วิกฤตหมอกควันพิษอินโดฯ ลามถึงมาเลเซีย-ฟิลิปปินส์ เตือนอาจลามถึงไทย-กัมพูชา-เวียดนาม

วิกฤตหมอกควันพิษอินโดฯ ลามถึงมาเลเซีย-ฟิลิปปินส์ เตือนอาจลามถึงไทย-กัมพูชา-เวียดนาม

3 ก.ย. 2569 11:17 น.

วิกฤตหมอกควันพิษอินโดฯ ลามถึงมาเลเซีย-ฟิลิปปินส์ เตือนอาจลามถึงไทย-กัมพูชา-เวียดนาม

หมอกควันจากไฟป่าและการเผาพื้นที่ในอินโดนีเซียถูกกระแสลมพัดข้ามพรมแดนไปถึงมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และบรูไน ส่งผลให้คุณภาพอากาศในหลายเมืองอยู่ในระดับอันตราย ทางการฟิลิปปินส์สั่งระงับการเรียนในห้องเรียน ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนมลพิษอาจแผ่เข้าสู่พื้นที่ตอนใต้ของไทย กัมพูชา และเวียดนาม หากสถานการณ์ไฟป่ายังคงรุนแรงต่อเนื่อง

หมอกควันพิษจากไฟป่าและการเผาพื้นที่ในอินโดนีเซียกำลังแผ่ขยายข้ามพรมแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยล่าสุดตรวจพบหมอกควันปกคลุมพื้นที่ในมาเลเซียและฟิลิปปินส์ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า มลพิษทางอากาศอาจเคลื่อนตัวต่อไปถึงประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แผ่นดินใหญ่ รวมถึงภาคใต้ของไทย กัมพูชา และเวียดนาม

ตามข้อมูลของกระทรวงสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติฟิลิปปินส์ หรือ DENR เมื่อช่วงเช้าวันที่ 2 ก.ย. สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ 7 แห่งทั่วเขตมหานครมะนิลา เมืองหลวงฟิลิปปินส์ ตรวจพบฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อยู่ในระดับ “ไม่ดีต่อสุขภาพ”  DENR ระบุว่า หมอกควันที่พบอาจเกี่ยวข้องกับควันไฟและหมอกควันข้ามพรมแดนจากไฟป่าที่กำลังเกิดขึ้นในจังหวัดกาลิมันตันของอินโดนีเซีย ซึ่งกระแสลมพัดพามายังฟิลิปปินส์

สถานการณ์รุนแรงถึงขั้นที่ฝ่ายบริหารของเมืองเกซอนซิตี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีประชากรมากที่สุดในเขตมหานครมะนิลา ประกาศเมื่อวันอังคารให้ระงับการเรียนการสอนแบบเข้าเรียนในโรงเรียนทั้งรัฐและเอกชน และเปลี่ยนไปจัดการเรียนการสอนทางไกลจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง

นอกจากกรุงมะนิลาแล้ว คุณภาพอากาศยังเลวร้ายลงในหลายพื้นที่ของฟิลิปปินส์ เช่น เซ็นทรัลลูซอน คาลาบาร์ซอน มิมาโรปา และเซ็นทรัลวิซายัส นักอุตุนิยมวิทยาฟิลิปปินส์ระบุว่า หมอกควันกำลังถูกพัดจากอินโดนีเซียขึ้นไปทางเหนือสู่ฟิลิปปินส์โดย “ฮาบากัต” (Habagat) ซึ่งเป็นชื่อที่ชาวฟิลิปปินส์ใช้เรียกลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดจากบริเวณทางตะวันตกเฉียงใต้ของเส้นศูนย์สูตรในช่วงเวลานี้ของปี

การแพร่กระจายของหมอกควันไปยังฟิลิปปินส์เกิดขึ้นหลังระบบติดตามสภาพบรรยากาศของโคเปอร์นิคัส หรือ CAMS ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสังเกตการณ์โลกของยุโรป คาดการณ์ทิศทางการเคลื่อนตัวของมลพิษจากไฟป่าในอินโดนีเซียว่า มีแนวโน้มพัดข้ามทะเลจีนใต้ไปยังฟิลิปปินส์

มาร์ก พาร์ริงตัน นักวิทยาศาสตร์อาวุโสของ CAMS ระบุว่า แบบจำลองการพยากรณ์บางส่วนยังชี้ว่า หมอกควันอาจเคลื่อนตัวไปถึงพื้นที่ทางตอนใต้ของไทย กัมพูชา และเวียดนาม และเตือนว่า หากการปล่อยควันจากไฟป่ายังคงเพิ่มขึ้นตามแนวโน้มที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่เดือนกันยายนไปจนถึงตุลาคม ผลกระทบจากควันไฟและคุณภาพอากาศอาจดำเนินต่อไปอีกหลายสัปดาห์ทั่วภูมิภาค

