ดร.ณัฎฐ์ เข้าพบตำรวจ ปมแจ้งความ สมชัย ลั่นเอาคืนทุกดอก

3 กันยายน 2569 เวลา 11:31 น.

3 กันยายน 2569 หลังมีข่าวแพร่สะพัดว่า ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ประธานกรรมการใหญ่ บจ.AURELIAN GROUP และมือกฎหมายของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินทางเข้าพบพนักงานสวน สน.ทุ่งสองห้อง มีการเปิดเผยหนังสือเชิญให้ถ้อยคำ ตามหนังสือที่ ตช.0015 (บก.น.2 (7)(ทด.)/1753 สน.ทุ่งสองห้อง ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2569 นั้น

ล่าสุด มีรายงานว่า ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม พร้อมทีมทนายความ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนให้ปากคำ พร้อมพยานหลักฐานสำคัญให้แก่พนักงานสอบสวนคดีแล้ว

ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม กล่าวยืนยันว่า เป็นเรื่องจริง บุคคลที่นายสมชัยฯ อยากทราบนักหนาว่าใครไปกล่าวโทษกับ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ที่ สน.ทุ่งสองห้อง วันนี้คือคำตอบแล้ว ไม่ต้องไปเดากัน เพราะคดีอยู่ในอายุความตามกฎหมายและเป็นคดีอาญาแผ่นดิน พนักงานสอบสวนตรวจสอบแล้ว คดีมีมูลตามข้อกล่าวหา จึงเรียกสอบสวน ยืนยันการกระทำความผิดของ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.ก่อนส่งให้ เลขาธิการ ปปช.เพื่อตั้งคณะกรรมการไต่สวน ปปช.ดำเนินคดีต่อไป

“คดีนี้ ตนกล่าวโทษขอให้ตรวจสอบ ตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 แล้ว วันนี้ยืนยันได้ว่า พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์กล่าวโทษตามกฎหมายแล้ว คดีมีมูล ส่งต่อให้ ปปช.เชื่อดซ้ำ เป็นไปตาม พ.ร.ป.ป.ป.ช. ตนไม่ได้กลั่นแกล้ง แต่พบเห็นเหตุการณ์โดยสุจริตที่ประสบพบเจอมาจริง” ดร.ณัฐวุฒิ กล่าวและว่า สิ่งที่นายสมชัยฯ ได้กระทำอะไรกับแผ่นดิน ในครั้งเป็น กกต. กรรมการในองค์กรอิสระ กระทำอะไรไว้ กฎแห่งกรรมย่อมยุติธรรมเสมอ ทำให้รัฐได้รับความเสียหาย ยังมีอีกหลายเรื่อง ทั้งปมทุจริตจัดซื้อจัดจ้างเครืองลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ ใน กกต. กำลังรวบรวมตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานอยู่ จะดำเนินคดีอาญาทุกดอก

ส่วนเรื่องที่ตำรวจเรียกให้ไปถ้อยคำในครั้งที่ นายสมชัย ศรีสุทธิยาก อดีต กกต. วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 เวลากลางวัน นายสมชัยฯ ขณะนั้นเป็น กกต.กรรมการในองค์กรอิสระ ปฏิบัติหน้าที่กำกับ ควบคุม สำนักงาน กกต.โดยสมัครเป็นเลขาธิการ กกต.อีกตำแหน่งหนึ่ง โดยไม่ลาดออกจากกรรมการในองค์กรอิสระ เป็นการจงใจใช้อำนาจหน้าที่ว่าด้วยขัดผลประโยชน์ ตาม พ.ร.ป.มาตรา 126 เป็นบทต้องห้าม ขณะนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สวมหมวก 2 ใบ และใช้อำนาจมาตรา 44 ได้ใช้อำนาจในการออกคำสั่ง คสช.ที่ 4/2561 ให้นายสมชัย พ้นจากตำแหน่ง และประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป ประชาชนทั่วไปและตนเอง ย่อมสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ เมื่อตนเห็นว่า ยังไม่ขาออายุความ เลยนำเรื่องมาขอให้ตำรวจตรวจสอบ ปรากฏว่า คดีมีมูลจริง และไม่ขาดอายุความ เพราะจะครบอายุความ 10 ปี ในปี 2571

