นพบใหม่:
(1) พยานหลายคนที่อยู่ในเหตุการณ์ที่ห้องทำงานรัฐมนตรี (24 & 25 มิ.ย. 2567) เป็นผู้ที่พัวพันกับข้อกล่าวหาเรื่องการโกง สว. หรือ ทีมงานที่น่าจะใกล้ชิดกับ รมต. นภินทร และตามไปช่วยงานต่อที่ สสว.
(2) 1 จาก 2 สว. จาก จ.ราชบุรี ที่ รมต. นภินทร ยอมรับว่ารู้จัก (โดยบอกว่าเป็น “อดีต ผอ.พลังงาน ที่ช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งทำงานสัมพันธ์กันอยู่”) เคยมีบทบาทเป็นที่ปรึกษาตลาดศรีเมืองของ รมต. นภินทร
(3) ผู้สมัคร สว. อีกกลุ่ม ที่อยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ ในห้วงเวลาเดียวกับเหตุการณ์ในห้องทำงาน รมต. (1 วันก่อนการเลือก สว. ระดับประเทศ) คือ สว. ภาวนา (ราชบุรี) กับ สว.วราภัสร์ (เพชรบุรี) ซึ่งอยู่ในรายชื่อผู้ถูกกล่าวหา 229 คน [แต่ในประเด็นนี้ รมต. ยืนยันแล้วว่าไม่ได้เจอผู้สมัคร สว. คนอื่นเลย (นอกจากเหตุการณ์ในห้องทำงาน) ในวันดังกล่าว / ดังนั้นคำถามนี้ต้องถามไปที่ สว. 2 คน]
เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โปรดอ่านรายละเอียดข้างล่างทั้งหมดที่ผมพยายามนำเสนอข้อมูลทั้ง 2 ด้าน
—
เมื่อ 2 วันก่อน ผมได้มีโอกาสซักถาม-แลกเปลี่ยนกับ รมต. นภินทร ในช่วงเช้าในรายการกรรมกรข่าว คุยนอกจอ และได้ย้อนฟังคำชี้แจงของ รมต. ในช่วงบ่ายที่ทำเนียบ (ซึ่งผมเห็นว่าเป็นเรื่องดีที่ รมต. ได้มาชี้แจงข้อกล่าวหาโดยละเอียดในทุกประเด็น) โดยผมค้นพบว่า รมต. มีการพูดถึงหลายประเด็นใหม่ ที่อยู่นอกเหนือจากคำชี้แจงต่อข้อกล่าวหาเดิม
เมื่อวาน ผมจึงได้เจาะลึกต่อและได้ค้นพบข้อมูลเพิ่มเติม โดยได้นำเสนอไปบนเวทีฝ่ายค้านเมื่อวานช่วงเช้า และขอนำมาเผยแพร่ผ่านช่องทางนี้ในวันนี้
แต่ก่อนจะนำเสนอข้อมูลเพิ่มเติม ผมยืนยันว่าผมเข้าใจดีถึงความสำคัญของการฟังความทั้ง 2 ด้าน แต่ผมต้องย้ำข้อเท็จจริงที่ว่า ผมไม่ใช่คนเดียวที่ฟังความทั้ง 2 ด้านแล้ว และยังเห็นว่าเรื่องนี้มีความน่าสงสัย
การพิจารณาของ กกต. ที่ผ่านมาในลำดับชั้นต่างๆ ก็ได้มีการฟังความทั้ง 2 ด้าน และได้ลงความเห็นไปแล้วใน 3 ชั้น:
1. คณะไต่สวนชุดที่ 26 : เห็นว่าควรสั่งฟ้อง รมต. นภินทร (เห็นว่าควรสั่งฟ้องทั้งหมด 229 คน)
2. รองเลขาฯ กกต. ที่ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาฯ: เห็นว่าควรสั่งฟ้อง รมต. นภินทร (อ้างอิงเอกสารจาก iLaw)
3. คณะอนุฯวินิจฉัยที่ 36 : เห็นว่าควรยกคำร้อง รมต. นภินทร (เห็นว่าควรยกคำร้องทุกคน)
จะเห็นได้ว่า:
– 2 จาก 3 ชั้น เห็นว่าควรสั่งฟ้อง รมต. นภินทร
– ชั้นเดียวที่ลงความเห็นว่าควรยกคำร้อง รมต. นภินทร คือ คณะอนุฯวินิจฉัยที่ 36
