
31 ส.ค. 2569 12:09 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
ข้อมูลชี้ จีน-เนปาลเคยหารือภัยธารน้ำแข็ง 3 เดือนก่อนโศกนาฏกรรม แต่ข้อมูลเตือนภัยยังไม่ทั่วถึง
สื่อต่างชาติเผย เนปาลและจีนเคยหารือเกี่ยวกับความเสี่ยงจากน้ำท่วมและธารน้ำแข็ง เมื่อ 3 เดือนก่อนเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ในพื้นที่ชายแดน
สำนักข่าว Reuters รายงานว่าเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญจากเนปาลและจีนได้พบหารือกันที่กรุงกาฐมาณฑุ เพื่อหารือแนวทางเพิ่มความร่วมมือในการติดตามและรับมือกับ น้ำท่วม สภาพอากาศ และภัยที่เกี่ยวข้องกับธารน้ำแข็ง
การประชุมดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่เนปาลประมาณ 10 คน และเจ้าหน้าที่จีนราว 12 คนเข้าร่วม รวมถึงผู้แทนจากเขตทิเบต ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกิดภัยพิบัติครั้งล่าสุด
ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงความจำเป็นในการดำเนินมาตรการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติร่วมกัน โดยหนึ่งในข้อเสนอสำคัญคือการจัดทำ ฐานข้อมูลทะเลสาบธารน้ำแข็ง และแผนที่พื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อช่วยให้สามารถติดตามและประเมินความเสี่ยงได้ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เนปาล 2 รายให้ข้อมูลกับ Reuters ว่า หลังการประชุม เนปาลยังไม่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับ ความเสี่ยงจากธารน้ำแข็งและระดับน้ำ จากจีนมากเท่าที่ต้องการ ทำให้เกิดความกังวลว่าการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ไม่เพียงพออาจเป็นอุปสรรคต่อการคาดการณ์และเตรียมรับมือภัยพิบัติครั้งใหญ่
ซอฮาร์ดรา โจชี นักอุทกวิทยาจากกองพยากรณ์น้ำท่วมของเนปาล ซึ่งเข้าร่วมการประชุมกล่าวว่า สิ่งที่เนปาลต้องการคือการได้รับข้อมูลล่วงหน้าหากพบสัญญาณการเคลื่อนตัวของธารน้ำแข็ง หรือความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้สามารถเตรียมพร้อมได้เร็วขึ้น
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีเจ้าหน้าที่หรือผู้เชี่ยวชาญฝ่ายใดกล่าวโทษจีนหรือเนปาลว่าเป็นต้นเหตุของภัยพิบัติครั้งนี้ และผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าความล่าช้าในการแลกเปลี่ยนข้อมูลไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงดังกล่าว
จีนยืนยันแบ่งปันข้อมูลอย่างทันท่วงที
สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำเนปาลออกแถลงการณ์ว่า จีนและเนปาลยังคงติดต่อและประสานงานกันอย่างใกล้ชิดในประเด็นดังกล่าว และระบุว่าการประชุมเมื่อเดือนพฤษภาคมมีความคืบหน้าที่สำคัญในการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูลภัยพิบัติข้ามพรมแดน
จีนยังปฏิเสธเสียงวิจารณ์จากผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียในเนปาลบางส่วนที่ตั้งคำถามว่าเหตุใดจีนจึงไม่แจ้งเตือนภัยอย่างเพียงพอ โดยระบุว่าการติดตามภัยพิบัติในพื้นที่ห่างไกลของเทือกเขาหิมาลัยเป็นเรื่องท้าทายอย่างมาก
จีนยืนยันว่านักวิทยาศาสตร์และทีมผู้เชี่ยวชาญของจีนได้แบ่งปันข้อมูลสำคัญกับเนปาล อย่างทันท่วงที
