1 กันยายน 2569 เวลา 14:10 น.

มูลนิธิสายเด็ก 1387 ย้ำความสำคัญของสายด่วน 24 ชม. รับมือวิกฤตความรุนแรงและปัญหาสุขภาพจิตเด็กไทย เผยปี 68 ยอดขอความช่วยเหลือเฉลี่ย 8 คนต่อชั่วโมง
มูลนิธิสายเด็ก 1387 ประกาศเน้นย้ำความสำคัญของการให้บริการสายด่วนและช่องทางออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเป็นช่องทางช่วยเหลือฉุกเฉินและพื้นที่พึ่งทางใจแก่เด็กและเยาวชนไทยทั่วประเทศ มุ่งบรรเทาปัญหาสุขภาพจิต สภาวะความเครียด และตัดวงจรความรุนแรงในสังคมไทยที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน
ดร.ธาริษา วัฒนเกส ประธานกรรมการมูลนิธิสายเด็ก 1387 (อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย) เปิดเผยว่า มูลนิธิฯ ดำเนินงานในฐานะองค์กรอิสระไม่แสวงหาผลกำไรตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กแห่งองค์การสหประชาชาติ (UN CRC) ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการช่วยเหลือเด็กตั้งแต่วัยแรกเกิดถึง 18 ปี โดยตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ได้เป็นพื้นที่รับฟังและความช่วยเหลือเด็กในประเทศไทยไปแล้วกว่า 1.2 คน
สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2568 มูลนิธิฯ ได้รับการติดต่อขอความช่วยเหลือรวมกว่า 74,000 ครั้ง เป็นการติดต่อทางสายด่วน 1387 กว่า 32,000 ครั้ง หรือเฉลี่ยในทุก ๆ วันมีเด็กต้องการความช่วยเหลือสูงถึง 200 คน (คิดเป็น 8 คนต่อชั่วโมง) โดยสาเหตุหลัก 5 อันดับแรกที่ติดต่อเข้ามา ได้แก่ ปัญหาความสัมพันธ์กับเพื่อน, ความสัมพันธ์ในครอบครัว, เรื่องสุขภาพจิต, การเข้าไม่ถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน (เฉลี่ย 16 คนต่อวัน) และปัญหาความรุนแรง (เฉลี่ยอย่างน้อย 6 คนต่อวัน) และเป็นเด็กช่วงอายุ 13 – 15 ปี ที่มีการติดต่อเข้ามามากที่สุด จากปัญหาเหล่านี้ ในปีที่ผ่านมา มูลนิธิฯ จึงได้ให้ความช่วยเหลือและการคุ้มครองเด็กและเยาวชนทั่วประเทศกว่า 944 เคส มอบอาหารแก่เด็กและเยาวชนที่ต้องใช้ชีวิตเพียงลำพังกว่า 12,200 มื้อ สนับสนุนถุงยังชีพกว่า 490 ชุดแก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่ขัดแย้ง พื้นที่ประสบอุทกภัย ตลอดจนเด็กและเยาวชนในพื้นที่สนามหลวงและสะพานพุทธ นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังสนับสนุนเด็กและเยาวชนที่ประสบปัญหาในการเข้าถึงการศึกษา จำนวน 54 คน ให้สามารถกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาได้ โดยในจำนวนนี้ 12 คนสามารถสำเร็จการศึกษาแล้ว

นอกจากบริการสายด่วนแล้ว มูลนิธิฯ ยังดำเนินงานผ่านศูนย์ “เดอะฮับสายเด็ก” (The Hub Saidek) เพื่อให้ความช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในใจกลางกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะบริเวณเขตป้อมปราบศัตรูพ่ายและสถานีรถไฟหัวลำโพง ศูนย์เดอะฮับ ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 25 ปี ที่เผชิญกับการถูกล่วงละเมิด มีประสบการณ์ถูกทารุณหรือทำร้ายร่างกายจากคนในครอบครัว ฐานะยากจน ใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก มีปัญหายาเสพติดหรือแอลกอฮอล์ ขาดโอกาสทางการศึกษาและใช้ชีวิตเพียงลำพังไม่มีครอบครัว ถูกทอดทิ้ง ศูนย์เดอะฮับเป็นพื้นที่ปลอดภัย โดยให้การดูแลสวัสดิการพื้นฐานอย่างครอบคลุม ทั้งบริการอาหาร ห้องน้ำ ความช่วยเหลือทางการแพทย์ การส่งต่อประสานงานให้ได้รับการคุ้มครอง ตลอดจนโอกาสทางการศึกษา
ขณะเดียวกัน มูลนิธิฯ ยังนำเสียงสะท้อนของเด็ก ๆ มาขับเคลื่อนการทำงานเพื่อคุ้มครองเด็กใน 10 ด้านสำคัญ ได้แก่ การถูกล่วงละเมิดทางเพศ, การถูกทำร้ายร่างกาย, เด็กเร่ร่อนด้อยโอกาส, ประสบภัยธรรมชาติและแรงงานเด็ก, เด็กไร้สัญชาติไม่มีใบเกิด, ความสัมพันธ์ในครอบครัว, พฤติกรรมและสุขภาพเด็ก, ทุนการศึกษา, เพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร และข้อกฎหมายเกี่ยวกับเด็ก เพื่อร่วมสร้างสังคมที่เด็กทุกคนได้รับการปกป้องจากความรุนแรง การแสวงหาประโยชน์ การเลือกปฏิบัติ และอุปสรรคที่กระทบต่อสิทธิและการเติบโตของพวกเขา
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ของมูลนิธิฯ พร้อมรับฟังปัญหาจากเด็กทุกคนอย่างอิสระโดยไม่ตัดสินถูกผิด ไม่ซ้ำเติมปัญหา พร้อมมีหน่วยลงพื้นที่ (Outreach) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่ปลอดภัย ประชาชน เด็ก และเยาวชนที่ต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านสายด่วน โทร. 1387 หรือช่องทางออนไลน์ Facebook: Childlinethailand, LINE: @saidek1387, Instagram/TikTok/X: @saidek1387 และอีเมล info@childlinethailand.org