โดยอนุฯวินิจฉัยที่ 36 นี้ คือ อนุฯที่ลงความเห็นว่าไม่มีใครจาก 229 คนมีมูลความผิดแม้แต่คนเดียว ซึ่งทำให้เกิดคำถามถึงความน่าเชื่อถือในการทำงานของชุดที่ 36 เนื่องจากเป็นการยกคำร้องอีกหลายคนที่ความจริงแล้ว มีหลักฐานที่น่าสงสัยมากกว่ากรณี รมต. นภินทร เสียอีก (เช่น กรณีอื่นที่มีเส้นทางการเงิน)
–
ก่อนจะเจาะลึกข้อมูลใหม่ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เราคงต้องเริ่มต้นด้วยการสรุปข้อเท็จจริงเดิมที่เป็นข้อยุติแล้ว (และได้รับการยืนยันจาก รมต.) และข้อกล่าวหากับคำชี้แจง ที่ยังไม่ตรงกัน (เพื่อให้เห็นข้อมูลของทั้ง 2 ฝั่ง)
1. เป็นข้อยุติแล้ว ว่า รมต. นภินทร ได้พบเจอกับผู้สมัคร สว. (นามสมมุติ นาย A) ที่ห้องทำงาน รมต. ที่กระทรวงพาณิชย์ 2 ครั้ง (24 มิ.ย. 2567 & 25 มิ.ย. 2567) “จริง” / แต่ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องทำงาน ยังต่างกัน:
– ข้อกล่าวหา (จาก นาย A): มีการพูดคุยกันเรื่องการเลือก สว. โดยทาง รมต. มีการขอให้เซ็นใบลาออก สว. ล่วงหน้า
– ผู้ถูกกล่าวหา (รมต. นภินทร) เป็นการพูดคุยกันเรื่องปัญหาไก่งวง / ไม่เคยมีการช่วยเหลือเรื่อง สว. และไม่เคยมีการขอให้เซ็นใบลาออก
2. เป็นข้อยุติแล้ว ว่าหนังสือร้องเรียนเรื่องไก่งวง ไม่มีการลงรับในระบบของกระทรวง “จริง” / แต่สาเหตุในการไม่มีการลงรับในระบบของกระทรวง ยังต่างกัน:
– ข้อกล่าวหา-ข้อสงสัย: ในเมื่อไม่มีการลงรับ จึงมีการตั้งคำถามว่าเป็นเอกสารที่นำมาใช้ย้อนหลังหรือไม่
– ผู้ถูกกล่าวหา: ไม่มีการลงรับ เพราะโครงการที่ถูกเสนอในหนังสือร้องเรียน เป็นสิ่งที่รัฐบาลไม่สามารถทำได้-ไม่มีงบอุดหนุน จึงไม่ได้ลงรับเพราะไม่ได้จะมีการดำเนินการใดๆต่อ
3. เป็นข้อยุติแล้ว ว่าคนอื่นที่อยู่ในห้องทำงานในเหตุการณ์ทั้ง 2 ครั้ง (~8 คน) ให้การสนับสนุนคำชี้แจงของ รมต. นภินทร ผ่านหนังสือชี้แจงที่มีถ้อยคำ-รูปแบบหนังสือคล้ายกัน (โดยใช้ทีมกฎหมายเดียวกันในการเรียบเรียง)
– ข้อกล่าวหา-ข้อสงสัย: ควรรับฟังด้วยความระมัดระวัง เพราะมีความป็นไปได้ว่ามีการนัดแนะเรื่องคำชี้แจงให้ตรงกันก่อนส่งต่อให้หน่วยงานตรวจสอบ
– ผู้ถูกกล่าวหา: เป็นเรื่องปกติที่ใช้ทีมกฎหมายเดียวกันในการช่วยเรียบเรียง / สาเหตุที่ทุกคนพูดตรงกัน ก็เป็นเพราะทุกคนพูดตามความจริงที่เกิดขึ้น
แต่นอกจากบทสรุปดังกล่าวในแต่ละประเด็น ทาง รมต. นภินทร ได้พูดถึงหรือยืนยันข้อมูลเพิ่มเติมบางส่วน ที่ผมได้ไปตรวจสอบต่อและค้นพบ 3 ประเด็นใหม่ ที่ผมเห็นว่าสังคมควรรับรู้เพื่อประกอบการพิจารณา
[ ประเด็น 1: พยานที่อยู่ในเหตุการณ์ที่ห้องทำงานรัฐมนตรี (24 & 25 มิ.ย. 2567) และให้การสนับสนุน เป็นใครบ้าง? คำตอบ = หลายคนเป็นผู้ที่พัวพันกับข้อกล่าวหาเรื่องการโกง สว. หรือ ทีมงานที่ใกล้ชิดกับ รมต. นภินทร ]