ด้านเจ้าหน้าที่เนปาลระบุว่า จีนมีการส่งข้อมูลพยากรณ์ฝนตกหนักในทิเบตผ่านแอป WeChat และอีเมล แต่การแลกเปลี่ยนข้อมูลในเรื่องอื่น ๆ เช่น หิมะถล่ม ระดับน้ำ ดินถล่ม และเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว ยังไม่ครอบคลุมเท่าที่เนปาลต้องการ
จีนเตือนฝนหนัก ก่อนเกิดภัยพิบัติ 12 วัน
ข้อมูลจาก Reuters ยังเปิดเผยไทม์ไลน์ที่น่าสนใจว่า 12 วันก่อนเกิดภัยพิบัติ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาโลกของจีนได้ส่งอีเมลถึงเจ้าหน้าที่เนปาล แจ้งว่าคาดว่าจะเกิดหย่อมความกดอากาศช่วงมรสุมในพื้นที่ระหว่างวันที่ 14-19 สิงหาคม
ในอีเมลดังกล่าว จีนเตือนว่าอาจมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของเนปาล พร้อมแนะนำให้จับตาความเสี่ยงจากภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นต่อเนื่อง เช่น ดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก
แต่ภัยพิบัติครั้งล่าสุดมีลักษณะซับซ้อนกว่าฝนตกหนักทั่วไป เพราะเกิดจากการพังถล่มของธารน้ำแข็ง ซึ่งทำให้เกิดมวลน้ำ โคลน และเศษหินจำนวนมหาศาลไหลลงสู่พื้นที่ด้านล่างด้วยความเร็วสูง
ระบบตรวจวัดถูกตัดขาด ก่อนน้ำป่าถล่มเนปาล
เวลาประมาณ 08.32 น. ตามเวลาท้องถิ่นเนปาล ในวันเกิดเหตุ มวลน้ำมหาศาลพุ่งผ่านจุดผ่านแดนในฝั่งทิเบต ขณะที่ประชาชนพยายามวิ่งหนีเอาชีวิตรอด
ประมาณ 26 นาทีต่อมา เจ้าหน้าที่เนปาลได้รับแจ้งเหตุว่าน้ำกำลังทะลักลงสู่แม่น้ำตรีศูลี แต่เมื่อทีมงานตรวจสอบกลับพบว่า สถานีตรวจวัดบริเวณชายแดนหยุดส่งข้อมูลตั้งแต่เวลา 08.40 น.
สถานีตรวจวัดในพื้นที่ปลายน้ำก็ไม่สามารถส่งข้อมูลได้เช่นกัน ทำให้เจ้าหน้าที่คาดว่าอุปกรณ์เหล่านี้อาจถูกกระแสน้ำพัดทำลายไปแล้ว
หลังยืนยันสถานการณ์กับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เนปาลจึงส่งข้อความแจ้งเตือนประชาชนผ่านโทรศัพท์มือถือในเวลา 09.13 น.
รัฐบาลเนปาลประเมินว่า น้ำป่าที่ไหลจากชายแดนจีน-เนปาลลงมาตามเส้นทางกว่า 168 กิโลเมตร มีปริมาณน้ำสูงถึงประมาณ 57.4 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือมากกว่าปริมาณปกติกว่าครึ่ง และทำลายสถานีตรวจวัดอย่างน้อย 4 แห่ง ความรุนแรงของภัยพิบัติทำให้สะพาน 19 แห่งและถนนประมาณ 40 กิโลเมตรได้รับความเสียหาย ขณะที่กำลังการผลิตไฟฟ้าของเนปาลหายไปมากกว่า 10% ตามการประเมินของ Stimson Center
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ระบบเตือนภัยในอนาคตจำเป็นต้องพิจารณาความเสี่ยงให้กว้างกว่าการติดตามปริมาณฝน โดยต้องรวมถึง การเปลี่ยนแปลงของธารน้ำแข็ง ระดับน้ำในแม่น้ำ และความเสี่ยงจากทะเลสาบธารน้ำแข็งด้วย
โซนิยา ริจาล นักวิจัยหลังปริญญาเอกจาก University of Sydney ระบุว่า ภัยพิบัติจากธารน้ำแข็งในลักษณะนี้อาจเกิดขึ้นได้ยาก แต่เหตุการณ์ครั้งนี้อาจเป็นบทเรียนสำคัญให้ประเทศต่าง ๆ พัฒนาระบบเตือนภัยที่ไม่ได้อาศัยเพียงข้อมูลฝนตกหนักเท่านั้น
เนปาลเตรียมขอจีนแชร์ข้อมูลทุก 10 นาที
หลังเกิดเหตุเนปาลเตรียมผลักดันความร่วมมือกับจีนให้เข้มข้นขึ้น โดยจะเสนอการจัดทำข้อตกลงแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับ ปริมาณฝน ระดับน้ำแม่น้ำ หิมะถล่ม และการปล่อยน้ำจากทะเลสาบธารน้ำแข็ง
แนวทางดังกล่าวจะคล้ายกับระบบความร่วมมือที่เนปาลมีอยู่แล้วกับอินเดีย และต้องการให้มีการส่งข้อมูลถี่ขึ้นถึงระดับ ทุก 10 นาที โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ ไม่ให้เนปาลพลาดภัยพิบัติครั้งต่อไป.
ที่มา : channelnewsasia