
1 ก.ย. 2569 01:29 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
บริษัทของ วิคตอเรีย เบ็คแฮม ทำกำไรครั้งแรก หลังเปิดมานาน 18 ปี
ธุรกิจแฟชั่นและความงามของ วิคตอเรีย เบ็คแฮม สามารถทำกำไรจากการดำเนินกิจการเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี 2551 หรือ 18 ปีก่อน
รายงานบัญชีระบุว่า บริษัท Victoria Beckham Holdings Ltd ซึ่งมีอดีตสมาชิกวง สไปซ์ เกิร์ลส์ (Spice Girls) รายนี้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ ทำกำไรจากการดำเนินกิจการได้ 7.3 ล้านปอนด์ในปี 2568 หลังจากเผชิญภาวะขาดทุนมานานหลายปี
“พวกเราทุกคนทำงานหนักมาเป็นเวลานานเพื่อช่วงเวลาแห่งผลกำไรและการเติบโตนี้” วิคตอเรีย เบ็คแฮม ภรรยาของ เดวิด เบ็คแฮม อดีตนักฟุตบอลระดับตำนานของทีมชาติอังกฤษ กล่าวกับไฟแนนเชียลไทม์ส (Financial Times) สื่อสายธุรกิจของอังกฤษ
“เราเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาเสมอเกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ ที่เราเคยเผชิญในธุรกิจ แต่ตอนนี้เราฟื้นตัวกลับมาได้แล้วและกำลังเติบโตในอัตราที่เหมาะสม หลังจากผ่านไป 20 ปี ผู้คนไม่มองว่าแบรนด์ของฉันเป็นแค่แบรนด์คนดังอีกต่อไป”
ทั้งนี้ เมื่อปี 2568 สารคดีทางเน็ตฟลิกซ์ (Netflix) ได้บอกเล่าเรื่องราวความพยายามของวิคตอเรีย ในการสร้างแบรนด์แฟชั่นและทำผลกำไร ซึ่งตัวซีรีส์เองมีส่วนช่วยกระตุ้นยอดขายอย่างมาก โดยเฉพาะ “แรงส่งที่แข็งแกร่งในกลุ่มสินค้าผ้ายีนส์และผ้าเจอร์ซีย์”
รายงานบัญชีระบุว่า ฝั่งธุรกิจแฟชั่นของบริษัทมีการเติบโตโดยรวมเป็นตัวเลขสองหลักอย่างแข็งแกร่งในปี 2568 ขณะที่ฝั่งธุรกิจความงามซึ่งเปิดตัวในปี 2562 “สร้างผลงานได้แข็งแกร่งที่สุดครั้งหนึ่งเท่าที่เคยมีมา”
ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากความนิยมของผลิตภัณฑ์รองพื้น Foundation Drops ซึ่งมียอดลงชื่อรอคิวซื้อ (Waiting list) มากกว่า 25,000 รายการ และช่วยเพิ่มขนาดของฝั่งผลิตภัณฑ์ดูแลผิว (Skincare) ขึ้นถึงสองเท่า
สารคดีเน็ตฟลิกซ์แสดงให้เห็นภาพอดีตป็อปสตาร์พูดถึงความพยายามก้าวผ่านข้อกังขาเพื่อพิสูจน์ตัวเองในฐานะดีไซเนอร์และผู้ประกอบการ ก่อนจะประสบปัญหาทางการเงินจนบริษัทติดตัวแดง “หลายสิบล้านปอนด์”
ธุรกิจดังกล่าวได้รับการช่วยเหลือจาก เซอร์ เดวิด เบ็คแฮม สามีของเธอ ซึ่งกล่าวในรายการว่า “การที่เธอต้องเดินมาหาผมแล้วพูดว่า ‘ขอเงินหน่อยได้ไหม… เราต้องการเงินเพิ่ม ธุรกิจต้องการเงินเพิ่ม’ นั่นเป็นเรื่องยากสำหรับเราทั้งคู่ เพราะผมเองก็ไม่ได้มีเงินมากพอที่จะอุดหนุนแบบนี้ไปได้เรื่อย ๆ”
ด้านวิคตอเรียล่าวว่า “ถ้าเขาไม่เชื่อมั่นในตัวฉัน ฉันก็คงไม่มีธุรกิจเหลือมาจนถึงวันนี้”
ต่อมาในปี 2560 วิคตอเรียได้รับเงินทุนสนับสนุน 30 ล้านปอนด์จากการขายหุ้น 30% ของบริษัทให้แก่ NEO Investment Partners ซึ่งเข้ามาเริ่มกระบวนการปรับโครงสร้างองค์กร
ตามที่ เดวิด เบลฮัสเซน จาก NEO ระบุ กระบวนการปรับโครงสร้างรวมถึงการจัดการกับค่าใช้จ่ายที่วิคตอเรียยอมรับว่า “สิ้นเปลืองอย่างน่าเหลือเชื่อ” ซึ่งรวมถึง “การขนส่งเก้าอี้ข้ามโลกจากฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งหนึ่ง” และการใช้เงินไปกับต้นไม้ตกแต่งออฟฟิศถึง “70,000 ปอนด์ต่อปี”
ในแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ เดวิด เบลฮัสเซน ประธานบริษัท Victoria Beckham Holdings กล่าวว่า “ด้วยกลไกการเติบโตที่ส่งเสริมกันสองทางทั้งแฟชั่นและความงาม ฐานลูกค้าต่างประเทศที่ขยายตัวขึ้นเรื่อย ๆ และโมเดลการดำเนินงานที่มีเป้าหมายชัดเจน ทำให้ธุรกิจมีความพร้อมอย่างยิ่งสำหรับการเติบโตที่ทำกำไรในระยะถัดไป”
ด้านซิบิล ดาร์ริการ์แรร์ ลูเนล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) กล่าวว่า “การบรรลุกำไรจากการดำเนินงานเป็นครั้งแรกถือเป็นหมุดหมายสำคัญของ วิคตอเรีย เบ็คแฮม และสะท้อนให้เห็นถึงการทำงานอย่างมีวินัยและการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ตลอดหลายปีที่ผ่านมา”
“การสร้างผลลัพธ์นี้ได้ท่ามกลางภาวะตลาดสินค้าหรูหราและเศรษฐกิจภาพรวมที่ท้าทาย ยิ่งทำให้ความสำเร็จครั้งนี้เป็นหมุดหมายที่ยิ่งใหญ่ยิ่งขึ้นสำหรับธุรกิจของเรา”
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : bbc