แม้พยาน ~8 คน ในห้องทำงาน รมต. ให้การสนับสนุนคำชี้แจงของ รมต. นภินทร แต่ผมได้ค้นพบว่าพยานดังกล่าว มีหลายคนที่มีสถานะที่ทำให้เราต้องใช้ดุลพินิจชั่งน้ำหนักรับฟังด้วยความระมัดระวัง:
1 คน (วิถี สุพิทักษ์) เป็น สว. สำรอง กลุ่ม 6 ซึ่งอยู่ในรายชื่อผู้ถูกกล่าวหา 229 คน
– วิถี มีหมายเลขผู้สมัครของตนเอง (91) ปรากฏอยู่ในหลาย “โพยใบสั่ง”
– แม้ วิถี ไม่ได้รับเลือกเป็น สว. แต่ได้รับคะแนนในรอบไขว้หรือรอบสุดท้าย 18 คะแนน (ใกล้เคียงกับ สว. ที่ได้รับเลือกลำดับ 10 ของกลุ่มที่ได้ 21 คะแนน)
– **ในประเด็นนี้ รมต. นภินทร ยืนยันว่าไม่รู้ ณ เวลานั้น ว่าเขาเป็นผู้สมัคร สว.**
3 คน (เมธัสสิทธิ์ ลัคนทินวงศ์ / ไชยวิทย์ บัวงาม / สำอาง แก้วประดับ) เป็นคนในเครือข่ายสภาเกษตรกร ที่ถูกโยงกับศูนย์ทำโพยเลือก สว. ที่ รร. ไพน์เฮิร์สท
– หากทั้ง 3 คน มีสถานะเป็นเพียงคนในเครือข่ายสภาเกษตรกร โดยไม่ได้มีข้อมูลหรือหลักฐานใดๆเพิ่มเติมว่าเกี่ยวข้องกับการเลือก สว. ก็คงไม่มีข้อสงสัยอะไรมากนัก
– แต่ปรากฎว่ามีอย่างน้อย 1 คน (สำอาง แก้วประดับ) ที่มีพยานระบุว่าได้เดินทางไปทำโพยที่ รร. ไพน์เฮิร์สท กอล์ฟ คลับ จ.ปทุมธานี (ซึ่งเป็นสถานที่ ที่พยานบุคคลหลายคนให้ข้อมูลว่าถูกใช้ศูนย์ทำโพยในช่วงก่อนการเลือก สว. ระดับประเทศ) ในวันเดียวกันกับเหตุการณ์ที่กระทรวงพาณิชย์
– โดยในประเด็นนี้ มีอย่างน้อย 2 คน (สำอาง แก้วประดับ / เมธัสสิทธิ์ ลัคนทินวงศ์) ที่ข้อมูลระบุว่าทั้ง 2 คนได้ยอมรับว่าเดินทางไปที่ รร. ไพน์เฮิร์สท จริง (แต่ให้เหตุผลว่าเป็นการไปเพื่อพบเจอกับประธานสภาเกษตรกรจากจังหวัดอื่นๆ)
– ยิ่งไปกว่านั้น อีก 2 คน ที่ข้อมูลระบุว่าได้ยอมรับเช่นกันว่า ได้เดินทางไปที่ รร. ไพน์เฮิร์สท ในวันเดียวกัน คือ:
– (1) วิถี สุพิทักษ์ (สว. สำรอง ที่อยู่ในห้องทำงาน รมต. เช่นกัน) โดยวิถีให้เหตุผลว่าไปที่โรงแรมเพื่อพูดคุยแนะนำตัวกับผู้สมัครคนอื่น
– (2) สมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ (พ่อ รมช. มหาดไทย) ซึ่งอยู่ในรายชื่อผู้ถูกกล่าวหา 229 คน และมีพยานบุคคลหลายคนยืนยันว่าเป็นวิทยากรหลักในการจัดทำโพยในหลายโรงแรม (เช่น ธารา แกรนด์ จ.ปทุมธานี) โดยสมเกียรติให้เหตุผลว่าไปเพื่อศึกษาวิธีการเลือก และเตรียมตัวสมัคร สว. รอบหน้า
– คำถามคือ มันเป็นเรื่องบังเอิญเกินไปหรือไม่ ที่คนจากสภาเกษตรกรที่อยู่ในห้องทำงาน รมต. จะไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับการเลือก สว. แต่กลับไปปรากฎที่โรงแรมที่เป็นศูนย์ทำโพย ในวันเดียวกันกับที่มีการกล่าวหาว่ามีการทำโพย และมี ทั้ง สว. สำรอง จากเหตุการณ์ห้องทำงาน รมต. และ “วิทยากรหลัก” เรื่องการทำโพย (สมเกียรติ เลียงประสิทธิ์) ปรากฏอยู่ในที่เดียวกันด้วย?