ทั้งนี้ หากย้อนไปดูรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ประกาศใช้วันที่ 6 เมษายน 2560 มาตรา 219 , 235 มีผลใช้บังคับแล้ว ส่วนมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ.2561 ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2561 มีผลบังคับใช้แล้ว

หลังจากนั้น 27 วัน นายสมชัย อดีต กกต.รู้อยู่แล้วแต่จงใจใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบและฝ่สฝืน พ.ร.ป.ป.ป.ช.มาตรา 126(4) คำสั่ง คสช.ถือว่าเป็นการไล่ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ออกจากราชการ มีความประพฤติเสื่อมเสียร้ายแรง แต่ในกฎหมายเรียกว่า จริยธรรมร้ายแรง ตนเองไม่เคยตรวจสอบตนเอง แต่ยังหน้าด้านหน้าทนไปสมัคร สส. สมัคร สว.แต่ประชาชนไม่ไว้วางใจ

แต่พรรคประชาชนได้ใช้นายคนนี้เป็นเครื่องมือ ในการทำลายล้าง กกต.โดยเฉพาะในคดีทุจริตการเลือก สว.ตาม พ.ร.ป.สว.และแต่งตั้งเป็นรองประธานอนุกรรมาธิการศึกษากการเลือกตั้ง สส.เป็นการทั่วไป พ.ศ.2569 และการเลือก สว.เป็นการทั่วไป พ.ศ.2569 ต้องไปถาม นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่ไปสวมสิทธิ์จาก “พรรคร่วมพัฒนาชาติไทย” ปรับเปลี่ยนโครงสร้างใหม่ เป็น “พรรคก้าวไกล” หลังถูกยุบพรรค เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2567 สืบทอดมาเป็นพรรคถิ่นกาขาวชาววิไล และในปี 2567 เปลี่ยนชื่อเป็นพรรคประชาชน ส่วนนายสมชัยฯ สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเสรีรวมไทย และในปี 2567 ลงสมัคร สว.กรุงเทพมหานคร ไม่ผ่านการคัดเลือกในระดับอำเภอรอบแรก โดยปกปิดคุณสมบัติตนเอง เพราะกระทำทุจริตในอำนาจหน้าที่ในขณะดำรงตำแหน่งในกรรมการองค์กรอิสระ ตนจะยื่นคำร้องให้ กกต.ไต่สวนและดำเนินคดีอาญากับนายสมชัยฯ อีกคดีหนึ่งด้วย

ปม นายสมชัยฯ ในขณะเป็นกรรมการในองค์กรอิสระเข้าไปมีส่วนได้เสีย โดยสมัครเป็นเลขาธิการ กกต.ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 คือ เป็นทั้งพระ ทั้งเณร กินรวบคนเดียว ต้องถามพี่น้องสื่อว่า ทุจริตหรือไม่ แต่ ป.ป.ช.มีคำตอบแน่นอน คดีจะแยก 2 ส่วน คดีปฏิบัติหน้าที่ ป.ป.ช.จะส่งฟ้องคดีอาญาทุจริตฯ ส่วนมาตรฐานทางจริยธรรมร้ายแรง ส่งศาลฎีกาเชือด

“กินรวบทั้งองค์กร กกต.โดยไม่ลาออกก่อน ถึงโดนไล่ออก รู้อยู่แล้วว่า ตนกระทำผิดอาญา และฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ไปตรวจสอบคนนั้นที่ คนนี้ ไม่สมกับวุฒิภาวะ คนที่เคยดำรงตำแหน่ง กกต.มา ไม่ต่างจากกุ้ยข้างถนน อาศัยโลกโซเชี่ยลปั่นทำร้ายคนอื่นมาเยอะ” ดร.ณัฐวุฒิ กล่าวและว่า ตนมีข้อมูลทั้งหมด พักแถวคอนโดแห่งหนึ่ง ใกล้สถานทูตอินโดนีเซย ไม่แน่ใจว่า เลขที่ 456/104 เป็นแหล่งซุกซ่อนตัวของบุคคลใด และใกล้กับสำนักงานใหญ่ธุรกิจของตนพอดี ห่างไม่เกิน 500 เมตร จะไปลูกน้องไปจิบกาแฟ ที่คอนโดจุดเด่น เป็นสี ให้จับตาดูทุกวัน จะได้รู้ว่า คนอย่างตน มีศักยภาพต่ำหรือไม่ ตนไม่ได้เล่นโซเชียล ไม่ใช่คนว่างงาน แต่ตนมีข้อมูลหมด ปั่นไปไหน ขึ้นรถไฟฟ้าใกล้สำนักงานใหญ่ของตน จะให้ลูกน้องชายหน้าตาดี ไปชักชวนพูดคุย จะได้ไม่เหงา

