2 กันยายน 2569 เวลา 18:38 น.

“สีหศักดิ์” เตรียมบินมาเลเซีย 6 ก.ย. หารือความมั่นคงชายแดนใต้ จับตากลุ่มเคลื่อนไหวข้ามแดน–ผู้ต้องหาสองสัญชาติ พร้อมคุยขยายรั้วชายแดน ย้ำ “มาเลเซียคือเพื่อนบ้าน”
วันที่ 2 กันยายน 2569 เวลา 16.30 น. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินทางไปหารือความร่วมมือด้านความมั่นคงและแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ประเทศมาเลเซียในวันที่ 6 กันยายน 2569 นี้ ว่า เรื่องที่จะหารือคือเรื่องสถานการณ์ภาคใต้ว่าจะมีการร่วมมือกันอย่างไร เพื่อให้เกิดความมั่นคง รวมถึงการพูดคุยเรื่องการสร้างและขยายรั้วชายแดน ซึ่งเป็นประโยชน์ของทั้ง 2 ประเทศ
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า นอกจากนี้จะมีการหารือถึงกลุ่มผู้ก่อความสงบที่มีการเคลื่อนไหวข้ามเขตแดน บางรายมีหมายจับ และเป็นบุคคล 2 สัญชาติ ซึ่งประเทศมาเลเซียก็ไม่อยากสนับสนุนสิ่งที่เป็นการบั่นทอนความมั่นคง จึงอยากจะหารือว่าจะมีแนวทางการทำงานร่วมกันอย่างไร อีกทั้งประเทศมาเลเซียได้แสดงเจตจำนงที่อยากจะเห็นความมั่นคงของพื้นที่ชายแดน และพัฒนาพื้นที่ชายแดนเพื่อประโยชน์ของประชาชน 2 ประเทศ ซึ่งการพัฒนาต่างๆจะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีความมั่นคงก่อน
นายสีหศักดิ์ กล่าวต่อว่า ในวันเดินทาง ตนจะพา นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไปทำความรู้จักกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และสภาความมั่นคงแห่งชาติของประเทศมาเลยเซียด้วย
ผู้สื่อข่าวถามถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่าเราไม่ได้หมายถึงว่าประเทศมาเลเซียมีความเกี่ยวข้อง ซึ่งใครจะว่าอะไรก็แล้วแต่ เราต้องร่วมมือกันทำงานให้ดีขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการข่าวต้องให้ทันท่วงที เพื่อให้สามารถตัดสินใจได้ทันท่วงทีเช่นเดียวกัน เพราะการเกิดเหตุการณ์แบบนี้เราต้องมีการประสานกัน เนื่องจากคนรุ่นใหม่เข้ามาเกี่ยวข้อง เราจึงไม่ต้องการให้เป็นอีกฉากหนึ่งของสถานการณ์ความไม่สงบภาคใต้ นอกจากนี้ตนยังมองในเรื่องความสำคัญของมวลชน และการเข้าถึงประชาชน หากมีความเข้าใจและอยู่กับเรา เราก็จะได้รับข่าวพวกนี้บ้าง ดังนั้นเราต้องทำงานแบบบูรณาการ รัฐบาลทุ่มงบประมาณไปจำนวนมากก็ต้องให้เห็นผล
เมื่อถามว่า ประเทศไทยเป็นคนตั้งข้อหารือกับประเทศมาเลเซีย ใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์ ยอมรับว่า ประเทศมาเลเซียเปรียบเสมือนเพื่อนบ้าน
“เราอยากจะไปเมื่อไหร่ก็น่าจะไปได้ บางทีเค้าก็บอกว่า เค้าก็ยินดี ทานข้าวด้วยกัน”