2 คน (วิฑูรย์ สุขพลู / จิระเดช ธาราศักดิ์) เคยเป็นทีมงานของ รมต. นภินทร ที่กระทรวงพาณิชย์ ณ วันเกิดเหตุ แต่ตอนนี้ พบว่าทั้ง 2 คน ได้ตาม รมต. นภินทร ไปทำงานในคณะกรรมการของ สสว. (สำนักงานวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม) ซึ่ง รมต. นภินทร กำกับดูแลอยู่ ณ ปัจจุบัน ในฐานะ รมต. สำนักนายกฯ
– วิฑูรย์ สุขพลู ตอนนี้ ทำหน้าที่เป็น ประธานกรรมการบริหาร สสว. โดยเข้าสู่ตำแหน่งในวันที่ 27 พ.ย. 2568 (2 เดือน หลัง รมต. นภินทร ถูกตั้งเป็น รมต. สำนักนายกฯ ที่กำกับดูแล สสว.)
– จิระเดช ธาราศักดิ์ ตอนนี้ ทำหน้าที่เป็น กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ของ คณะกรรมการ สสว.
– ดังนั้น ผมเห็นว่าเราควรต้องพิจารณาคำให้การของเขาด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากประวัติการทำงานของทั้ง 2 คนบ่งชี้ว่าอาจมีความสัมพันธ์ทางการงานที่ใกล้ชิดกับ รมต. นภินทร
2 คน (นาง ก. / นาย ป.) เป็นข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ ภายใต้ รมต.นภินทร ณ วันเกิดเหตุ
– พยาน 2 คนนี้ ดูมีสถานะที่น่าจะมีน้ำหนักมากกว่าพยานคนอื่น เนื่องจากเป็นข้าราชการประจำที่โดยหลักแล้ว ควรต้องวางตนเป็นกลางทางการเมือง (ซึ่งคงต้องตรวจสอบต่อไป)
[ ประเด็น 2: สว. จาก จ.ราชบุรี ที่ รมต. นภินทร ยอมรับว่ารู้จัก เป็นใคร? คำตอบ = 1 คน เป็น ที่ปรึกษาตลาดของ รมต. นภินทร ]
เมื่อวาน รมต. นภินทร ยอมรับในรายการ ว่ารู้จักกับ สว. ราชุบรี โดยพูดถึง 2 คน:
– คนที่ 1: รมต. นภินทร บอกว่า “เป็นเจ้าของโรงแรมที่บ้านโป่ง” ที่เคยไปใช้บริการ ซึ่ง (ดูจากประวัติแล้ว) น่าจะหมายถึง สว. ภาวนา ว่องอมรนิธิ (กลุ่ม 11 / อันดับ 4 ของกลุ่ม ด้วยคะแนนล้นกระดาน)
– คนที่ 2: รมต. นภินทร บอกว่า “เป็นอดีต ผอ. พลังงาน ที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งทำงานสัมพันธ์กันอยู่” ซึ่ง (ดูจากประวัติแล้ว) น่าจะหมายถึง สว. สัมพันธ์ ชัยวิเศษจินดา (กลุ่ม 8 / อันดับ 3 ของกลุ่ม ด้วยคะแนนล้นกระดาน)
แม้ สว. ทั้ง 2 คนนี้ จะมีชื่อปรากฎในโพยใบสั่งจำนวนมากที่พัวพันกับคดีโกง สว. แต่ผมเข้าใจดีว่าการที่ รมต. รู้จักเขา ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเข้าไปช่วยหรือรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาดังกล่าวเสมอไป