เพราะบริษัทดอยคำฯ เป็นโครงการในพระราชดำริ อย่าดึงฟ้าให้ลงต่ำ ต้องถามนายสมชัยฯ ในร้านดอยคำ มีน้ำดื่มโปรดักส์สินค้ายี่ห้อเรียกขายน้ำดื่ม “สุกัญญา” หรือไม่ จะได้ไปดื่ม เพราะแว่วๆ ว่า หวานชื่น ดีต่อหน้า แต่ลับหลังประวัติไม่เบานะพ่อเสือใบ คุณได้เจอผมแน่นอน
ส่วน บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร ตนไปอุดหนุนบ่อย แต่ไม่ปากหวานเท่ากับนายคนนี้ เลยไม่ได้จีบผู้ช่วยผู้จัดการ สายพัฒนาธุรกิจ ต้องไปถามนายสมชัยฯ คบกันมาเพียง 8 ปี แต่ทำไมลูกของนายสมชัยฯ เป็นหนุ่มเป็นสาวแล้ว อย่าโกหกสังคม

ตนจะเอาข้อมูลมาแฉให้หมด จะได้รู้จักตน และคั่นโฆษณาบ่อยๆ มากขึ้น จะเอาให้ยับเลย ทั้งคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน สมคบกันฟอกเงิน อย่าโกหกสังคมอีก เพราะมีเหยื่อหลงเชื่ออีกจำนวนมาก ความเสียหายจำนวนมาก ตรงนี้ เป็นอำนาจของ ปปง. ตนไม่ก้าวล่วง และพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ยึดเป็นของกลางในคดี เพราะเป็นความผิดมูลฐานฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ปปง.โดนยกแผง

ขนาดมีนักกฎมายและทนายความด้วย ให้ไปดูรายชื่อคณะกรรมการกองทุนเป็นใครบ้าง ตนให้พนักงานสอบสวน และ ปปง.ตรวจสอบหมด ให้ยึดทรัพย์คืนให้แก่พี่น้องประชาชน เท่าที่ทราบไม่น้อยกว่า 2,000 กรรม หมายความว่า โอนระดมทุน หนึ่งครั้งเป็นหนึ่งกรรม ปปง.มีเครื่องมือทันสมัยในการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงิน เท่าที่ทราบ ตำรวจแจ้งอายัดเงินในบัญชีทั้งหมด ทำธุรกรรมการเงินไม่ได้ และส่งให้ ปปง.ตรวจเส้นทางการเงิน น่าจะมีผู้กระทำความผิดเพิ่ม จะเชื่อมโยงถึง สส.ไอติม พรรคประชาชนหรือไม่ ต้องติดตามดู

ยี่ห้อตน บอกได้เลย “กัดไม่ปล่อย” เล่นกลับทุกดอก พร้อมท้าชนทุกตัว จะมีการแจ้งความนายสมชัยฯ เพิ่มอีก ปมโพสต์ปล่อยเอกสารลับในสำนวน กกต.ในคดีฮั้ว สว. อย่าหาว่าตนรังแกนะ แต่คุณเคยเป็น กกต.มาก่อน ย่อมรู้ดีว่า เอกสารในสำนวนคดีไต่สวน กกต. “เป็นความลับ” และเป็นเอกสารราชการ คดียังไม่ชี้ขาดและไม่ถึงที่สุด เอามาเผปิดเผยได้งัย แต่นายสัมภเวสีคนนี้ มันช่างใจกล้าจริงๆ

