
31 ส.ค. 2569 16:11 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
จีนลงโทษ 10 ราย เผยแพร่ข้อมูลเท็จเหตุน้ำท่วม-โคลนถล่มชายแดนเนปาล-ทิเบต
ทางการจีนลงโทษประชาชน 10 คน ฐานเผยแพร่ข่าวลือและข้อมูลเท็จเกี่ยวกับเหตุน้ำท่วมฉับพลันและโคลนถล่มครั้งใหญ่บริเวณด่านจี๋หลง ในเขตปกครองตนเองทิเบต ซึ่งติดกับชายแดนเนปาล โดยผู้ถูกลงโทษหลายรายเผยแพร่ตัวเลขผู้เสียชีวิตและสูญหายสูงกว่าข้อมูลทางการ ขณะที่ภารกิจกู้ภัยยังคงดำเนินต่อเนื่อง ท่ามกลางความกังวลเรื่องฝนตกและสภาพภูมิประเทศที่ยากลำบาก
ทางการจีนเปิดเผยว่า ตำรวจได้ดำเนินการกับประชาชน 10 คน ในคดีสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ข่าวลือและข้อมูลเท็จทางออนไลน์เกี่ยวกับเหตุโคลนถล่มรุนแรงที่ ด่านจี๋หลง ในเมืองรื่อคาเจ๋อ เขตปกครองตนเองทิเบต ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนติดกับเนปาล
กรมความมั่นคงไซเบอร์ กระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีน ระบุผ่านบัญชี WeChat อย่างเป็นทางการว่า ตำรวจทั่วประเทศกำลังเดินหน้าปราบปรามการเผยแพร่ข่าวลือบนโลกออนไลน์ โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับข้อมูลเท็จที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติครั้งนี้
เจ้าหน้าที่ระบุว่า บุคคลส่วนใหญ่ใน 10 คดีดังกล่าวมีพฤติกรรมสร้างหรือเผยแพร่ตัวเลขผู้เสียชีวิตที่ไม่เป็นความจริง และถูกลงโทษทางปกครองแล้ว โดยทางการให้เหตุผลว่า การดำเนินการดังกล่าวมีความจำเป็นเพื่อรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยบนโลกออนไลน์ และไม่ให้ข้อมูลเท็จส่งผลกระทบต่อภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัย
หนึ่งในกรณีดังกล่าว ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตนามสกุล หลิว ถูกตำรวจในนครลาซา เมืองหลวงของทิเบต ลงโทษทางปกครอง หลังเผยแพร่ข้อความอ้างว่า มีผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติมากกว่า 3,000 คน
อีกรายหนึ่ง ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตนามสกุล โจว ในมณฑลหูหนาน ถูกลงโทษหลังเผยแพร่วิดีโอสั้นที่กล่าวอ้างอย่างไม่ถูกต้องว่า เหตุโคลนถล่มทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 10,000 คน
รายงานอีกกรณีระบุว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตนามสกุล ชิว โพสต์ข้อความว่า แม้มีรายงานผู้เสียชีวิต 1,400 คน แต่ก่อนหน้านั้นมีการรายงานว่ามีผู้สูญหายถึง 3,000 คน ขณะที่อีกคนหนึ่งนามสกุลหลิวอ้างว่า มีผู้เสียชีวิตในจีนจากโคลนถล่มมากกว่า 3,000 คน อย่างไรก็ตาม ทางการจีนไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่าแต่ละรายได้รับโทษในระดับใด
กระทรวงความมั่นคงสาธารณะจีนระบุว่า ตามกฎหมายจีน ผู้ที่จงใจเผยแพร่ข่าวลือหรือข้อมูลเท็จเกี่ยวกับเหตุฉุกเฉิน โรคระบาด ภัยพิบัติ หรือความปลอดภัยสาธารณะ จนก่อให้เกิดความวุ่นวายในสังคม อาจถูกควบคุมตัวทางปกครองเป็นเวลา 5-10 วัน และปรับสูงสุด 1,000 หยวน หรือราว 4,930 บาท และหากการเผยแพร่ข่าวลือก่อให้เกิดผลกระทบร้ายแรงต่อสังคม ผู้กระทำผิดอาจถูกดำเนินคดีอาญาและมีโทษจำคุก
รัฐบาลจีนยังออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาจากต่างประเทศที่ว่า ทางการจีนพยายามควบคุมภาพเหตุการณ์ภัยพิบัติและรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตต่ำกว่าความเป็นจริง
กัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า การเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับภัยพิบัติเป็นไปอย่าง “เปิดกว้าง โปร่งใส และทันเวลา” พร้อมเตือนว่า การใส่ร้ายหรือสร้างกระแสเกินจริงโดยใช้สถานการณ์ภัยพิบัติเป็นเครื่องมือ จะไม่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชน อย่างไรก็ตาม เขตทิเบตเป็นพื้นที่ที่ผู้สื่อข่าวต่างชาติเข้าถึงได้อย่างจำกัด ทำให้การตรวจสอบสถานการณ์และประเมินความเสียหายโดยสื่ออิสระเป็นไปได้ยาก
ภัยพิบัติครั้งนี้เกิดขึ้นหลังมวลน้ำ โคลน หิน และเศษซากจำนวนมหาศาลไหลทะลักผ่านพื้นที่ภูเขาตามแนวชายแดนเนปาล-ทิเบตเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้หมู่บ้านหลายแห่งได้รับความเสียหายอย่างหนัก
หน่วยงานด้านภัยพิบัติของเนปาลรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 903 คน และสูญหายอีก 4,247 คน ส่วนฝั่งทิเบตของจีน มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 16 คน และสูญหาย 546 คน ในจำนวนผู้สูญหายฝั่งทิเบต มีชาวต่างชาติ 261 คน ได้แก่ ชาวเนปาล 104 คน อินเดีย 49 คน ลัตเวีย 33 คน และสหรัฐฯ 18 คน
สื่อทางการจีนรายงานว่า โคลนถล่มได้ทำลายพื้นที่ประมาณ 0.7 ตารางกิโลเมตร หรือเทียบเท่าพื้นที่สนามฟุตบอลราว 98 สนาม ด้านประธานาธิบดี สี จิ้นผิง กล่าวว่า จีนกำลังใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ในการค้นหาผู้สูญหายที่อยู่ในฝั่งจีน
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังแข่งกับเวลาเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต แม้ต้องเผชิญกับภูมิประเทศที่อยู่บนพื้นที่สูง หุบเขาสูงชัน และสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ภารกิจครอบคลุมทั้งการนำดินโคลนออกจากถนน การค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย การตรวจสอบพื้นที่เสี่ยง การฆ่าเชื้อและป้องกันโรค รวมถึงการซ่อมแซมเส้นทางคมนาคมที่ได้รับความเสียหาย
ภาพจากสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของทางการจีน เผยให้เห็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยพร้อมสุนัขค้นหา เดินฝ่าซากความเสียหายตามหุบเขาที่ถูกโคลนถล่มกวาดผ่าน ขณะที่บางพื้นที่เจ้าหน้าที่ต้องลุยผ่านโคลนหนา และบางส่วนกำลังซ่อมแซมสายไฟฟ้า ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ต้องเฝ้าระวังฝนที่จะตกลงมาในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า เนื่องจากอาจทำให้ถนนลื่นและเพิ่มความยากลำบากในการเข้าถึงพื้นที่ประสบภัย
ก่อนหน้านี้เกิดทะเลสาบแห่งใหม่ขึ้นจากดินถล่มบริเวณใกล้ชายแดน หลังมวลดินและหินปิดกั้นทางน้ำ ทำให้เจ้าหน้าที่กังวลว่า หากน้ำเอ่อล้นอาจทำให้เกิดน้ำท่วมระลอกใหม่ อย่างไรก็ตาม กระทรวงการจัดการเหตุฉุกเฉินของจีนระบุว่า ทะเลสาบดังกล่าวได้เอ่อล้นและระบายน้ำออกไปเกือบหมดตามธรรมชาติแล้ว ทำให้ความเสี่ยงในส่วนนี้ลดลง
แม้สถานการณ์บางพื้นที่เริ่มคลี่คลาย แต่ภารกิจค้นหาและกู้ภัยยังคงดำเนินต่อไป เนื่องจากยังมีผู้สูญหายอีกหลายร้อยคน โดยเฉพาะบริเวณด่านชายแดนและพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก
ภัยพิบัติครั้งนี้จึงยังคงเป็นภารกิจฉุกเฉินขนาดใหญ่ทั้งฝั่งเนปาลและจีน ขณะที่ทางการจีนพยายามควบคุมการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ได้รับการยืนยัน พร้อมเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายและฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง.
ที่มา China Daily / CNA