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ รมต. นภินทร อาจจะยังไม่ได้พูดครบทั้งหมด คือ รมต. ไม่น่าจะรู้จัก สว. สัมพันธ์ แค่ในฐานะ “อดีต ผอ. พลังงาน…ที่ทำงานสัมพันธ์กันอยู่” เพียงเท่านั้น
เพราะผมค้นพบว่าก่อนมาลงสมัคร ทาง สว. สัมพันธ์ เคยมีบทบาทเป็น “ที่ปรึกษาตลาดศรีเมือง” ที่ รมต. นภินทร เป็นผู้บริหาร และน่าจะร่วมงานกับตลาดกันมาเป็นระยะหนึ่ง (เราเห็นโพสต์ของ สว. สัมพันธ์ ที่เคยบอกว่า “ได้รับมอบหมาย” จากคุณนภินทร ให้ไปทำกิจกรรมในนามตลาดศรีเมือง ย้อนไปตั้งแต่ พ.ศ. 2562)
ผมเข้าใจดีว่าแม้เคยเป็นทีมงานกันจริง ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องช่วยเหลือหรือเกี่ยวข้องกันในการเลือก สว. แต่ถ้าจะบอกว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ไม่ควรนำมาประกอบการพิจารณาหรือตรวจสอบเพิ่มเติมเลย ก็คงจะไม่ใช่
[ ประเด็น 3: ตกลงกลุ่มผู้สมัคร สว. อีกกลุ่ม ที่อยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ ในห้วงเวลาเดียวกับเหตุการณ์ในห้องทำงานรัฐมนตรี (25 มิ.ย. 2567 ช่วงบ่าย) คือใคร? คำตอบ = สว. ภาวนา (ราชบุรี) กับ สว.วราภัสร์ (เพชรบุรี) ]
ในประเด็นนี้ ทาง รมต. ยืนยันไปแล้วว่าไม่ได้พบเจอผู้สมัคร สว. คนใดอีกที่กระทรวงพาณิชย์ นอกจาก นาย A และ วิถี (ที่เจอในห้องทำงาน) ดังนั้น ประเด็นนี้จึงไม่ใช่เป็นประเด็นที่ต้องถาม รมต. เพิ่มเติม
แต่จากการตรวจสอบเพิ่มเติม ผมค้นพบว่าผู้สมัคร สว. ที่มีข้อมูลสัญญาณโทรศัพท์ว่าอยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ในห้วงเวลาเดียวกันกับเหตุการณ์ในห้องทำงาน รมต. (ย้ำว่าอยู่ที่กระทรวง ไม่ใช่อยู่ในห้องทำงาน รมต.) ไม่ใช่แค่ผู้สมัคร สว. ทั่วไป แต่เป็น 2 คนที่ในที่สุดได้รับเลือก เป็น สว. โดยทั้ง 2 คน อยู่ในโพยใบสั่งจำนวนมาก และอยู่ในรายชื่อผู้ถูกกล่าวหา 229 คน:
– 1. สว. ภาวนา ว่องอมรนิธิ จาก จ.ราชบุรี (กลุ่ม 11 / อันดับ 4 ของกลุ่ม ด้วยคะแนนล้นกระดาน) ซึ่ง รมต. ยอมรับว่ารู้จัก | ค้นพบว่าอยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ ในวันที่ 25 มิ.ย. 67 ในช่วงบ่าย
– 2. สว. วราภัสร์ ไพพรรณรัตน์ จาก จ.เพชรบุรี (กลุ่ม 12 / อันดับ 1 ของกลุ่ม ด้วยคะแนนล้นกระดาน) | ค้นพบว่าอยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ ในวันที่ 25 มิ.ย. 67 ในช่วงบ่าย
โดยจากการตรวจสอบข้อมูลสัญญาณโทรศัพท์ของห้วงเวลา มิ.ย. 67 – ก.ย. 67, ค้นพบว่าทาง สว. ทั้ง 2 คน มีหลักฐานการปรากฎตัวที่กระทรวงพาณิชย์ แค่ไม่กี่ครั้งและแค่เฉพาะในช่วง มิ.ย. & ก.ค. (ช่วงการเลือก สว. และการเตรียมปฏิบัติหน้าที่) แต่ไม่มีหลักฐานการปรากฎตัวในช่วง ส.ค. & ก.ย.