ส่วนปมบานปลายไปยัง สส.ซีกฝ่ายค้าน กรณี สส.ผึ้ง พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ เขต 1 พรรคประชาชน และเป็นรองประธาน กมธ.กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน และเป็นรองประธานอนุ กมธ.คณะที่ 1 และแตกหน่อเพื่อประโยชน์ให้แก่ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร เพื่อแต่งตั้งและจัดตั้งมาเพื่อทำลายองค์กรของรัฐ อาทิ กกต. โดยไม่ตรวจสอบประวัติก่อน อย่าบอกนะว่าไม่รู้ แต่พอโดนดอกนี้เข้าไป พี่น้องประชาชนสมุทรปราการ เขต 1 เตรียมหาผู้แทนคนใหม่ได้เลย ตนไม่เอาไว้

ส่วนที่โพสต์ยอมรับและซัดทอด วันที่ 11 กรกฎาคม 2569 ตรงกับวันปิดประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 1/2569 ตนรอเปิดสมัยประชุม ครั้งที่ 2/2569 จะได้มาพร้อมหน้ากัน จะได้เชื่อดพร้อมกัน เพราะเป็นคดีอาญาและจริยะรรมร้ายแรง

นางสาวพนิดาฯ โยนความผิด โพสต์คำแถลงการณ์ ซัดทอด เป็นมติเห็นชอบ ของ กมธ.กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน สภาผู้แทนยกชุด

หากตรวจสอบดู เป็นเทคนิค แตกหน่อ มาเป็นอนุ กมธ. และคณะ อนุกมธ. ถามว่าประชาชนได้ประโยชน์อะไร กลไกระบบรัฐสภาให้ทำหน้าที่ตรวจสอบระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่าบยบริหาร แต่กลับใช้ช่องทางนี้ จงใจใช้อำนาจทำลายองค์กรอิสระ ถามว่า พวกคุณเคยอ่านรัฐธรรมนูญ มาตรา 185 ไหม อย่าลืมว่า อำนาจ กมธ.และระเบียบข้อบังคับประชุม ต้องรายงานประธานสภาผู้แทนราษฎร แต่กลุ่มนี้ กลับเปิดประชุมและเปิดห้องให้นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ในวันหยุด ใช้ประโยชน์จากค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า และค่าเบี้ยประชุม ทำให้รัฐได้รับความเสียหาย

ทั้งมีอัยการเสื้อส้มคนหนึ่ง ปัจจุบันเป็นอธิบดีอัยการยาเสพติด มาให้คำปรึกษา ไม่เกรงใจพี่น้องอัยการทั้งประเทศเลย เพราะข้าราชการต้องมีความเป็นกลางทางการเมือง แต่หารู้ไม่ว่ารัฐธรรมนูญ และ พ.ร.บ.องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ.2553 ห้ามเด็ดขาด อธิบดีคนนี้ ผมต้องเอาเรื่องแล้วล่ะ มานั่งที่ปรึกษาให้นักการเมือง

เมื่อแจ้งความดำเนินคดีอาญายกแผงแล้ว จะแจ้งให้อัยการสูงสุด ทราบเพื่อดำเนินคดีวินัยร้ายแรง จะดูว่า กอ.แปลว่า กูเอง อีกหรือไม่ ตนเคยโดนมาแล้ว ขาดความเป็นธรรม แถมโดยรีดไถเงิน ถึง 20 ล้าน ตกเป็นเหยื่อมาแล้ว นำไปสู่มติอัปยศ ทั่งที่ตนไม่เคยกระทำความผิดวินัย ไม่เคยกินสินบาทคาดสินบนและไม่เคยทุจริต ตนถึงไม่มีประวัติอาชญากรรมต้องตคดีอาญา ตนไม่ศรัทธาองค์กรนี้ ไปทำธุรกิจดีกว่า ต้องอยู่ภายใต้ความครอบงำของแก็งค์ กอ. หากมีความเห็นต่างกับคนที่มีอำนาจ มันเล่นคดีวินัยร้ายแรง บีบออกจากราชการ ส่วนศาลปกครองสูงสุด ตรวจสอบเพียงว่ากระบวนการของ กอ.ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ แต่ไม่วินิจฉัยว่า ตนกระทำความผิดหรือไม่ ยังไม่ได้พิสูจน์ ถือว่า ตนเป็นผู้บริสุทธิ์ ลูกสมุนคนไหนโปโผล่มาตอบโต้ จะเล่นงานกลับทุกคน ส่วนอดีตอธิบดีอัยการ สคช.คนหนึ่ง ชอบออกสื่อ สามารถกระทำได้หรือไม่ ใช่โฆษก นายคนนี้ รู้ทุกเรื่อง เว้นแต่เรื่องของตนเอง ถูกกล่าวหาคดีอาญาที่ สน.บางพลัด ปี 2568 มีผู้เสียหายให้ตนติดตามคดีอยู่