ข้อมูลจากระบบติดตามการปล่อยก๊าซจากไฟป่าของ CAMS ประเมินว่า ระหว่างเดือนสิงหาคมถึงกันยายน อินโดนีเซียจะมีการปล่อยคาร์บอนจากไฟป่ารวมประมาณ 46 ล้านตัน หรือเทียบเท่ากับการปล่อยคาร์บอนต่อปีของโรงไฟฟ้าถ่านหินราว 45 แห่ง ระดับดังกล่าวถือว่าสูงที่สุดเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันนับตั้งแต่ปี 2003 โดยเฉพาะพื้นที่กาลิมันตัน ซึ่งเพียงแห่งเดียวมีการปล่อยคาร์บอนจากไฟป่าประมาณ 38 ล้านตัน

กระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซียรายงานว่า ระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม พบผู้ติดเชื้อหรือผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจมากกว่า 50,000 ราย ที่เชื่อมโยงกับไฟป่าและการเผาพื้นที่ โดยกว่า 12,000 รายเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี กระทรวงสาธารณสุขได้ส่งบุคลากรทางการแพทย์หลายร้อยคนไปยังจังหวัดที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด พร้อมแจกจ่ายอุปกรณ์ช่วยเหลือ เช่น หน้ากากอนามัยและถังออกซิเจน

ขณะเดียวกัน มาเลเซียรายงานว่าจำนวนผู้ป่วยโรคหอบหืดและเยื่อบุตาอักเสบเพิ่มขึ้น ท่ามกลางคุณภาพอากาศที่เลวร้ายลงทั่วประเทศ หลังควันไฟจากอินโดนีเซียเคลื่อนข้ามพรมแดนเข้ามา

สำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติอินโดนีเซีย หรือ BNPB ระบุว่า พบเหตุหมอกควันข้ามพรมแดนครั้งแรกในช่วงต้นเดือนสิงหาคม หลังควันจากไฟป่าในกาลิมันตันตะวันตกเคลื่อนเข้าสู่พื้นที่ฝั่งมาเลเซียบนเกาะบอร์เนียว นับจากนั้น พื้นที่ของมาเลเซียได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของการเผาพื้นที่ในอินโดนีเซีย

กระทรวงป่าไม้อินโดนีเซียระบุว่า ระหว่างเดือนมกราคมถึงปลายเดือนกรกฎาคม มีพื้นที่มากกว่า 200,000 เฮกตาร์ ถูกไฟเผาผลาญทั่วประเทศ โดยประมาณ 100,000 เฮกตาร์ถูกเผาเพียงในเดือนกรกฎาคม ไฟป่าส่วนหนึ่งมีสาเหตุจากการจุดไฟเพื่อบุกเบิกพื้นที่ทำการเกษตร ประกอบกับสภาพภูมิอากาศแบบเอลนีโญที่ทำให้ฤดูแล้งของหมู่เกาะอินโดนีเซียแห้งแล้งกว่าปกติ

ขณะที่ในวันนี้ (3 ก.ย.) เมืองกูชิง เมืองหลวงของรัฐซาราวัก ประเทศมาเลเซีย ถูกจัดอันดับให้เป็นเมืองใหญ่ที่มีมลพิษทางอากาศสูงที่สุดในโลก โดยดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 277 จัดอยู่ในระดับ “อันตราย” ตามข้อมูลของ IQAir บริษัทติดตามคุณภาพอากาศของสวิตเซอร์แลนด์

รัฐบาลมาเลเซียเตรียมปฏิบัติการทำฝนเทียมเพื่อเพิ่มปริมาณฝน โดยเฉพาะในรัฐซาราวัก ซึ่งเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบจากหมอกควันหนักที่สุด เบื้องต้นกำหนดดำเนินการระหว่างวันที่ 3-5 กันยายน ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ

ด้านนายฟาห์มี ฟาซิล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสารของมาเลเซีย กล่าวว่าหมอกควันที่รุนแรงยังส่งผลให้การจัดงานเฉลิมฉลองวันชาติมาเลเซีย ในวันที่ 16 กันยายน ซึ่งเป็นวันหยุดราชการเพื่อรำลึกถึงการก่อตั้งสหพันธรัฐมาเลเซีย ต้องย้ายการจัดงานในเมืองกูชิงเข้าไปในอาคาร

ด้านกระทรวงสาธารณสุขบรูไน ออกคำแนะนำด้านสาธารณสุข หลังสถานการณ์หมอกควันในประเทศเลวร้ายลง โดยระบุว่ากระแสลมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดเข้าสู่บรูไนเป็นตัวนำควันจากไฟป่าในกาลิมันตันเข้ามายังกรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน เมืองหลวงของบรูไน คุณภาพอากาศเมื่อช่วงบ่ายวันพุธอยู่ในระดับ “ไม่ดีต่อสุขภาพ” โดยความเข้มข้นของ PM2.5 สูงกว่าเกณฑ์ความปลอดภัยที่องค์การอนามัยโลก หรือ WHO กำหนดไว้ประมาณ 13 เท่า ตามข้อมูลของ IQAir

ส่วนสิงคโปร์ก็เริ่มจับตาสถานการณ์เช่นกัน สำนักงานสิ่งแวดล้อมแห่งชาติสิงคโปร์ หรือ NEA เตือนเมื่อวันอังคารว่า มีความเป็นไปได้ที่หมอกควันจะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า หลังพบฝนตกในระดับต่ำและจำนวนจุดความร้อนในภูมิภาคเพิ่มขึ้น.

ที่มา BBC / The Jakarta Post

Leave a comment