ในเมื่อ รมต. ยืนยันว่าไม่ได้เจอทั้ง 2 คน ที่กระทรวงพาณิชย์ เราคงไม่ต้องถาม รมต. อะไรเพิ่มเติม
แต่เราคงต้องถามไปทาง สว. ทั้ง 2 คน ว่าไปทำอะไรที่กระทรวงพาณิชย์ ในวันที่ 25 มิ.ย. 67 หรือ 1 วันก่อนการเลือกระดับประเทศ และได้พบเจอกับกลุ่มคนไหนเกี่ยวกับการเลือก สว. หรือไม่?
[ หลักฐานต้องชัดขนาดไหน กกต. ถึงมีหน้าที่สั่งฟ้อง รมต. นภินทร หรือผู้ถูกกล่าวหาคนใดไปให้ศาลพิจารณา? ]
ผมย้ำว่า ในขั้นตอนปัจจุบันตามหลักกฎหมาย กกต. ไม่ได้มีหน้าที่ทำตัวเป็นศาล
– กกต. ไม่จำเป็นต้องมี “หลักฐานที่พิสูจน์จนสิ้นข้อสงสัย” ว่ามีการทุจริต ถึงจะสั่งฟ้อง
– แต่หาก กกต. มี “หลักฐานอันควรเชื่อได้” ว่ามีการทุจริต ก็มีหน้าที่ต้องสั่งฟ้อง โดยให้เป็นหน้าที่ของศาลอีกชั้นหนึ่งในการพิสูจน์หลักฐาน
หลังจากฟังความจากทั้ง 2 ด้าน (ผู้กล่าวหา & ผู้ถูกกล่าวหา) และหลังจากได้รับรู้ข้อมูลใหม่ที่ผมได้นำเสนอวันนี้ ผมคงคิดแทนประชาชนทุกคนไม่ได้ ว่าแต่ละคนเห็นว่ามี “หลักฐานอันควรเชื่อได้” ว่ามีการทุจริตหรือไม่
แต่อย่างที่กล่าวไปข้างต้น การพิจารณาของ กกต. ที่ผ่านมาในลำดับชั้นต่างๆ ก็ได้มีการฟังความทั้ง 2 ด้าน และได้ลงความเห็นไปแล้วใน 3 ชั้น:
1. คณะไต่สวนชุดที่ 26 : เห็นว่าควรสั่งฟ้อง รมต. นภินทร (เห็นว่าควรสั่งฟ้องทั้งหมด 229 คน)
2. รองเลขาฯ กกต. ที่ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาฯ: เห็นว่าควรสั่งฟ้อง รมต. นภินทร (อ้างอิงข้อมูล iLaw)
3. คณะอนุฯวินิจฉัยที่ 36 : เห็นว่าควรยกคำร้อง รมต. นภินทร (เห็นว่าควรยกคำร้องทุกคน)
ส่วนคณะกรรมการการเลือกตั้ง 7 คนจะลงมติอย่างไร รอดูกันในวันที่ 14 ก.ย. นี้ครับ