ส่วนที่ สน.ทองหล่อแ และ ปปง.ตนเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย จึงกล่าวโทษกับ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.กับพวก รวม 6 คน ตามเหตุการณ์ที่ประสบพบเจอมาจริง โดยมีพยานหลักฐานเอาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษได้

ส่วนข้อหาความผิดฐานโกงประชาชน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ , พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร ฟอกเงิน สมคบกันฟอกเงิน แม้นายสมชัยฯ อ้างว่า ไม่ได้ถอนเงิน แต่มีพยานหลักฐาน เส้นเงิน โอนระหว่าง นายสมชัยฯ กับนาง ส.ผู้ช่วยผู้จัดการ อาวุโส สายพัฒนาธุรกิจ บจ.ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร บุคคลที่ใกล้ชิด โดยพบธุรกรรมทางการเงิน จึงมีเหตุอันควรเชื่อว่า มีการปกปิดการกระทำใช้วิธีทุจริตฉ้อฉลหลอกเงินของประชาบนเพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์ โดยตนตรวจสอบพบว่า นายสมชัยฯ และ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ไม่ได้ประกอบอาชีพ และไม่มีรายได้ แต่อาศัยการดำรงชีพ จากการรับบริจาคเงินประชาชน และไม่ได้ประกอบอาชีพ โดยอาศัยโซเชียลปั่นกระแส และเงินที่ได้มา ใช้ในการต่อสู้อำนาจรัฐ

โดยมี สองเกลอ ที่อ้างตน ชื่อเล่นว่า “ดร.เรือบิน” อ้างตนเป็น ผอ.ดีโหวต ม.ศรีปทุม ตนไม่แน่ใจว่าตำแหน่งนี้มีหรือไม่ เพราะเกิดมาไม่เคยได้ยิน เพราะตนบรรยายพิเศษมาแต่ปี 2545 ถึงปัจจุบัน หลายสถาบัน ตนจะไปสอบถาม กับ ดร.รัชนีพร พุคยาภรณ์ พุกกะมาน อธิการบดี ม.ศรีปทุม โดยตรง

ส่วน CEO จอมแฮก ลูกสมุนนายสมชัย อีกรายหนึ่ง ที่มีพฤติกรรมชอบอารมณ์ทางเพศเดียวกัน รู้ทุกเรื่อง เว้นแต่เรื่องของตนเอง มีการทำธุรกรรมทางการเงิน เส้นเงินเชื่อมโยงกันหรือไม่ เพราะตนมีข้อมูลการใช้โทรศัพท์เชื่อมโยงกัน จะให้ ปปง.ตรวจสอบและยึดทรัพย์เป็นของกลางในคดีด้วย

องค์กรกลางประชาธิปไตย ไม่มีอยู่จริง เพราะ พ.ร.ป.สส.และระเบียบการเลือกตั้ง สส.พ.ศ.2566 กำหนดให้ผู้สมัครและพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครในการเลือกตั้ง สส.ในเขตใด มีสิทธิส่งตัวแทนไปเฝ้าสังเกตการณ์ประจำหน่วยเลือกตั้งได้ แต่ต้องแจ้งไม่น้อยกว่า 15 วันนับถึงวันเลือกตั้ง แล้ว

