SACIT จัดพิธีไหว้ครูช่างศิลปหัตถกรรม ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 น้อมคารวะบูรพาจารย์ด้านงานศิลปหัตถกรรมที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น

2 กันยายน 2569 เวลา 13:09 น.

สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชนหรือ SACIT จัด “พิธีบวงสรวงไหว้ครูช่างศิลปหัตถกรรม” ต่อเนื่องเป็นปีที่ ณ ศาลาพระมิ่งมงคล ชั้น สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อร่วมสืบสานขนบธรรมเนียมสำคัญของวงการช่างไทย น้อมคารวะและรำลึกถึงพระคุณของบูรพาจารย์ ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาองค์ความรู้ด้านงานศิลปหัตถกรรมที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น พร้อมเปิดพื้นที่ให้กับครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม และผู้สร้างสรรค์งานจากหลากหลายแขนง มาร่วมพิธีและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และมุมมองด้านงานหัตถศิลป์ร่วมกัน

ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย กล่าวว่า งานศิลปหัตถกรรมไทยเป็นมรดกภูมิปัญญาที่เกิดจากการสั่งสมองค์ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ของช่างมาอย่างยาวนาน โดยมี “ครู” เป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการถ่ายทอด เพราะผู้เรียนมิได้เรียนรู้เพียงวิธีการหรือเทคนิคในการสร้างชิ้นงานเท่านั้น แต่ยังได้รับการถ่ายทอดแบบแผน กระบวนการคิด ความละเอียดประณีต ตลอดจนจรรยาของผู้เป็นช่าง ซึ่งล้วนเป็นรากฐานที่ทำให้งานศิลปหัตถกรรมไทยสามารถรักษาเอกลักษณ์และพัฒนาสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน

“การสืบสานงานศิลปหัตถกรรมจึงไม่ใช่เพียงการรักษารูปแบบของชิ้นงาน หากคือการรักษาองค์ความรู้และกระบวนการถ่ายทอดจากครูสู่ศิษย์ให้ดำรงอยู่ เพราะเบื้องหลังผลงานทุกชิ้นมีทั้งภูมิปัญญา ประสบการณ์ และวิชาของครูที่สั่งสมต่อเนื่องกันมา SACIT จึงให้ความสำคัญกับการเชิดชูครูผู้มีองค์ความรู้ ควบคู่กับการสร้างโอกาสให้เกิดการถ่ายทอดไปยังช่างและผู้สร้างสรรค์รุ่นต่อไป การจัดพิธีไหว้ครูช่างศิลปหัตถกรรมจึงเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาคุณค่าของงานช่างไทย และย้ำเตือนถึงรากฐานสำคัญของคำว่า ‘งานช่างมีครู’ ให้คงอยู่คู่สังคมไทย” ผศ.ดร.อนุชา กล่าว

การประกอบพิธีครั้งนี้ยังคงได้รับเกียรติจาก ครูวรวินัย หิรัญมาศ ครูศิลป์ของแผ่นดิน ประจำปี 2559 ประเภทเครื่องรักและหัวโขน ผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านขนบและพิธีกรรมงานช่าง เป็นผู้ประกอบพิธีตามแบบแผนที่สืบทอดมาแต่โบราณ ครูวรวินัย หิรัญมาศ กล่าวว่า พิธีไหว้ครูเป็นธรรมเนียมสำคัญที่อยู่คู่กับการเรียนรู้วิชาช่างมาอย่างยาวนาน ด้วยคติที่ว่าผู้เป็นช่างทุกคนล้วนมีครู ทั้งครูที่ถ่ายทอดวิชาโดยตรงและบูรพาจารย์ผู้วางรากฐานของศาสตร์นั้น ๆ การไหว้ครูจึงเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชา พร้อมทั้งขออนุญาตและขอพรในการนำความรู้ไปประกอบการงานให้เกิดความสำเร็จ เป็นสิริมงคล และดำรงตนอยู่ในครรลองของผู้เป็นช่าง

“พิธีไหว้ครูช่างมีระเบียบแบบแผนและลำดับพิธีที่สืบทอดกันมา โดยจัดเครื่องบวงสรวงและเครื่องสังเวยตามคติของพิธี อ่านบทโองการอัญเชิญเทพองค์สำคัญในศาสนาพราหมณ์ อาทิ พระอิศวร พระพรหม พระวิษณุ พระพิฆเนศ และพระวิษณุกรรม ตลอดจนเทพอื่น ๆ และบูรพาจารย์ในศาสตร์แห่งงานช่างมา มายังมณฑลพิธีเพื่อปราสาทพรและรับเครื่องสังเวย บรรเลงเพลงหน้าพาทย์และรำถวายมือประกอบตามลำดับ เพื่อให้พิธีครบถ้วนสมบูรณ์ตามจารีต นอกจากนี้ ยังนำเครื่องมือของช่างอาทิ ฟืม กระสวย สะดึง มีด สิ่ว ค้อน ตลอดจนเครื่องมือเฉพาะทางของช่างแขนงต่าง ๆ เข้ามาประกอบในปะรำพิธี เพื่อเป็นตัวแทนของศาสตร์และวิชาช่าง ตลอดจนเป็นสิริมงคลแก่ผู้ประกอบวิชาชีพและการสร้างสรรค์ผลงาน” ครูวรวินัย กล่าว

การจัดพิธีในปีนี้ยังเป็นโอกาสสำคัญที่ทำให้ครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม และสมาชิก SACIT จากหลากหลายพื้นที่และหลากหลายสาขา ได้มาพบปะกันภายใต้พื้นที่เดียวกัน เกิดการสนทนาและแลกเปลี่ยนทั้งองค์ความรู้ เทคนิค ประสบการณ์การทำงาน ตลอดจนแนวทางการสืบทอดและพัฒนางานของแต่ละแขนง ซึ่งองค์ความรู้จากประสบการณ์ของครูและช่างแต่ละคนสามารถนำไปเชื่อมโยงและต่อยอดให้เกิดประโยชน์ต่อวงการศิลปหัตถกรรมในภาพรวม

ผศ.ดร.อนุชา กล่าวทิ้งท้ายว่า “นอกจากการสืบสานธรรมเนียมไหว้ครูแล้ว อีกสิ่งที่ SACIT ต้องการคือการสร้างพื้นที่ให้ครูและช่างศิลปหัตถกรรมจากหลากหลายแขนงและหลากหลายพื้นที่ได้มาพบปะกัน เพราะช่างศิลปหัตถกรรมแต่ละคนต่างมีองค์ความรู้และประสบการณ์ที่มีคุณค่า การได้มาพูดคุย แลกเปลี่ยนเทคนิค วิธีคิด และประสบการณ์ระหว่างกัน ย่อมทำให้องค์ความรู้ไม่ได้หยุดอยู่เฉพาะกับบุคคลหรือศาสตร์ใดศาสตร์หนึ่ง แต่สามารถเชื่อมโยงและต่อยอดไปสู่งานสร้างสรรค์ในมิติใหม่ ๆ ได้ SACIT จึงมุ่งสานต่อพิธีไหว้ครูช่างศิลปหัตถกรรมให้เป็นทั้งพื้นที่แห่งการเคารพบูชาครู และพื้นที่ของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของคนในวงการงานช่าง เพื่อร่วมกันรักษาและส่งต่อภูมิปัญญาหัตถศิลป์ไทยให้ดำรงอยู่ต่อไป”

SACIT

Leave a comment