30 สิงหาคม 2569 เวลา 15:44 น.

30 สิงหาคม 2569 นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก Chao Meekhuad เรื่อง “ก่อนย้อนเรื่องรัฐประหาร ถามก่อนวันนี้ใครกำลังทำประชาธิปไตยเหลือแต่เปลือก” ตอบโต้ นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย หลังออกมาวิพากษ์วิจารณ์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กรณีตั้งคำถามถึงความเสี่ยงที่พรรคการเมืองอาจมีอิทธิพลต่อวุฒิสภา และส่งบุคคลเข้าไปอยู่ในองค์กรอิสระ จนกระทบต่อระบบตรวจสอบถ่วงดุล
นายเชาว์ ระบุว่า เรื่องแรกที่ต้องคุยกันให้ตรงประเด็นคือ นายอภิสิทธิ์ไม่ได้เอ่ยชื่อพรรคภูมิใจไทยแม้แต่คำเดียว โดยถ้อยคำที่ใช้คือ “ถ้าพรรคการเมืองยึดครอง สว.” แต่ฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทยกลับเป็นผู้ตีความว่าเป็นการกล่าวหาพรรคภูมิใจไทยยึดครองวุฒิสภา พร้อมระบุว่า “แบบนี้ชาวบ้านเขาเรียก ‘วัวสันหลังหวะ’ ครับ”
นายเชาว์ ระบุต่อว่า คำถามของหัวหน้าอภิสิทธิ์ไม่ได้อยู่ที่ว่า “ศาลตัดสินหรือยังว่าใครผิด” แต่อยู่ที่ว่า ระบบที่ สว.มีบทบาทในการคัดเลือกคนเข้าองค์กรอิสระ ขณะที่มีข้อสงสัยเรื่องอิทธิพลทางการเมืองต่อวุฒิสภา มีหลักประกันเพียงพอหรือไม่ว่าจะไม่เกิดการยึดกลไกตรวจสอบ “นี่ต่างหากคือคำถามที่นายศุภชัยควรตอบ แต่กลับไม่ตอบ แล้วเลือกพาเรื่องหนีไปถึงปี 2549 และ 2557 แทน การรักษาประชาธิปไตย ไม่ใช่เพียงบอกประชาชนว่า เลือกตั้งเสร็จแล้วก็จบ รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งยังต้องถูกตรวจสอบวุฒิสภายังต้องเป็นอิสระจากผู้มีอำนาจทางการเมือง องค์กรอิสระยังต้องอิสระจริง และผู้มีอำนาจตรวจสอบคนอื่นก็ต้องถูกตรวจสอบได้
การที่นายศุภชัยยกขึ้นมาว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ส่งผู้สมัครเลือกตั้งปี 2549 และ 2557 และวิกฤตทั้งสองครั้งลงเอยด้วยการรัฐประหาร ผมว่าเป็น “ตรรกะที่บิดเบี้ยว” แม้นายศุภชัยเองจะออกตัวว่า ไม่อาจกล่าวได้ว่าการบอยคอตเป็นเหตุให้เกิดรัฐประหาร แต่กลับตั้งใจชี้นำให้คนเข้าใจแบบนั้น เพราะถ้าจะย้อนประวัติศาสตร์ ก็ต้องย้อนให้ครบด้วยว่า ก่อนการตัดสินใจเหล่านั้น บ้านเมืองอยู่ท่ามกลางวิกฤตความไว้วางใจต่อการใช้อำนาจของรัฐบาล ข้อกล่าวหาเรื่องทุจริต และปัญหากลไกตรวจสอบที่ถูกตั้งคำถามอย่างหนัก การเอาแต่พูดถึงปลายเหตุ แต่ไม่พูดถึงสภาพของระบบที่นำไปสู่วิกฤต ย่อมไม่ใช่การอ่านประวัติศาสตร์อย่างครบถ้วน
“ถ้าวันหนึ่งพรรคการเมืองสามารถมีอิทธิพลต่อวุฒิสภา วุฒิสภาสามารถส่งคนเข้าไปนั่งในองค์กรอิสระ และองค์กรอิสระเหล่านั้นมีหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายบริหารหรือวุฒิสภาที่เกี่ยวโยงกับผู้ส่งตนเข้าไป เราจะยังเรียกระบบเช่นนั้นว่า “ตรวจสอบถ่วงดุล” ได้เต็มปากหรือไม่ นี่ต่างหากคือคำถามของหัวหน้าอภิสิทธิ์” รัฐธรรมนูญห้ามมิให้บุคคลใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครอง และคำว่า “ล้มล้าง” เป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรง ต้องพิสูจน์ตามกฎหมาย ไม่มีใครควรด่วนตัดสินบุคคลหรือพรรคใดเอง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าสังคมห้ามตั้งคำถามว่า พฤติการณ์ใดกำลังเซาะกร่อนหลักประชาธิปไตย เพราะประชาธิปไตยไม่ได้มีเพียงหีบบัตรเลือกตั้ง แต่มีหลักนิติรัฐ การแบ่งแยกอำนาจ การตรวจสอบถ่วงดุล และความรับผิดชอบของผู้ใช้อำนาจด้วย
“ผมคิดว่าหัวหน้าอภิสิทธิ์พูดถูกแล้วครับ เราอยู่เฉยไม่ได้ เพราะถ้ารอจนกลไกตรวจสอบถูกยึดหมดแล้ว วันนั้นอาจสายเกินไปที่จะถามว่า ใครเป็นคนล้มประชาธิปไตย” นายเชาว์ ระบุ
เชาว์ มีขวด,พรรคประชาธิปัตย์,ศุภชัย ใจสมุทร,อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ,พรรคภูมิใจไทย,รัฐประหาร,