2 กันยายน 2569 เวลา 12:34 น.

คริสตีส์ (Christie’s) สถาบันการประมูลชั้นนำระดับโลกกว่า 250 ปี จัดเสวนาพิเศษ “จิบชา สนทนา 40 ปี คริสตีส์ในเอเชียกับ 3 ผู้หญิงแถวหน้าในวงการประมูลระดับโลก” ร่วมพูดคุยกับ ปัญญชลี เพ็ญชาติ ผู้ร่วมก่อตั้งและที่ปรึกษา Christie’s Thailand, เยาวณี นิรันดร ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร บริษัท คริสตี้ส์ อ๊อกชั่น (ประเทศไทย) จำกัด และ ประภาวดี โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการ Christie’s ประเทศไทย เวียดนาม กัมพูชา ลาว และเมียนมา (CLMVT) จากวันแรกที่ Christie’s เข้ามาสู่ประเทศไทย ในยุคที่การสะสมยังจำกัดอยู่ในวงแคบ สู่วันที่วงการประมูลไทยกำลังมองไกลไปถึงเวทีระดับเอเชีย อะไรคือความเปลี่ยนแปลงตลอดเส้นทางกว่า 28 ปี และโอกาสใหม่ที่กำลังรออยู่ข้างหน้า
ย้อนรอย 28 ปี Christie’s Thailand: จากจุดเริ่มต้น สู่การสร้างวัฒนธรรมการประมูล

การเดินทางของ Christie’s ในประเทศไทยเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2540 ท่ามกลางวิกฤตต้มยำกุ้ง ในยุคที่ตลาดนักสะสมยังเป็นเพียงกลุ่มเล็กๆ และภาครัฐต้องแบกรับภาระจัดการงานศิลปะจากสถาบันการเงิน Christie’s จึงเข้ามามีส่วนร่วมในการประมูลและประเมินมูลค่าโดยผู้เชี่ยวชาญ (Specialist) พร้อมกับ ‘โรเจอร์ แมคอิลรอย’ (Roger McIlroy อดีตประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ Christie’s Australia) ผู้ดำเนินการประมูลระดับโลกมาร่วมจัดงานจนกวาดยอดทะลุร้อยล้านบาท

(ซ้าย) เยาวณี นิรันดร, ปัญญชลี เพ็ญชาติ และ ประภาวดี โสภณพนิช
ปัญญชลี เพ็ญชาติ ผู้ร่วมก่อตั้งและที่ปรึกษา Christie’s Thailand เล่าให้ฟังว่า ในยุคแรกสินค้ากลุ่ม Jewellery, Watch และ Luxury Collectibles เติบโตอย่างรวดเร็ว ต่างจากงานศิลปะที่ยังไม่ได้รับความนิยม การเข้ามาของ Christie’s จึงไม่เพียงวางรากฐานให้ระบบการประมูลไทย แต่ยังเปิดโลกการสะสมและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักสะสม ความท้าทายของยุคบุกเบิกจึงไม่ได้อยู่แค่เรื่องธุรกิจ แต่คือการเชื่อมโยงโลกศิลปะและการประมูลเข้ากับสังคมไทย อีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญคือ “การประมูลเพื่อการกุศล” เพื่อระดมทุนให้แก่มูลนิธิต่างๆ กว่า 20 แห่ง ควบคู่กับการสนับสนุนผลงานของศิลปินไทยชั้นครูและศิลปินรุ่นใหม่
“ทุกครั้งที่เราจัดการประมูลเพื่อการกุศลจะเป็นอะไรที่สนุกสนานและเต็มไปด้วยสีสัน ยังจำได้ว่า มีสุภาพสตรี 2 ท่านแย่งกันประมูลผ้าคลุมไหล่ชนิดไม่มีใครยอมใคร การประมูลในค่ำคืนนั้นสนุกมากๆ นอกจากนี้ เรายังสนับสนุนทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนและนักศึกษาทั่วประเทศที่มีความสามารถ แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ผ่านกองทุนส่งเสริมการศึกษาการสร้างสรรค์ศิลปะโดย มูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ทำให้การประมูลเพื่อการกุศลเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของ Christie’s ในประเทศไทย”
ความสำเร็จของ Christie’s ในยุคบุกเบิก จึงเกิดจากการขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสังคมผ่านการประมูลเพื่อการกุศลและการส่งเสริมทุนการศึกษา สะท้อนถึงบทบาทของ Auction House ที่สามารถเชื่อมโยงโลกศิลปะเข้ากับสังคมในวงกว้าง
จากผู้ซื้อสู่นักสะสม: คนรุ่นใหม่กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าของการประมูล

หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดคือ “นักสะสมกำลังเปลี่ยนไป” ปัจจุบันความสนใจของนักสะสมได้ขยายสู่งานศิลปะมากขึ้น เช่นเดียวกับนักสะสมเจนฯ ใหม่ที่มีอายุน้อยลงเรื่อยๆ (ประมาณ 30-40 ปี) และมีพฤติกรรมการสะสมที่เรียกว่า “Cross-Category Collecting” ซึ่งเปิดโอกาสให้พวกเขาสนุกกับการสะสมหลายสิ่งในเวลาเดียวกัน ตั้งแต่กระเป๋าแบรนด์หรู (Christie’s เป็นเจ้าแรกในการประมูล) ไวน์ชั้นเลิศ งานโมเดิร์นอาร์ต ไปจนถึงศิลปะระดับโลก ปรากฏการณ์นี้กำลังเลือนเส้นแบ่งระหว่าง Art, Luxury และ Collectibles ให้กลมกลืนและไร้พรมแดนกว่าที่เคย

ประภาวดี โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการ Christie’s (CLMVT) มองเห็นความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการเติบโตของนักสะสมรุ่นใหม่และนักสะสมเจเนอเรชันที่ 2 ซึ่งเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในตลาดประมูลไทย
“สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือความรู้ของนักสะสมรุ่นใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก พวกเขาไม่ได้เริ่มต้นจาก Passion เพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นจากการค้นคว้าหาข้อมูลและมีความรู้เฉพาะทาง เชื่อมโยงเข้ากับ Lifestyle, Taste และ Investment อย่างเห็นได้ชัด แต่Christie’s ยังคงเชื่อมั่นว่า Passion คือหัวใจสำคัญในการเริ่มต้นของนักสะสม เพราะคอลเลกชันที่สมบูรณ์แบบเกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ การศึกษาประวัติศาสตร์และบริบทของตลาด ตลอดจนการเดินทางไปชมผลงานจริงในพิพิธภัณฑ์และ Art Fair ผลงานที่ดีจะต้องมีทั้งความสวยงามและเรื่องเล่าที่ซ่อนอยู่”
เช่นเดียวกับผลงานของศิลปินไทยระดับ Old Master อย่าง Scream of Sorrowful โดย อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ที่สร้างสถิติการประมูลในฮ่องกงปี 2023 ด้วยยอดสูงถึง 6,048,000 ดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 25,266,179 บาท) ซึ่งเป็นสถิติเดียวกับ The Symphony of the Universe โดย อาจารย์ประเทือง เอมเจริญ ขณะเดียวกัน ภารกิจสำคัญของทีม Specialists ของ Christie’s คือการเฟ้นหาศิลปินไทยรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์และเรื่องราวโดดเด่น เช่น ก้องกาน (Gongkan) และ ซันเต๋อ (Suntur) เพื่อถ่ายทอดสไตล์และเสน่ห์ของงานศิลปะไทย ให้สามารถเชื่อมโยงกับนักสะสมในระดับสากลได้อย่างแท้จริง

