
1 ก.ย. 2569 10:19 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
นายกฯ เนปาลจี้โลกรับมือความเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ หลังเกิดโศกนาฏกรรมเทือกเขาหิมาลัย
นายกฯ เนปาลระบุ ภัยพิบัติครั้งใหญ่ในเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 939 ศพ สูญหายเกือบ 4,500 คน มีความเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมเรียกร้องนานาชาติเร่งรับมือ
วันที่ 1 กันยายน 2569 นายบาเลนทรา ชาห์ นายกรัฐมนตรีของเนปาล เรียกร้องประชาคมโลกให้เร่งดำเนินการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หลังเกิดน้ำท่วมและมวลน้ำมหาศาลไหลหลากในพื้นที่เทือกเขาหิมาลัยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จนมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 939 ศพ และสูญหายเกือบ 4,500 คน
นายกรัฐมนตรีชาห์ระบุผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า เหตุการณ์น้ำท่วมในแม่น้ำโภเตโกสี ในเขตราสุวา ทางตอนเหนือของเนปาล ไม่ใช่น้ำท่วมธรรมดา แต่เป็นหนึ่งในภัยพิบัติครั้งใหญ่ของภูมิภาค ซึ่งเกิดขึ้นหลังหิมะและน้ำแข็งจำนวนมหาศาลบนเทือกเขาหิมาลัยพังถล่มลงมา
นายกรัฐมนตรีเนปาลยังระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าความเสี่ยงจากภัยพิบัติในพื้นที่หิมาลัยกำลังเพิ่มขึ้นควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมเรียกร้องให้ภูมิภาคนี้เพิ่มความระมัดระวังและประชาคมโลกให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง
ทั้งนี้ ภัยพิบัติครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณชายแดนจีน-เนปาล ส่งผลให้มวลน้ำเย็นจัดและเศษดินหินไหลทะลักลงมาตามแม่น้ำ สร้างความเสียหายอย่างหนัก ขณะที่รัฐบาลเนปาลประเมินว่าค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูและบูรณะพื้นที่อาจสูงถึงระดับหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้ยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดของการพังถล่มได้ แต่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้ธารน้ำแข็งทั่วโลกละลายเร็วขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อภัยพิบัติในลักษณะนี้ ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ระบุว่าเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งเป็นเทือกเขาที่สูงที่สุดในโลก กำลังเผชิญการละลายของน้ำแข็งที่รวดเร็วขึ้นจากอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น.