ที่เปิดชื่อในสมุดเงินฝากระดุมทุน เป็นเทคนิคตบตาให้พี่น้องประชาชนหลงเชื่อเท่านั้น จะอ้างว่าโปร่งใสได้อย่างไร เพราะไม่รับอนุญาตจากคณะกรรมการควบคุมการเรี่ยไร ส่วนคณะกรรมการกองทุน เป็นเพียงแบ่งหน้าที่กันทำ ตาม ปอ.มาตรา 83 สร้างความน่าเชื่อถือในการระดมทุน

ส่วนที่ตนให้สัมภาษณ์สื่อ เรื่องโอนเงินระดมทุนทั้งหมดให้กับหญิงรายหนึ่ง เป็นเพียงเทคนิคเซียนกฎหมายเหนือชั้น ให้นายสมชัยฯ ตกหลุมพรางเท่านั้น เป็นเทคนิคกลยุทธ์ ล่อเสือใบออกจากถ้ำ เป็นการยกตัวอย่าง แต่สื่อกลัยไปตัดคำว่า “ตัวอย่าง” ออก ทำให้นายสมชัยฯ ดิ้นหนัก และเด้งรับยอมรับเองว่า มีจริง ผ่านสื่อช่องหนึ่ง เป็นหลักฐานชั้นดี มัดตัวได้ ตนไม่ได้ไปกล่าวหาใคร เพระเป็นเชิงตั้งคำถาม ไม่ได้ยืนยันข้อเท็จจริง ไม่ผิดกฎหมาย นายสมชัยฯ รู้จักตนน้อยไป

ส่วนที่บอกว่า ไม่ได้ยักยอกเงินบริจาค เป็นความไม่รู้กฎหมายของนายสมชัยฯ เพราะความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตาม พ.ร.บ.ปปง.มาตรา 3 เป็นความผิดมูลฐานการฟอกเงิน เมื่อกระทำผิดร่วมกันสองคนขึ้นไป เป็นการสมคบกันฟอกเงิน โทษหนัก

ส่วนคุณจะเปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์หรือไม่ ตรงนี้ หากไม่ได้โอนจริง ปปง.จะได้ยึดเงินและคืนให้แก่พี่น้องประชาชนที่ทำมาหากินโดยสุจริต รวมทั้งคืนให้แก่ตนเองด้วย

ส่วนมีนักกฎหมายประจำค่ายนี้ตกเป็นผู้ต้องหาที่ 4 หากินกับนายยิ่งชีพฯ แล้วมาโพสต์อวดว่า ทนายผู้หญิง มาเป็นทนายส่วนตัว ก็ดี จะได้ตรวจสอบธุรกรรมการเงิน ว่า เงินจ่ายค่าทนายความมาจากแหล่งใด เพราะคนพวกนี้ ไม่มีอาชีพ อาศัย ม.ธรรมศาสตร์ เป็นแหล่งฟอกตัว จะได้ดำเนินคดีอาญาฐานสมคบกันฟอกเงินไปในคราวเดียวกัน ตำรวจจะได้ทำงานครั้งเดียว ไม่เป็นภาระของสังคมและต้นทุนในกระบวนกระบวนการยุติธรรม

แต่เน้นย้ำนะว่า คดีนี้ ตนในฐานะผู้เสียหาย ขอคัดค้านการประกันตัว ตาม ป.วิอาญา เพราะเกรงว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานและคดีมีอัตราโทษสูง

ส่วนวันที่ นายสมชัยฯ กับพวก มา สน.ทองหล่อ เมื่อไหร่ ตนจะไปจิบกาแฟ สังเกตการณ์ที่ สน.ทองหล่อ พร้อมทีมทนายความ จะตรวจสอบอย่างละเอียดว่า นายสมชัยฯ กับพวก รวม 6 คน ถูกพิมพ์มือประวัติอาชญากรจริงหรือไม่ และจะยื่นคัดค้านประกันตัวซ้ำอีก ตนจะซื้อโอเลี้ยงไปฝาก ได้เจอตนเองอย่างแน่นอน

ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม,สมชัย ศรีสุทธิยากร,รัฐธรรมนูญ,กรรมการในองค์กรอิสระ,

Leave a comment