เมื่อเอเชียไม่ได้เป็นเพียงผู้ตาม แต่กำลังสร้างเทรนด์ของตัวเอง
การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในไทย แต่กำลังสะท้อนภาพใหญ่ของตลาดระดับโลก เมื่อนักสะสมเอเชียก้าวเข้ามามีบทบาทและอิทธิพลมากขึ้น ประภาวดี โสภณพนิช มองว่า การดำเนินกลยุทธ์เฉพาะสำหรับเอเชียคือหัวใจสำคัญ เพราะนักสะสมในภูมิภาคนี้มีเอกลักษณ์และบริบททางวัฒนธรรมที่แตกต่างจากตะวันตก ขณะเดียวกันอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากเอเชียตั้งแต่ K-Pop ไปจนถึงศิลปะร่วมสมัย ก็เริ่มส่งออกและแผ่อิทธิพลไปยังวงการนักสะสมทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ
“หนึ่งในตลาดที่น่าจับตามองของเอเชียคือ ‘เวียดนาม’ ซึ่งเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากความสนใจในผลงานที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์และอัตลักษณ์ชาตินิยม โดยมีสัดส่วนงานศิลปะสูงถึง 90% ขณะที่ประเทศไทยโดดเด่นด้วยสมดุลที่ลงตัวระหว่าง Art และ Luxury เสน่ห์แห่งความหลากหลายนี้กลายเป็นจุดแข็งที่ทั่วโลกจับตามอง เมื่อนักสะสมไทยสามารถเชื่อมโยงความหลงใหลตั้งแต่ศิลปะ นาฬิกา จิวเวลรี กระเป๋าแบรนด์เนม ไปจนถึงไวน์ชั้นเลิศได้อย่างกลมกลืน”
เพื่อตอบรับความต้องการที่หลากหลาย Christie’s จึงเดินหน้าขับเคลื่อนตลาดการประมูลและ Private Sale ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า ด้วยระบบที่เน้นความโปร่งใสด้านราคา (Price Transparency) ขับเคลื่อนด้วย Supply and Demand โดยนักสะสมทั่วโลกสามารถตรวจสอบสถิติราคาประมูล (Auction Records) เพื่อวิเคราะห์ทิศทางตลาด ขณะเดียวกันนักสะสมยุคใหม่ยังให้ความสำคัญกับรายละเอียดอย่างพิถีพิถัน ทั้งสภาพผลงาน ประวัติที่มา (Provenance) และการรับรองความแท้ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ค้ำจุนมูลค่าและสร้างความมั่นใจในตลาดรอง (Secondary Market) อย่างยั่งยืน
มากกว่าตลาดประมูล: ประเทศไทยกับการก้าวสู่ Cultural Hub แห่งภูมิภาค
ท่ามกลางการเติบโตของตลาดศิลปะระดับภูมิภาค โจทย์สำคัญของไทย คือการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านศิลปะและวัฒนธรรมอย่างเต็มภาคภูมิ (Central Hub) เยาวณี นิรันดร ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร Christie’s Thailand และผู้ก่อตั้ง 129 Art Museum สะท้อนมุมมองว่า ไทยมีรากฐานวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่ไม่แพ้ชาติใดในอาเซียน อีกทั้งยังเต็มไปด้วยศิลปินทรงอิทธิพล นักสะสม แกลเลอรี และชุมชนสร้างสรรค์ที่รอการเชื่อมโยงเป็น Ecosystem ที่สมบูรณ์
“หากได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างสิงคโปร์หรือฮ่องกง ไทยก็เป็น Art Hub ได้เช่นเดียวกัน แต่ทุกวันนี้เรายังติดล็อคเรื่องโครงสร้างภาษี ขั้นตอนการขออนุญาต และพื้นที่จัดงานที่ครอบคลุม จากประสบการณ์ที่ได้รับจาก Christie’s บทเรียนวิกฤต Great Depression พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ศิลปะที่ดีจะยังคงอยู่เหนือกาลเวลาและมีมูลค่าเติบโตขึ้น ปัจจุบันคนรุ่นใหม่มองศิลปะเป็นส่วนหนึ่งของรสนิยมและการสะสมแบบ Quiet Luxury ส่งผลให้ตลาดเติบโตขึ้นเกือบ 10 เท่า ดิฉันจึงอยากเห็นรัฐบาลเร่งสนับสนุนเรื่อง Art Space และนโยบายภาษีจริงจัง เช่นเดียวกับเกาหลีใต้ที่รัฐดันจนเติบโตอย่างก้าวกระโดด”
ทั้งนี้ กรุงเทพฯ ยังเป็นจุดหมายปลายทางที่โดดเด่นของภูมิภาค สะท้อนจากการหลั่งไหลเข้ามาของแบรนด์ลักซ์ชัวรีระดับโลกและฐานนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 40 ล้านคนต่อปี ซึ่งมีศักยภาพขยับขยายมาเป็นผู้อยู่อาศัยระยะยาว ทว่าการสร้าง Cultural Hub ไม่อาจพึ่งพาเพียงภาคเอกชน แต่ต้องอาศัยวิศวกรรมทางนโยบายจากภาครัฐ เพื่อทลายข้อจำกัดและผลักดันศิลปินไทยสู่สากล เพราะการเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมไม่ได้วัดกันที่มูลค่าการซื้อขาย หากวัดจากการเป็น ‘พื้นที่จุดประกาย’ ที่ผู้คนทั่วภูมิภาคพร้อมเดินทางมาเพื่อแลกเปลี่ยน เสพงานศิลป์ และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ร่วมกัน
จาก Auction House สู่การสร้าง Art Ecosystem
ตลอด 40 ปีของ Christie’s Asia และ 28 ปีของ Christie’s Thailand เส้นทางของวงการประมูลไทยสะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของวงการศิลปะมาโดยตลอด ตั้งแต่ยุคบุกเบิกที่ต้องสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องการประมูล สู่ยุคที่นักสะสมรุ่นใหม่เข้าถึงข้อมูลได้อย่างทัดเทียม และก้าวสู่อนาคตที่บทบาทของ Auction House ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการซื้อขาย แต่คือฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อน Art Ecosystem
เรื่องราวเกือบสามทศวรรษถูกถ่ายทอดผ่านมุมมองของ 3 ผู้หญิงเก่งด้านศิลปะปละการประมูล ผู้มองเห็นศักยภาพของวงการประมูลไทยสู่เวทีแห่งอนาคต เสียงสะท้อนของพวกเธอจึงไม่ใช่เพียงบทบันทึกของ Christie’s ประเทศไทย แต่คือกระจกเงาสะท้อนการเติบโตของวงการศิลปะ
เมื่อมองไปข้างหน้า โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่แค่โลกศิลปะจะเปลี่ยนไปอย่างไร แต่ประเทศไทยจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้กำหนดทิศทางศิลปะในภูมิภาคได้อย่างไร จากจุดเริ่มต้นของการสร้างตลาดประมูล ขยับขยายสู่การบ่มเพาะนักสะสมรุ่นใหม่ และการยกระดับจาก Auction House สู่การสร้าง Ecosystem นี่คือบทใหม่แห่งอนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้นในตลาดศิลปะไทย